ขอบคุณความไม่แน่นอน

20190418_uncertainty

วันนี้สุขภาพดี พรุ่งนี้อาจป่วยก็ได้

วันนี้รักกันอยู่ดีๆ พรุ่งนี้อาจเลิกกันก็ได้

วันนี้เห็นหน้ากันอยู่ดีๆ พรุ่งนี้อาจไม่ได้เจอกันแล้วก็ได้

เวลาเราคิดถึงความไม่แน่นอน เรามักจะคิดถึงมันในแง่ร้ายก่อน

แต่ความไม่แน่นอนก็มีแง่บวกด้วยเช่นกัน

ปีนี้เงินเดือน 20,000 ปีหน้าอาจเงินเดือน 30,000 ก็ได้

ขายขนมโตเกียวอยู่ดีๆ อาจมีเว็บเอาไปเขียนถึงจนโด่งดังก็ได้

อยู่เป็นโสดมานานจนถอดใจ วันนี้อาจได้เจอคนที่ใช่ก็ได้

ถ้าโลกนี้มีแต่ความแน่นอน ชีวิตย่อมไม่แย่ลง แต่ก็ไม่มีโอกาสดีขึ้นเช่นกัน

เราจึงควรขอบคุณความไม่แน่นอน

หนึ่ง เพราะมันทำให้เราไม่ประมาท

และสอง เพราะมันทำให้เรามีความหวังครับ

เขียนกฎเพื่อควบคุมคนส่วนน้อย

20190417_rules

เป็นการกระทำที่ไม่คุ้มกันอย่างยิ่ง

ใครที่อยู่องค์กรใหญ่ๆ ที่ก่อตั้งมานาน อาจรู้สึกหงุดหงิดที่มีกฎระเบียบยุ่บยั่บเต็มไปหมด

แค่จะขอซื้อของราคาไม่กี่พันยังต้อง approve กันสามสี่คน

หรือแค่จะเบิกถุงมือยังต้องใช้เวลาเป็นสิบนาที

หรือมาสายนิดหน่อยก็โดนหักเงิน

กฎกติกาเหล่านี้อาจไม่ได้มีมาตั้งแต่แรก

แต่พอมีคนทำผิดทีนึง ทีมผู้บริหารก็รีบออกกฎออกมาเพื่อป้องกันไม่ให้เรื่องนี้เกิดขึ้นอีก

เช่นเคยอาจมีพนักงานคนนึงเบิกถุงมือเยอะเกินเหตุ เลยต้องออกกระบวนการในการเบิกถุงมือให้เจ้านายเซ็นรับทราบและต้องแทร็คว่าพนักงานแต่ละคนเบิกไปคนละกี่คู่แล้ว

ซึ่งเวลาที่สูญเสียไปกับการแทร็คเรื่องพวกนี้อาจมีมูลค่าสูงกว่าถุงมือเสียอีก

ไหนจะต้องทำไฟล์เก็บข้อมูล ไหนจะต้องหาคนมาดูแลเรื่องการเบิกถุงมือ ไหนจะเสียเวลาทำการทำงานของคนในโรงงาน ฯลฯ

นี่ยังไม่รวมถึง “ต้นทุนความเชื่อมั่น” ที่กฎนี้กำลังบอกกับพนักงานว่า “เราไม่เชื่อใจพวกคุณ” อีก

ในเมื่อองค์กรยังไม่เชื่อใจพนักงาน แล้วจะคาดหวังให้พนักงานเชื่อใจองค์กรได้อย่างไร

ความอันตรายคือตอนออกกฎเราอาจจะคิดว่าเป็นเรื่องเล็กน้อย แค่เพิ่มขั้นตอนหน่อยเดียวเอง

แต่ถ้าออกกฎใหม่ๆ อยู่เรื่อยๆ โดยไม่ยับยั้งชั่งใจ ผ่านไปห้าปีเราจะมีกฎที่ไม่ make sense อยู่เต็มไปหมด

ถ้าเราอยู่ในตำแหน่งผู้บริหารขององค์กรที่มีสิทธิ์ในการออกกฎกติกาได้ ฝากคิดเผื่อด้วยนะครับว่า กฎใหม่ที่เรากำลังจะออกมานั้นมันควบคุมคนส่วนน้อยและทำให้คนส่วนใหญ่เดือดร้อนรึเปล่า สิ่งที่ได้กลับมาจะคุ้มกับสิ่งที่เสียไปจริงรึเปล่า

สร้างกฎให้น้อยลง เชื่อใจคนในองค์กรให้มากขึ้น จะได้เอาเวลาไปทำเรื่องที่มีประโยชน์กว่านี้กันครับ

