ในนามของความดี

20180804_goodness

ผมคิดว่าคนส่วนใหญ่เชื่อว่าตัวเองเป็นคนดี

แต่การเป็นคนดีหรือการเชื่อว่าตัวเองเป็นคนดีนั้นเป็นอันตราย เพราะเรามีแนวโน้มที่จะยกตนเหนือท่าน

เมื่อคนอื่นมีความคิดหรือโลกทัศน์ที่ไม่สอดคล้องกับเรา เราก็จะมองว่าคนเหล่านั้นเป็นคนไม่ดี และคนไม่ดีก็คือศัตรูคนดีๆ อย่างเรา

ถ้ามองย้อนกลับไปในประวัติศาสตร์ มนุษย์เราสร้างความทุกข์เข็ญไว้มากมาย และความทุกข์เข็ญเหล่านั้น เกิดจากคนที่เชื่อว่าตัวเองทำสิ่งที่ดี ทำสิ่งที่ถูกต้องอยู่

1095-1291: สงครามครูเสดที่กินเวลานับ 200 ร้อยปีและคร่าชีวิตคนไปนับแสนคน ก็เกิดจากการต่อสู้เพื่อให้ได้มาซึ่งดินแดนศักดิ์สิทธิ์เยรูซาเล็ม แต่ละฝ่ายต่างทำเพื่อพระเจ้าที่ถูกต้องเที่ยงแท้เพียงหนึ่งเดียวของตน

1939-1945: ในสงครามโลกครั้งที่สอง นาซีเข่นฆ่ายิวไปหลายล้านคน เพราะนาซีเชื่อว่าเผ่าพันธุ์อารยันของตนเองนั้นเป็นเผ่าพันธุ์ที่มีวิวัฒนาการสูงสุดและจำเป็นต้องได้รับการปกป้อง ในขณะที่ชาวยิว ชาวโรม เกย์ และคนที่ป่วยทางจิตนั้นจะต้องถูกกักขังหรือแม้กระทั่งโดนกวาดล้าง (อ่านเพิ่มเติมได้ใน Sapiens ตอนที่ 12 – ศาสนไร้พระเจ้า)

2003-2006: ในการ์ตูนเรื่อง Death Note พระเอกที่ชื่อ ยางามิ ไลท์ เก็บสมุดเด๊ธโน๊ตที่ยมฑูตทำตกเอาไว้ หากเขียนชื่อใครลงไป คนๆ นั้นก็จะตาย ไลท์ ซึ่งหัวดีและรักความถูกต้อง จึงตั้งตนเป็น “คิระ” (Kill) และเขียนชื่ออาชญากรตัวฉกาจหลายต่อหลายคนลงในเด๊ธโน๊ต ด้วยความตั้งใจว่าเมื่ออาชญากรทยอยกันล้มตายและเป็นข่าวครึกโคม ก็จะไม่มีใครกล้าทำผิด แล้วโลกก็จะเข้าสู่ดินแดนพระศรีอาริย์อย่างแท้จริง แต่คิระกลับกลายเป็นอาชญากรที่ทั่วโลกต้องการตัวเสียเอง จนเขา “จำเป็น” ต้องฆ่าคนที่เป็นอุปสรรคต่ออุดมการณ์ของคิระ ซึ่งหนึ่งในนั้นรวมถึงพ่อของตัวเอง

คนที่คิดว่าตัวเองกำลังทำชั่วอยู่นั้นทำชั่วได้ไม่มากนักหรอก

มีแต่คนที่คิดว่าตัวเองกำลังทำดี-ทำสิ่งที่ถูกต้องเท่านั้น ที่จะก่อกรรมทำเข็ญต่อคนจำนวนมากได้

อยากเป็นคนดีไม่ว่ากัน แต่อย่าตั้งตนเป็นคนดี เพราะเราอาจกลายเป็นคนที่เลวร้ายได้อย่างไม่น่าเชื่อครับ

นิทานไม้แก่

20180803_oldtree

วันนี้วันศุกร์ มาฟังนิทานกันนะครับ

ต้นไม้ต้นหนึ่งกำลังยืนเฉาตายอย่างสงบ

ต้นหญ้าบนพื้นดินถามต้นไม้

“เมื่อท่านตาย ท่านก็ไร้ประโยชน์แล้วใช่หรือไม่?”

