เราจะฉลาดขึ้นเร็วกว่านี้

20190411_smarterfaster

ถ้าเราไม่มัวแต่ปฏิเสธว่าเราไม่ผิด

“More people would learn from their mistakes if they weren’t so busy denying them”

― Harold J. Smith

เพราะเรารักตัวเองเหลือเกิน อะไรก็ตามที่ทำให้อีโก้สั่นสะเทือนเราจึงรีบปกป้องทันที

เวลาโปรเจ็คล่ม เวลาทีมแพ้ เวลาส่งงานไม่ทัน นิ้วของเราพร้อมจะชี้ไปที่คนอื่นก่อนเสมอ

แต่ยิ่งชี้คนอื่นมากเท่าไหร่ เรายิ่งเสียโอกาสในการเรียนรู้มากขึ้นเท่านั้น

แทนที่จะเอาแรงไปวิเคราะห์ปัญหาและปรับปรุงแก้ไข เรากลับเสียแรงไปกับการหาข้อแก้ต่างให้ตัวเองและอธิบายว่าทำไมความผิดนี้มีต้นเหตุมาจากคนอื่น

ลองเปลี่ยนโจทย์จาก “ทำยังไงถึงจะพิสูจน์ว่าเราไม่ผิด” เป็น “เราจะเรียนรู้อะไรจากเรื่องนี้ได้บ้าง”

เมื่อโจทย์เปลี่ยน เจตนาก็จะเปลี่ยน ความคิดเปลี่ยน การกระทำเปลี่ยน ทิศทางชีวิตก็จะเปลี่ยนไปได้ไม่น้อย

อีโก้เป็นเพียงภาพลวงตา เราจึงไม่ควรปกป้องมันจนเสียโอกาสที่จะฉลาดและเจริญขึ้นครับ

ตอนโกรธหน้าตาเราเป็นยังไง

20191004_angry

ในบาร์ฝรั่งบางร้านจะมีกระจกเงาติดไว้หลังบาร์เทนเดอร์หรือวางอยู่ตรงเคาท์เตอร์ เพื่อที่ว่า หากมีลูกค้าที่กำลังโกรธๆ เดินเข้ามา ถ้าได้เห็นหน้าตัวเองในกระจก จะช่วยให้มีสติขึ้นได้บ้าง

เพราะไม่มีใครชอบหน้าตัวเองเวลาโกรธ

หน้าตาที่บึ้งตึงนั้นลดความหล่อเหลาและความสะสวยไปอย่างน้อย 30%

ในเมื่อใครๆ ก็ชอบให้ตัวเองดูดีกันทั้งนั้น เมื่อเห็นหน้าตัวเองไม่หล่อไม่สวย ความบึ้งตึงของใบหน้าและอารมณ์ก็ผ่อนคลายลงอัตโนมัติ

ในชีวิตประจำวัน เราไม่ได้มีกระจกเงาไว้ให้คอยเตือนสติ แต่ถ้าเมื่อไหร่ที่เราอารมณ์เสียแล้วไม่ลืมที่จะถามตัวเองอยู่บ่อยๆ ว่า ตอนนี้หน้าตาเราเป็นยังไง แล้วหยิบมือถือขึ้นมาเซลฟี่ตัวเองดู ก็น่าจะช่วยให้โทสะลดลงได้ในระดับนึงเลยนะครับ

เราไม่อาจเปลี่ยนอดีตได้

20190409_cantchangethepast

แต่เราเปลี่ยนความหมายที่เราให้กับอดีตได้

ถ้าเรากำลังไร้ความสุขกับปัจจุบัน ก็เป็นไปได้ว่าเรากำลังจมอยู่กับอดีตมากเกินไป

อดีตดีๆ ที่จบไปแล้ว เราก็ฟูมฟายอยากให้มันเกิดขึ้นอีก

ส่วนอดีตที่เลวร้าย ก็เป็นแพะให้เราโยนบาปให้ว่ามันทำให้ปัจจุบันของเราย่ำแย่

แต่จุดประสงค์ของอดีตที่เลวร้ายไม่ใช่เพื่อให้เราไม่มีความสุขในวันนี้

อดีตอันเจ็บปวดมีไว้เพื่อทำให้เราฉลาดขึ้น แข็งแรงขึ้น มีสติมากขึ้น – what doesn’t kill you makes you stronger.

