นิทานหอยทาก

20180821d

วันนี้วันศุกร์ มาฟังนิทานกันนะครับ

หอยทากน้อยถามแม่ว่า “ทำไมพวกเราต้องแบกกระดองทั้งแข็งทั้งหนักไว้บนหลังตั้งแต่เกิดด้วยครับแม่”

แม่ตอบว่า “นั่นเพราะว่าร่างกายพวกเราไม่มีกระดูกช่วยพยุงตัว ต้องคลานและคลานได้ช้ามาก เพราะฉะนั้นต้องอาศัยกระดองนี้ช่วยคุ้มกัน”

หอยทากน้อย “พี่หนอนก็ไม่มีกระดูก คลานก็ช้า ทำไมเธอไม่เห็นต้องแบกกระดองที่แสนหนักนี้ล่ะครับ”

“เพราะพี่สาวหนอนจะกลายเป็นผีเสื้อในไม่ช้า ท้องฟ้าจะปกป้องเธอได้”

“แต่ว่าน้องไส้เดือนก็ไม่มีกระดูก คลานก็ช้า บินก็ไม่ได้ ทำไมไม่ต้องแบกกระดองล่ะ”

“เพราะว่าน้องไส้เดือนเขามุดดินได้ ผืนธรณีคุ้มครองเขาได้” แม่ตอบ

หอยทากน้อยตัดพ้อร้องไห้โฮ “พวกเราช่างน่าสงสาร ฟ้าไม่ปกป้อง ผืนดินก็ไม่คุ้มครอง”

แม่ปลอบใจลูกน้อย “พวกเราถึงมีกระดองยังไงล่ะ”

—–

ขอบคุณนิทานจากเว็บเพื่อนกัลยาณธรรม 

อย่าเทียบข้างในของเรากับข้างนอกของคนอื่น

20180821b

แม้จะเป็นการยากก็ตาม

เพราะทุกคนพร้อมจะอวดไฮไลท์ของชีวิตประเคนใส่พานฟีด Facebook และ IG มาให้เราเสพ

ชีวิตของคนอื่นจึงดูดีกว่าความเป็นจริงเสมอ

ซึ่งมันก็ทำให้ชีวิตของเราดูแย่กว่าความเป็นจริงไปด้วย เพราะคนเราชอบเปรียบเทียบ และเมื่อเราเอาข้างในของเราไปเปรียบกับข้างนอกของเขา เราก็ย่อมรู้สึกแย่อย่างช่วยไม่ได้

เมื่อใดก็ตามที่เกิดสภาวะนี้ในใจ อาจต้องเตือนตัวเองว่า ทุกๆ คนมีความทุกข์ในแบบฉบับของตัวเอง เราก็ทุกข์ในแบบของเรา เขาก็ทุกข์ในแบบของเขา การที่คนๆ หนึ่งตะโกนให้โลกรู้ว่าชีวิตฉันดีแค่ไหน อาจเป็นเพียงกลไกในการชดเชยความทุกข์บางอย่างในใจเขาก็ได้

ในมุมกลับ เขาสุขได้ในแบบของเขา เราก็สุขได้ในแบบของเรา ซูชิมื้อละสามพันอาจอร่อยไม่เท่าคอหมูย่างจิ้มแจ่วที่นั่งล้อมวงกินกันก็ได้

ไม่เทียบข้างนอกเขากับข้างในเรา ไม่เทียบสุขของเรากับสุขของใคร จะได้ไม่ต้องทุกข์จนเกินพอดีครับ

—–

รับสมัคร Storytelling with Powerpoint Presentation Workshop รุ่นที่ 1 ดูรายละเอียดได้ที่ https://goo.gl/3JJ5vR (รับ 20 ที่ ตอนนี้เหลือ 9 ที่ครับ)

ความสำเร็จคืออะไร?

20180821c

เราทุกคนล้วนต่างอยากประสบความสำเร็จ

และบางทีเราก็ตั้งใจจะสำเร็จมากเสียจนลืมถามตัวเองว่า สำหรับเราแล้ว ความสำเร็จคืออะไร

คือการทำกำไรได้ตามเป้า? คือการได้เลื่อนขั้น? คือการได้มีหน้ามีตาในสังคม? คือการมีเงินเก็บ 10 ล้าน? คือการมีความสุขความพอใจในตนเอง?

สิ่งที่ต้องระวังก็คือ ถ้าเรานิยามความสำเร็จไว้คับแคบหรือตื้นเขินเกินไป เราก็อาจใช้ชีวิตอย่างคับแคบหรือตื้นเขินเกินไปด้วยเช่นกัน

ลองคิดเล่นๆ ว่า “ความสำเร็จ” ไม่ใช่ noun แต่เป็น verb

ไม่ใช่ปลายทางแต่เป็นหนทาง

ไม่ใช่สิ่งที่เกิดขึ้น ณ วันใดวันหนึ่งในอนาคต แต่เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้ที่นี่-เดี๋ยวนี้

ผมก็น่าจะให้นิยามความสำเร็จว่ามันคือการที่เราได้ทำสิ่งที่เราตั้งใจจะทำ และสิ่งๆ นั้นมีคุณค่าและมีความสำคัญกับเราอย่างแท้จริง