“นี่เป็นการตายของต้นไม้ แต่เป็นการเกิดของถ่าน ตอนที่ฉันเป็นต้นไม้ ฉันให้ความร่มเย็นแก่ผู้คน ตอนฉันเป็นถ่าน ฉันให้ความอบอุ่นแก่ผู้คน”

“หลังจากที่ถ่านถูกเผาจนเหลือเพียงเถ้าล่ะ จะเป็นยังไง?” ต้นหญ้าถามต้นไม้ต่อ

“ฉันก็จะคืนสู่สภาพเดิม เป็นผงธุลีดินอีกครั้ง บำรุงต้นไม้อื่นต่อไป”

—–

ขอบคุณนิทานจากเว็บเพื่อนกัลยาณธรรม

บางครั้งเราก็ไม่ได้ต้องการเวลา

20180731_dontneedtime

เพราะของบางอย่างไม่ต้องใช้เวลา

ความคิดสร้างสรรค์ไม่ต้องใช้เวลา

ความอ่อนโยนไม่ต้องใช้เวลา

ความเบิกบานก็ไม่ต้องใช้เวลา

สิ่งที่เราต้องการจริงๆ จึงไม่ใช่เวลา แต่คือพื้นที่ว่าง – space

เราจึงควรจะสร้างพื้นที่ว่างเอาไว้ ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่ว่างในห้อง พื้นที่ว่างบนโต๊ะ พื้นที่ว่างในหัว หรือพื้นที่ว่างในใจ

ความดีงามบางอย่างเราไม่จำเป็นต้องแสวงหา แค่เอาสิ่งที่ไม่จำเป็นออกไป เตรียมพื้นที่ว่างเอาไว้ แล้วสิ่งดีๆ ก็จะไหลเข้ามาหาเราเองครับ

—–
ขอบคุณประกายความคิดจาก David Allen (ฟังมาจากพ็อดคาสท์ซักที่)

ป.ล. บางท่านอาจจะงง เมื่อวานผมเพิ่งเขียนไปหยกๆ ว่าของมีคุณค่าต้องใช้เวลาทั้งนั้น สองไอเดียที่ดูเหมือนมันขัดกัน ฝรั่งเรียกว่า dichotomy (อ่านว่าไดค้อโทมี่) ความสามารถในการเก็บสองไอเดียที่ขัดกันไว้ในหัวและตระหนักว่ามันอาจจะเป็นจริงทั้งคู่ คือสัญญาณหนึ่งว่าระดับความคิดของเราเติบโตไปอีกขั้นนะครับ

ของที่มีคุณค่าต้องใช้เวลาทั้งนั้น

20180731_usetime

ดังนั้นไม่จำเป็นต้องรีบ

ถ้าคนรอบข้างเขาจะเร็วกว่าเรา นั่นก็เป็นแนวทางของเขา เพราะแต่ละคนมีพื้นฐานไม่เหมือนกันและบริบทของชีวิตก็แตกต่างกัน

เราไปที่สปีดของเรา คนอื่นเป็นม้าตีนต้น ส่วนเราเป็นม้าตีนปลาย

สิ่งสำคัญจึงไม่ใช่ใครเข้าเส้นชัยก่อนหรือหลัง

สิ่งสำคัญคือเราสามารถประคับประคองความฝันและการกระทำจนเข้าถึงเส้นชัยของเราเองต่างหาก

อย่ากลายเป็นคนแปลกหน้าของตัวเอง

20180728_stranger

เพราะมนุษย์เป็นสัตว์สังคม และสังคมก็เป็นตัวกำหนดว่าอะไรที่ดี อะไรที่ควรทำ

บางทีเราจึงทำสิ่งที่เราคิดว่าดี ทั้งๆ ที่จริงๆ เราไม่ได้ชอบมันเลยซักนิด

เมื่อต้องใช้ชีวิตที่ไม่ได้สอดคล้องกับตัวตนอยู่เป็นประจำ คืนวันหนึ่งที่เรากลับถึงบ้านด้วยความเหน็ดเหนื่อย เดินเข้าห้องน้ำแล้วมองกระจก เราอาจจะพบว่า เราไม่รู้จักคนๆ นี้อีกต่อไป

เมื่อต้องดัดแปลงตัวเองมายาวนานเกินไป เราจึงหลงลืมว่าเราเป็นใคร อะไรที่เราชอบ อะไรที่มีความหมาย อะไรที่มีความสำคัญกับเราจริงๆ

รู้เรื่องคนอื่นเยอะแล้ว อย่าลืมกลับมาทำความรู้จักกับตัวเองด้วย

เพราะจะมีประโยชน์อะไร หากสำเร็จอย่างมากมาย แต่เรากลับกลายเป็นคนแปลกหน้าของตัวเอง?