เมื่อวานผ่านพ้นไปแล้ว วันนี้เรายังมีลมหายใจ และหัวใจที่โตขึ้นและดวงตาคู่ใหม่

เราไม่อาจเปลี่ยนอดีตได้ แต่เราเปลี่ยนความหมายที่เราให้กับอดีตได้เสมอ

อย่าปล่อยให้ปัจจุบันตกเป็นตัวประกันของอดีตอยู่เลย

เค้าไม่ได้จ้างเรามาเข้าประชุม

20190408_meeting

ไม่ได้จ้างเรามาตอบอีเมล

และไม่ได้จ้างเรามาทำรีพอร์ต

เขาจ้างเรามาทำงานให้เสร็จ

และงานนั้นมันควรจะสร้างมูลค่าเพิ่มบางอย่างให้ลูกค้า เพื่อให้ลูกค้าเต็มใจที่จะจ่ายเงินเพื่อใช้บริการหรือผลิตภัณฑ์จากบริษัทของเราต่อไป

บางทีเราก็หลงลืมประเด็นนี้ เราเลยยังต้องเข้าประชุมที่น่าเบื่อ ตอบเมลที่ไม่ควรต้องตอบ และทำรีพอร์ตที่ไม่มีใครอ่าน เพียงเพราะว่าเค้าทำกันอย่างนี้มานานแล้ว

ถ้ากำลังยุ่งอยู่กับงานที่เราไม่เห็นว่าสร้างคุณค่าเพิ่มให้ใคร ลองหยุดถามตัวเองและถามหัวหน้าว่าเรากำลังทำงานนี้ไปเพื่ออะไร

อาจจะเป็นเราเองที่มองไม่เห็นคุณค่านั้น ซึ่งหัวหน้าควรจะช่วยให้เราตาสว่างได้

แต่ถ้าแม้แต่หัวหน้าก็ตอบไม่ได้ว่างานนี้สร้างคุณค่ายังไง ก็อาจถึงเวลาแล้วที่จะหยุดทำรีพอร์ตฉบับนั้นหรือยกเลิกการประชุมอันนั้นได้แล้ว

จะได้เอาแรงและเวลาอันจำกัดไปทำอย่างอื่นกันครับ

วิธีที่เรามองปัญหานั่นแหละคือปัญหา

201904074_howweseetheproblem

“The way we see the problem is the problem.”
-Stephen Covey

เราไม่เคยมองโลกอย่างที่มันเป็น

เรามองโลกอย่างที่เราเป็นเสมอ

ปัญหาหนึ่งอย่าง มีทางแก้ได้หลายวิธี

แต่ถ้าเรารู้จักทางแก้แค่วิธีเดียว เราก็มักจะใช้วิธีนั้นกับทุกปัญหา เหมือนในมือที่มีแต่ค้อน อะไรๆ ก็ดูเหมือนตะปูไปเสียหมด

ถ้าเราคุ้นเคยแต่การใช้อารมณ์ในการแก้ปัญหา เราก็จะทำแต่แบบนั้น

ถ้าเราคุ้นเคยแต่การใช้เหตุผลและตรรกะในการแก้ปัญหา เราก็จะทำแต่แบบนั้น

ถ้าเราคุ้นเคยแต่การวิ่งหนีปัญหา เราก็จะเอาแต่วิ่งหนีปัญหาอยู่อย่างนั้น

ทั้งๆ ที่ปัญหาแต่ละอย่างต้องการวิธีรับมือไม่เหมือนกัน

บางปัญหาต้องใช้เหตุผล บางปัญหาต้องละเอียดอ่อนต่ออารมณ์ บางปัญหายังทำอะไรไม่ได้

และบางปัญหาก็ไม่ใช่ปัญหา แต่เราดันไปเป็นเดือดเป็นร้อนกับมันเอง

“The way we see the problem is the problem.”

ถอยออกมาหนึ่งก้าว มองปัญหาด้วยใจที่เป็นกลาง อย่าเพิ่งกระโจนเข้าไปด้วยความคุ้นเคย

จะได้รับมือกับมันได้โดยไม่ทำให้ปัญหามันแย่ลงไปกว่าเดิมครับ