ถ้าวันนี้ผมตั้งใจจะทำสิ่งที่มีคุณค่า และผมทำมันได้เสร็จลุล่วง วันนี้ก็ถือว่าสำเร็จ

ถ้าวันนี้ผมตั้งใจจะทำสิ่งที่มีคุณค่า แต่เจออุปสรรคนานับประการจนทำอะไรไม่เสร็จซักอย่าง วันนี้ก็คงไม่สำเร็จเท่าไหร่

และถ้าวันนี้ผมใช้เวลาทั้งวันไปกับเรื่องที่ไม่มีคุณค่ากับผมอย่างแท้จริง แม้จะทำ “เสร็จ” ไปมากมาย ผมก็อาจรู้สึกว่าล้มเหลวอยู่ดี

โชคดีที่ความสำเร็จแบบนี้ให้โอกาสเราเริ่มใหม่เสมอ

ถ้าเราทำ “ห้วงนี้” ให้สำเร็จ เราก็มีโอกาสจะทำชั่วโมงนี้ให้สำเร็จ

และถ้าเราทำชั่วโมงนี้ให้สำเร็จ เราก็มีโอกาสจะทำวันนี้ให้สำเร็จ

และถ้าเรามีวันที่สำเร็จหลายๆ วัน เราก็จะมีเดือนที่สำเร็จ ปีที่สำเร็จ และชีวิตที่สำเร็จไดัในที่สุดครับ

—–

รับสมัคร Storytelling with Powerpoint Presentation Workshop รุ่นที่ 1 ดูรายละเอียดได้ที่ https://goo.gl/3JJ5vR (รับ 20 ที่ ตอนนี้เหลือ 10 ที่ครับ)

ผู้ใหญ่สมาธิสั้น

20180821

ช่วงนี้ผมให้ลูกสาววัยสองขวบกว่าเข้าร่วม Montessori Playgroup ซึ่งเน้น “เล่น” เป็นหลัก

ก่อนจะเรียนเต็มเวลาได้ ผู้ปกครองต้องพาลูกไปทดลองเรียนวันเสาร์-อาทิตย์ก่อน โดยวันแรกที่ไป เด็กกลุ่มผมมีกันอยู่ 5 คน รวมผู้ปกครองอีก 5 ท่าน เด็กจะเดินไปหยิบของเล่นอะไรมานั่งเล่นก็ได้ ส่วนผู้ปกครองมีหน้าที่คอยช่วยเหลือเล็กๆ น้อยๆ เท่านั้น

พอครูบอกว่า จะให้เด็กนั่งเล่นในห้องนี้หนึ่งชั่วโมง ผมก็คิดในใจว่า โห เด็กๆ จะไม่เบื่อไปเสียก่อนเหรอ

เวลาผ่านไปได้ประมาณ 30 นาที หันไปมองรอบตัว เด็กส่วนใหญ่ยังดื่มด่ำกับการเล่นของเล่น ขณะที่ผู้ปกครอง 3 ใน 5 กำลังนั่งเล่นมือถือ

—–

ช่วงนี้ผมเป็นโรค “สะดุดรายทาง” บ่อย

ยกตัวอย่างเช่นเมื่อต้นสัปดาห์ที่แล้ว ผมตื่นมาพร้อมกับความตั้งใจว่าจะกด publish และแชร์บทความที่ผมเขียนเตรียมเอาไว้ ใช้เวลาไม่น่าเกิน 1 นาที

แต่พอนึกได้ว่า ท้ายบทความต้องระบุว่าเหลือที่นั่ง Time Management Workshop อีกกี่ที่ ผมเลยเข้าไปดูเมลว่ามีคนโอนเงินมาครบหรือยัง แต่พอเข้าไปในอินบ๊อกซ์ ก็ไปเจออีกเมลหนึ่งเรื่องการสอนออนไลน์ เลยเปิดขึ้นมาดู อ่านไฟล์พรีเซนเทชั่นและเปิดวีดีโอตัวอย่างดูว่าเขาสอนยังไง ก่อนจะส่งเมลนั้นไปให้แฟนดูว่าสนใจมั้ย

จากนั้นก็กลับมานั่งไล่ดูเมลว่าใครโอนเงินมาแล้วบ้าง เช็คกับรายชื่อที่ลงทะเบียนมา แล้วก็ส่งเมลคอนเฟิร์มคนเหล่านั้น ก่อนจะกลับไปแก้ไขบล็อกเพื่อระบุจำนวนที่นั่งที่เหลือ ซึ่งระบบ WordPress ที่ผมใช้เขียนบล็อกดันมีปัญหาจนต้องเปิด-ปิดอยู่หลายรอบ สุดท้ายเลยตัดสินใจไม่แก้เนื้อความในบล็อก แต่ใส่เพิ่มในเฟซบุ๊คแทน

