หนึ่งสาเหตุที่ทำให้เราสุขน้อยลง

20150704_LessHappy

ในช่วงสองสามเดือนที่ผ่านมา ผมลองสังเกตตัวเองแล้วพบว่า วันไหนก็ตามที่ผมใช้เวลากับมือถือมากๆ คืนนั้น หรือวันถัดมาผมจะรู้สึก “อึนๆ”

ความรู้สึก “อึนๆ” นั้นอธิบายเป็นภาษามนุษย์ได้ลำบาก มันเป็นคลื่นอะไรบางอย่างที่ทำให้รู้สึกครั่นเนื้อครั่นตัวเหมือนคนไม่ค่อยสบาย

ยิ่งใช้เวลากับมือถือมากเท่าไหร่ ความรู้สึกอึนๆ ก็ยิ่งรุนแรงขึ้นเท่านั้น

จะว่าไปมือถือก็เหมือนยาพิษที่ถูกเคลือบด้วยช็อคโกแล็ตนะครับ

ตอนอ่านฟีดในเฟซบุ๊คนี่มันก็เพลินทีเดียวแหละ เดี๋ยวเจอสาวสวย เดี๋ยวก็เจอวีดีโอฮาๆ เดี๋ยวก็ได้อ่านความรู้แปลกๆ (ส่วนน่าเชื่อถือรึเปล่านั่นก็อีกเรื่อง)

แต่พอหมดวัน เมื่อนับชั่วโมงที่เรา “จ่าย” ไปกับมือถือ เรากลับพบว่ามันไม่ได้ช่วยให้ชีวิตเราดีขึ้นสักนิด

และไอ้ความรู้สึกลึกๆ ว่าเราใช้เวลาไปอย่างเปล่าดายนี่แหละ ที่มันส่งผลให้เรารู้สึกอึนๆ ก่อนเข้านอน

เพราะยาพิษเริ่มออกฤทธิ์แล้ว

—–

นอกจากเหตุผลทางจิตวิทยาแล้ว ก็ยังมีเหตุผลทางวิทยาศาสตร์ด้วย

มันคือสิ่งที่เรียกว่า Blue Light หรือแสงสีน้ำเงินครับ

หลายคนอาจจะพอทราบว่าสีขาวเกิดจากสีทุกสีผสมกัน

ถ้าเอาสีในรุ้งกินน้ำ ม่วง คราม น้ำเงิน เขียว เหลือง แสด แดง มารวมกัน ก็จะได้สีขาวเช่นกัน

Blue Light หรือส่วนที่เป็นแสงสีน้ำเงินนั้น ถูกใช้ในจอ LED เกือบทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็นมือถือ ไอแพด แล็ปท็อป หรือทีวี

นักวิทยาศาสตร์ ได้ค้นพบว่า Blue Light จะชะลอตัวการสร้างฮอร์โมนเมลาโทนิน (melataonin) ในร่างกายของเรา

หน้าที่ของเมลาโทนินคือช่วยปรับนาฬิกาในร่างกายของเรา ช่วยให้เราหลับลึก และช่วยกระตุ้นการหลั่งของฮอร์โมนการเจริญเติบโต (Growth hormone)

โดยปกติเมลาโทนินจะถูกผลิตออกมามากที่สุดในช่วงสี่ทุ่มถึงตีสาม แต่ถ้าเราเล่นมือถือในช่วงนี้ Blue Light จะส่งผลให้เมลาโทนินไม่ถูกผลิตออกมาเท่าที่ควร ทำให้เราหลับได้ไม่เต็มอิ่ม และมีอาการหงุดหงิดหรืออึนๆ ในวันถัดมานั่นเอง

นักวิทยาศาสตร์บางคนมองว่า Blue Light มีผลร้ายยิ่งกว่านั้นอีก เช่น ดร.ริชาร์ด แฮนส์เลอร์ (Richard Hansler) จาก John Carroll University ที่บอกว่า Blue Light อาจมีส่วนกระตุ้นให้เกิดโรคเบาหวาน โรคหัวใจ หรือแม้กระทั่งมะเร็งบางชนิด

ที่ผมนำมาเล่าให้ฟังนี่ไม่ได้จะขู่ให้กลัวนะครับ

แค่มาเตือนสติกันเฉยๆ ว่า คุณกำลังกินยาพิษอาบลูกอมอยู่นะ

แล้วเราจะหลีกเลี่ยงผลเสียจาก Blue Light ได้ยังไง?

วิธีที่ง่ายที่สุดก็คือ อย่าใช้มือถือหลังสี่ทุ่มครับ

ระหว่างวันก็หาอะไรเตือนให้ตัวเองมองอย่างอื่นนอกจากจอคอมหรือจอมือถือเสียบ้าง

นอกจากนี้ ถ้ามีเครื่องที่ใช้ระบบแอนดรอยด์ ก็สามารถลง Application ชื่อ Blue Light Filter ได้

ส่วนคอมพิวเตอร์แล็ปท็อป หรือ MacBook ก็มีโปรแกรม F.lux

ทั้ง Blue Light Filter และ Flux คือโปรแกรมที่ช่วยปรับแสงของหน้าจอให้เหมาะสมกับเวลาของวัน

แต่ผมว่าใช้แล้วก็ไม่ค่อยสบายตาเท่าไหร่ และก็ไม่รู้ด้วยว่ามันได้ผลจริงๆ รึเปล่า

แทนที่จะปรับหน้าจอ ปรับพฤติกรรมตนเองน่าจะดีกว่า

—–

มีคำคมฝรั่งประโยคหนึ่งที่ผมชอบมาก

เวลาเราเห็นคนทำงานหนัก ๆ ไม่ยอมกลับบ้านกลับช่อง ไม่มีเวลาให้ลูกเมีย เราจะเตือนเขาว่า

Nobody on their deathbed wished they had spent more time at the office – ในช่วงนาทีสุดท้ายของชีวิต ไม่มีใครบ่นหรอกนะว่า “แหม ฉันน่าจะใช้เวลาที่ออฟฟิศให้มากกว่านี้ซักหน่อย”

ผมเลยขอยืมมาปรับให้เข้ากับยุคสม้ยซะหน่อย

Nobody on their deathbed wished they had spent more time on their iPad

ในช่วงนาทีสุดท้ายของชีวิต ไม่มีใครบ่นหรอกนะว่า “แหม ฉันน่าจะได้เล่น iPad มากกว่านี้ซะหน่อย”

—–

ดาวน์โหลดอีบุ๊คฟรี

หากท่านใดสนใจหนังสือ eBook “เกิดใหม่” ซึ่งรวบรวม 17 บทความเกี่ยวกับธรรมะใกล้ตัว ใช้ภาษาวัยรุ่น ไม่ต้องปีนกะไดอ่าน ขอเชิญได้ที่นี่เลยครับ

20150316_RebornCover

Credits:

Gigaom : What is the blue light from our screens really doing to our eyes?

Wikipedia : เมลาโทนิน

3 thoughts on “หนึ่งสาเหตุที่ทำให้เราสุขน้อยลง

  1. Pingback: ตาน้ำ | Anontawong's Musings

  2. Pingback: เราไม่ควรมานั่งจ้องแสง | Anontawong's Musings

  3. Pingback: ทำไมต้องพักร้อน | Anontawong's Musings

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s