ทำไมต้องพักร้อน

20150410_SummerText3

เพื่อนสนิทผมคนหนึ่งชื่อไก่ เคยตั้งคำถามแบบกวนๆ ว่า ทำไมเราถึงต้องมีแต่ “พักร้อน”?  เราจะ “พักฝน” หรือ “พักหนาว” บ้างไม่ได้หรือ?

วันนี้ผมมีคำตอบที่ฟังดูพอเข้าท่ามาเล่าสู่กันฟังนะครับ

ความก้าวหน้าของเทคโนโลยี ทำให้เรามีเวลาส่วนตัวน้อยลงทุกที อย่างตัวผมเอง ที่ทางบริษัทให้โทรศัพท์สมาร์ทโฟนมาใช้หนึ่งเครื่อง มองในแง่หนึ่งก็สะดวกดี เพราะสามารถจะเช็คอีเมล์เมื่อไหร่ก็ได้ แต่สิ่งที่ตามมาก็คือ ผมเหมือนกับพกงานติดตัวตลอดเวลา บางทีเพื่อนร่วมงานที่อยู่ต่างประเทศส่งอีเมล์มาหาตอนสี่ทุ่ม ก็อดไม่ได้ที่จะเปิดอ่านแล้วตอบอีเมล์ฉบับนั้น

อีกตัวอย่างคือเพื่อนของผมซึ่งมีเจ้านายที่ชอบเขียนอีเมล์มาสั่งงานวันเสาร์ ส่ง SMS มาย้ำให้เช็คเมล์ แถมยังจะขอให้ส่งงานวันจันทร์อีก

อย่ากระนั้นเลย ผมว่าคุณผู้อ่านหลายท่านที่แม้จะลาหยุดไปเที่ยวต่างจังหวัด ก็ยังอุตส่าห์ขนแล็ปท็อปไปด้วย แทนที่จะได้พักร้อนก็เลยกลับกลายเป็นว่าเปลี่ยนที่ทำงานจากออฟฟิศไปทำงานในห้องพักของโรงแรมแทน

ยังไม่พอครับ ตอนนี้ คนเราเล่นอินเตอร์เน็ตผ่านมือถือกันมากขึ้นทุกที ไปที่ไหนหรือคิดอะไรก็ต้องทวีตให้ใครๆ ทราบ ใครมาเม้นท์อะไรบนเฟซบุ๊คของเราก็ต้องรีบเข้าไปเม้นท์ตอบ ถ้าใครทักมาทาง LINE ก็ต้องคุยกลับไป ภาพที่ผมเห็นจนชินตา คือเพื่อนๆ สามสี่คนนั่งล้อมโต๊ะกัน แต่ทุกคนต่างก้มหน้าก้มตาอยู่กับมือถือของตัวเอง

ครับ เราพร้อมที่จะคุยกับทุกคนบนโลกใบนี้ ยกเว้นคนที่นั่งอยู่ข้างๆ เรา

สภาพแวดล้อมเช่นนี้ เอื้อให้เรา “หาเรื่อง” ทำได้ทั้งวัน และการ “อยู่เฉยๆ” ได้กลายเป็นเรื่องที่ยากลำบากสำหรับคนยุคนี้ไปแล้ว ผลลัพธ์ก็คือจิตใจของเราที่วิ่งวุ่นตลอดเวลาแม้ร่างกายเราจะอยู่กับที่ก็ตาม

เป็นไปได้มั้ยครับว่า คำว่า “ร้อน” ใน “พักร้อน” นั้น ไม่ได้หมายถึงสภาพอากาศ แต่เป็นสภาวะของจิตใจ?