เมื่อคำว่าต้องมันเยอะเกินไป

20190415_toomuchmust

เราก็ไม่ต่างอะไรกับทาส

แน่นอนว่าคนเรามีหน้าที่ โดยเฉพาะการทำงานหาเงินมาเลี้ยงดูตัวเองและคนที่เรารัก

แต่นอกเหนือจากหน้าที่แล้ว บางทีทุนนิยมก็ผลักไสให้เราใส่สิ่งที่ต้องทำเข้ามาอีกมากมายในชีวิต

มือถือที่ต้องมี ซีรี่ส์เน็ตฟลิกซ์ที่ต้องดู ข่าวดาราที่ต้องรู้

เราก็เลยไม่เคยมีเวลาพอ-ไม่เคยมีเงินพอเสียที

หากรู้สึกว่าชีวิตเริ่มเหนื่อยเกินไป เราควรกลับมาสำรวจบรรดาสิ่งที่เรา “ต้องทำ” ว่ามันเป็นสิ่งที่เราต้องทำจริงรึเปล่า มันเป็น needs หรือมันเป็น wants กันแน่

เมื่อตัดสิ่งพะรุงพะรังออกจากชีวิตส่วนตัวได้แล้ว ก็สมควรสำรวจสิ่งพะรุงพะรังในที่ทำงานด้วย

ประชุมที่ต้องเข้า รายงานที่ต้องเขียน ไฟล์ที่ต้องตรวจ ลองถามว่าถ้าลองหยุดทำ ลดความถี่ หรือมอบหมายให้คนอื่นช่วยจะได้มั้ย เพราะงานมีเป็นอนันต์ แต่ชีวิตคนมีจำกัด

อย่าปล่อยให้คำว่าต้องเข้ามาอยู่ในชีวิตมากเกินไปครับ

อย่าลืมว่าเราเริ่มใหม่ได้เสมอ

20190415_alwaysstart

ไม่จำเป็นต้องรอให้ถึงปีใหม่หรือวันเกิด

เมื่อได้นอนเต็มที่ เมื่อได้ใช้เวลากับคนที่เรารัก เมื่อได้ทำสิ่งที่เป็นน้ำหล่อเลี้ยงชีวิต เราก็จะตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกว่า “วันนี้เราจะทำอะไรก็ได้”

นี่คือเวลาที่เหมาะสมที่จะหยิบความฝันบางอย่างขึ้นมาพิจารณาอีกครั้ง

อาจเป็นการเริ่มทำธุรกิจ

หรือวิ่งมาราธอน

หรือวางแผนเดินทางต่างเมือง

หรือเดินทางภายใน

หลายเรื่องเราอาจเคยคิดหรือแม้กระทั่งลงมือทำ แต่สุดท้ายก็ทิ้งมันไว้กลางทางด้วยเหตุผลและข้อจำกัดนานัปการ

การบรรลุเป้าหมายนั้นต้องใช้เวลา อาจเป็นเดือน เป็นปี หรือกระทั่งทั้งชีวิต

แต่การเริ่มต้นไม่ต้องใช้เวลา ทำได้เดี๋ยวนี้ นาทีนี้เลย

ถ้าวันนี้มีความรู้สึกว่า “จะทำอะไรก็ได้” จะลองดูซักตั้งก็ไม่เสียหายนะครับ

วันที่ดีคือวันที่มีความมุ่งหมาย

20190414_intentional

“ความมุ่งหมาย” ไม่ใช่ “เป้าหมาย”

แม้จะดูคล้าย แต่ไม่เหมือนกัน

เป้าหมายคืออะไรที่ตั้งไว้แล้วต้องไปให้ถึง ถ้าไม่ถึงเราก็จะผิดหวัง

ส่วนความมุ่งหมายนั้นมีความปล่อยวางอยู่ในที อาจไม่ชัดเท่ากับเป้าหมาย แต่ก็เปิดกว้างในความเป็นไปได้

ถ้าเป้าหมายคือดอยสุเทพ ความมุ่งหมายก็เปรียบได้กับการขึ้นเหนือ

เป้าหมายคือปลายทาง ความมุ่งหมายเป็นทิศทาง

จะให้ตื่นมาแล้ววิ่งตามเป้าหมายทุกวันก็ดูจะเหน็ดเหนื่อยเกินไป โดยเฉพาะช่วงหยุดยาวแบบนี้

แต่เราสามารถใช้ชีวิตแต่ละวันโดยมีความมุ่งหมายได้

ไม่จำเป็นต้องทำอะไร “สำเร็จ” ซักอย่างเดียวก็ได้

แค่ได้ใช้ชีวิตอย่างมีทิศทาง ก็น่าจะเพียงพอแล้วที่จะทำให้วันนี้เป็นวันดีๆ ครับ