อยากให้เจ้านายรักฟังทางนี้

20150120_EmployeesBossLove

เมื่อตอนต้นเดือนผมเขียนบล็อกเรื่อง 9 สัญญาณที่บ่งบอกว่าคุณกำลังถูกลูกน้องกำลังนินทา สำหรับเตือนใจเจ้านาย

บทความนั้นมีคนแชร์ไปไม่น้อย และหนึ่งในคอมเม้นท์ที่ได้มาก็คือ ทำไมไม่มีบทความเพื่อเตือนใจลูกน้องบ้าง

เพื่อเป็นการตอบสนองมิตรรักแฟนเพลง นี่คือ 9 ลักษณะนิสัยของที่ผมคิดว่าถ้าใครมีแล้วล่ะก็ เจ้านายจะทั้งรักทั้งหวงเลยล่ะ

1. ทำให้ดีที่สุด (Do your best) นั่นคือ ทำงานอย่างสุดความสามารถ ไม่เช้าชามเย็นชาม ลูกน้องที่ดีจะไม่มองตัวเองว่าเป็นแค่ลูกจ้าง แต่จะมองว่านี่คือโอกาสที่จะได้ใช้ความรู้ความถนัดที่ตัวเองมีเพื่อสร้างประโยชน์ให้กับทีมและองค์กร และมองงานแต่ละชิ้นว่ามันคือเวทีให้เขาได้ “ฉายแสง”

2. กล้าแสดงความเห็นและตั้งคำถาม (Be willing to share ideas and ask questions) ยิ่งถ้าคุณทำงานบริษัทอินเตอร์แล้วไม่กล้าแสดงความเห็นหรือถามคำถาม รับรองโดนฝรั่งและแขกแย่งพูดหมดแน่ครับ เราชอบคิดว่าความเห็นของเราไม่ค่อยมีค่า หรือกลัวว่าถ้าถามคำถามอะไรออกไปจะดูโง่ แต่เชื่อผมเถอะว่า ถ้ามีอะไรในหัวจงพูดออกไปเถอะ ถ้าคุณพูดสิ่งที่ฉลาดออกไป ก็ย่อมมีประโยชน์กับทีมและเจ้านายก็จะให้คะแนนคุณอยู่ในใจ ถ้าพูดอะไรไม่เข้าท่าออกไป เขาจะได้ช่วยแก้ไขให้ เราจะได้ไม่โง่ซ้ำซาก

3. ถกได้แต่อย่าเถียง (Discuss, don’t argue) สองอย่างนี้มีแค่เส้นกั้นบางๆ การถกคือการแลกเปลี่ยนข้อมูล ความคิดเห็น เพื่อที่จะเข้าใจมุมมองของอีกฝ่ายและร่วมกันแสวงหาทางออกที่ดีที่สุด ขณะที่การเถียงเป็นเรื่องของการรักษาหน้าและการเอาชนะ ซึ่งโคตรจะเสียเวลาและความรู้สึก

4. ทำการบ้านมา (Do your homework) ลูกน้องที่ดีจะรู้ว่าเจ้านายต้องการอะไร เพียงแค่เราใช้ความช่างสังเกตซักนิดว่าเจ้านายเป็นคนประเภทไหน ชอบถามคำถามอะไรในที่ประชุม แล้วเราก็เพียงเตรียมตัวให้ดีๆ รับรองว่าเราจะโดดเด่นในสายตาเจ้านายเลยล่ะ

5. ไม่ต้องดูแลใกล้ชิดมากนัก (Be low-maintenance) เคยเห็นเพื่อนพนักงานคนไหนที่ต้องการความช่วยเหลือตลอดเวลามั้ยครับ? คนที่ติดอะไรนิดหน่อยก็วิ่งไปหาคนโน้นคนนี้ หรือคนที่ต้องให้เราคอยตามงานตลอดเวลา หรือคนที่โดนตำหนินิดเดียวก็ไปดราม่าบนเฟซบุ๊ค ถ้าเราทำตัวแบบนี้เราก็เป็นเหมือนเด็กไม่รู้จักโต แล้วเราจะมีโอกาสโตในองค์กรได้อย่างไร