เหลือบดูนาฬิกา เวลาล่วงเลยมาแล้ว 30 นาที

—–

ผู้ใหญ่เดี๋ยวนี้สมาธิสั้นลงทุกวัน

เคยมั้ย เวลาจะเข้าไลน์เพื่อไปทำสิ่งๆ หนึ่ง แต่พอเจอข้อความอื่นๆ ที่น่าสนใจกว่า เราก็จะลืมความตั้งใจเดิมไปทันที

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นกับทุกๆ อย่างที่เราใช้ ไม่ว่าจะเป็นเฟซบุ๊ค อีเมล หรืออะไรก็ตามที่อยู่ในมือถือและคอมพิวเตอร์

เหมือนออกจากบ้าน 9 โมงเช้าจะขับรถไปพัทยา แต่แวะเมกาบางนา-บางปะกง-บางแสน-สวนเสือศรีราชา ฯลฯ กว่าจะถึงพัทยาก็เกือบเที่ยงคืน หรือบางทีก็ไปไม่ถึงด้วยซ้ำ

พี่วู้ดดี้เคยมาพูดที่ Wongnai และบอกวิธีรับมือกับปัญหานี้ว่าต้องตั้งสติให้ดีๆ

ก่อนเปิด LINE พี่วู้ดดี้จะบอกกับตัวเองว่า กูกำลังจะเข้าไลน์ ไม่ว่าข้อความจะดีจะแย่ยังไง กูจะเพลิดเพลินไปกับการแก้ปัญหา และกูจะอยู่ในนั้นแค่ 3 นาที

ก่อนจะเปิด Instagram พี่วู้ดดี้ก็จะบอกกับตัวเองว่า กูกำลังจะเล่น IG และไม่ว่ารองเท้าที่ชมพู่ อารยา โพสต์จะน่าซื้อแค่ไหนก็ตาม กูก็จะกลั้นใจไม่หลงตามไปด้วย

—–

ของเล่นของมอนเตสซอรี่ทำให้เด็กมีสมาธิดีขึ้น

แต่ของเล่นที่พวกเราผู้ใหญ่เล่นกัน น่าจะทำให้สมาธิสั้นลง

ของเล่นเด็กวางอยู่ในห้อง แต่ของเล่นผู้ใหญ่ติดตัวเราตลอดเวลา

ถ้าปล่อยตัวปล่อยใจไปกับของเล่น เราจะกลายเป็นผู้ใหญ่สมาธิสั้นในที่สุด

เราจึงควรตั้งสติทุกครั้งก่อนทำอะไรครับ

—–

รับสมัคร Storytelling with Powerpoint Presentation Workshop รุ่นที่ 1 ดูรายละเอียดได้ที่ https://goo.gl/3JJ5vR (รับ 20 ที่ ตอนนี้เหลือ 15 ที่ครับ)

ถ้าไม่มีความสุขกับงานที่ทำ

20180819.png

ขอให้เชื่อว่า

1.ทีมที่ดี / องค์กรที่ดีและเหมาะกับเรานั้นมีอยู่จริง
2.เขากำลังหาคนเก่งๆ และเหมาะกับเขาไปร่วมงาน

คำถามก็คือเราเก่งพอ ดีพอสำหรับเขารึยัง?

ถ้ายังไม่เก่งพอ ยังไม่ดีพอ ทางเลือกเราก็มีน้อย นั่นคือเหตุผลที่มีคนมากมายที่ไม่แฮปปี้กับงานแต่ก็ไม่รู้จะย้ายไปไหน ความไม่เก่งก็เลยกลายเป็นโซ่ตรวนล่ามตัวเองไปโดยปริยาย

ส่วนคนที่เก่งนั้นจะมีอิสระ ถ้างานที่นี่ไม่เหมาะกับเขา เขาก็ยังหล่อเลือกได้/สวยเลือกได้เสมอ

ดังนั้น ถ้าไม่อยากทนทุกข์กับงานที่ทำ เราก็ต้องรีบเก่งขึ้น

และวิธีที่สั้นและตรงที่สุด คือทำงานตรงหน้าให้ดีที่สุด

เมื่อเราทำงานได้ดี เราก็จะมีความมั่นใจ และได้ความเคารพตัวเองกลับคืนมา และพลังบวกนี่แหละที่จะทำให้เราเก่งขึ้นเรื่อยๆ จนความทุกข์ที่มีกับงานจะน้อยลงไปโดยปริยาย บวกกับทางเลือกที่เพิ่มขึ้นมากมายในอนาคต

ในทางกลับกัน ถ้าเรามัวแต่เฝ้าฝันถึงงานที่ดีกว่า โดยละเลยที่จะทำงานปัจจุบันให้สำเร็จลุล่วง ทีมอื่นๆ ก็คงไม่มีใครอยากชวนเราไปอยู่ด้วย และโอกาสที่จะได้งานดีๆ กับองค์กรที่ดีก็ย่อมริบหรี่เช่นกัน

ดังนั้น หยุดโทษคนอื่น ปรับที่ตัวเอง เพื่อที่วันหนึ่งเราจะได้มีอิสระในการเลือกงานที่เติมเต็มเราได้จริงๆ ครับ

—–

รับสมัคร Storytelling with Powerpoint Presentation Workshop รุ่นที่ 1 ดูรายละเอียดได้ที่ https://goo.gl/3JJ5vR