เพราะฉะนั้น การพักร้อน ในความหมายที่แท้จริง น่าจะหมายถึงการพักความร้อนรนในจิตใจมากกว่า ให้ใจไม่ต้องว้าวุ่น ไม่ต้องกังวลว่าต้องทำอย่างนั้นอย่างนี้ สามารถอยู่เฉยๆ ได้โดยไม่ต้องรู้สึกผิดอะไร หรือกลัวว่าจะใช้เวลาได้ไม่คุ้มค่า

หยุดยาวคราวนี้ เลยอยากจะชวนทุกท่านมาลองอยู่เฉยๆ กันดูบ้าง

การอยู่เฉยๆ ดูเฉยๆ รู้เฉยๆ ทางศาสนาพุทธเราเรียกว่า “วิปัสสนา” ครับ

อีกนัยหนึ่ง การฝึกวิปัสสนาคือการหยุด “หาเรื่อง” ใส่ตัว หรือถ้าพูดเป็นภาษาวัยรุ่นหน่อยก็คือ “อย่าเยอะ” นั่นเอง

ผมมีเกมง่ายๆ ที่เหมาะสำหรับคนที่ติดมือถืองอมแงมครับ

นั่นคือ ถ้าคุณรู้สึกว่าอยากจะหยิบมือถือขึ้นมาเล่นเมื่อไหร่ จังหวะที่จะหยิบมือถือขึ้นมานั้น ลองกลั้นใจตัวเอง อย่าเพิ่งหยิบมันขึ้นมา ช่วงระหว่างที่หยุดอยู่นี้ ให้สังเกตลมหายใจหรือสังเกตสิ่งที่ตาเรามองเห็นหรือสิ่งที่หูได้ยินก็ได้ พอทำอย่างนี้ได้ซัก 30 วินาทีแล้ว ถ้ายังรู้สึกว่าอยากเล่นมือถืออยู่ ก็เชิญเล่นได้ตามอัธยาศัย

เป้าหมายของเกมนี้ คือการพยายามหา “ช่องว่าง” ระหว่าง “สิ่งเร้า” (ความรู้สึกอยากเล่นมือถือ) กับ “การกระทำ” ที่ตามมา (หยิบมือถือขึ้นมาเล่น) เพราะถ้าคุณหาช่องว่างตรงนี้เจอ นั่นก็ได้ชื่อว่าคุณเริ่มทำวิปัสสนาเป็นแล้ว และยิ่งคุณรู้ตัวมากเท่าไหร่ คุณก็จะมีอิสระที่จะเลือกได้มากขึ้นเท่านั้น

สำหรับคนที่ชีวิตมีแต่งาน ชอบเอางานกลับไปทำที่บ้าน หรืออดไม่ได้ที่จะทำงานช่วงที่ลาหยุด ก็ลอง “ลด ละ เลิก” ดูบ้างนะครับ

ขอหยิบคำที่ผมเขียนถึงเมื่อวันก่อนมาให้อ่านอีกครั้ง – Nobody on their death bed wished they had spent more time at the office – “ในช่วงนาทีสุดท้ายของชีวิต ไม่มีใครบ่นหรอกนะว่า “แหม ฉันน่าจะใช้เวลาที่ออฟฟิศให้มากกว่านี้ซักหน่อย”

สงกรานต์นี้ ผมขอให้คุณผู้อ่านได้ “พักร้อน” อย่างแท้จริงครับ

—–

ภาพประกอบโดย  Mame*zo

—–

ดาวน์โหลดอีบุ๊คฟรี

หากท่านใดสนใจหนังสือ eBook “เกิดใหม่” ซึ่งรวบรวม 17 บทความเกี่ยวกับธรรมะใกล้ตัว ใช้ภาษาวัยรุ่น ไม่ต้องปีนกะไดอ่าน ขอเชิญได้ที่นี่เลยครับ

20150316_RebornCover

2 thoughts on “ทำไมต้องพักร้อน

  1. Pingback: เหตุผลที่ผมเลิกเล่นการพนัน | Anontawong's Musings

  2. Pingback: ไม่มีคนไม่ดี | Anontawong's Musings

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s