6. รักษาคำพูด (Keep your word) ถ้าเราบอกว่างานชิ้นนี้จะเสร็จภายในวันศุกร์นี้ เราก็จะต้องทำทุกวิถีทางที่จะส่งงานชิ้นนี้ให้ได้ตามกำหนด (แม้จะต้องอยู่ดึกก็ตาม) แต่ถ้าหัวหน้าให้เดดไลน์ที่ไม่เหมาะสมมา เราต้องกล้าที่จะบอกว่าทำไม่ทันพร้อมด้วยเหตุผลที่ฟังขึ้น (กลับไปดูข้อ 2 & 3) การเป็นคนรักษาคำพูดจะทำให้เราเป็นคนที่เชื่อถือได้และใครๆ ก็จะอยากร่วมงานด้วย

7. มีอะไรผิดพลาดให้รีบบอก (Tell bad news early) จะได้ช่วยกันหาทางออก บางทีลูกน้องไม่กล้านำข่าวร้ายไปบอกเจ้านายเพราะกลัวโดนเจ้านายด่า กว่าเจ้านายจะรู้อีกทีเรื่องราวก็สายเกินแก้แล้ว พึงระลึกไว้เสมอว่ายอมโดนด่าแต่งานเดิน ยังดีกว่าโดนด่าแล้วงานเจ๊งนะครับ

8. พัฒนาตัวเองอยู่เสมอ (Keep getting better) ลองถามตัวเองว่า ตัวเราวันนี้กับตัวเราเมื่อ 365 วันที่แล้ว มีการพัฒนาการอะไรบ้าง ถ้าพัฒนาการน้อยมากก็จงอย่าแปลกใจที่เงินเดือนตอนนี้กับเงินเดือนเมื่อ 365 วันที่แล้วจะไม่ค่อยแตกต่างกันเช่นกัน

9. มีความอ่อนน้อม (Have humility) เพราะเรายังเป็นคนไทย และความอ่อนน้อมทำให้เราเป็นคนน่ารักและเป็นที่รัก แต่ก็ต้องแยกให้ออกระหว่างอ่อนน้อมกับพินอบพิเทา ความอ่อนน้อมเกิดจากความเชื่อที่ว่าเราไม่ได้อยู่เหนือคนอื่น ขณะที่ความพินอบพิเทาเป็นเพียงการแสดงละครเพื่อแลกกับอะไรบางอย่าง

—–

แถมอีกสองข้อครับ สำหรับคนที่อยากจะได้โปรโมตเร็วๆ

10. มีความคิดริ่เริ่ม (Be proactive) ถ้าเรามีไอเดียอะไรใหม่ๆ ที่คิดว่ามีประโยชน์ต่อทีม ให้เอาไปเสนอกับหัวหน้าเลยครับ ถ้าหัวหน้าเห็นดีเห็นงามเขาอาจจะให้เราเป็นคนทำโปรเจ็คนี้เลยก็ได้ อาจจะเหนื่อยเพิ่มขึ้นมาหน่อย แต่เชื่อผมเถอะว่ามันคุ้มยิ่งกว่าคุ้ม

11. ช่วยเหลือเพื่อนร่วมทีม (Support your colleagues) เพราะมันแสดงให้หัวหน้าเห็นว่า นอกจากเราจะดูแลงานของตัวเองได้แล้ว เรายังมีกำลังและน้ำใจที่จะช่วยคนรอบข้างได้อีกด้วย

สองข้อที่เสริมเข้ามาคือการส่งสัญญาณบอกให้เจ้านายรู้ว่าเราไม่ได้ทำอะไรแค่เพื่อให้งานตัวเองเสร็จเท่านั้น แต่เรามีแก่ใจที่จะช่วยให้ทีมดีขึ้นด้วย ดังนั้นหากเจ้านายคิดจะโปรโมตใครในทีมขึ้นมา เขาต้องมองคนประเภทนี้ไว้ก่อน เพราะคนที่ทำงานเก่งด้วย และทำเพื่อทีมด้วย หากันไม่ได้ง่ายๆ

ผมเองก็ยังทำไม่ได้ทุกข้อนะครับ (หรืออาจจะทำได้แค่บางวันเท่านั้น)

ถ้าผมตกหล่นข้อไหนไปก็แนะนำมาได้เลย เผื่อจะได้ลองเอาไปทำมั่ง!