ไม้บรรทัดคนเราไม่เท่ากัน

20190423_ruler

เป็นเรื่องปกติที่เราจะเกิดคำถามกับใครบางคนหรือคนบางกลุ่มว่า แค่นี้ทำไมคิดไม่ได้ หรือแค่นี้ทำไมทำไม่ได้

เพราะสำหรับเรามันตรงไปตรงมา ไม่เห็นมีอะไรซับซ้อน

แต่บางทีเราก็ลืมคิดไปว่าเรากำลังเอามาตรฐานของเราเป็นตัวตั้ง

ซึ่งก็เป็นเรื่องที่เข้าใจได้ เพราะมันเป็นไม้บรรทัดเดียวที่เรามี

เพียงแต่เราต้องระลึกอยู่เสมอว่าไม้บรรทัดของเรากับเขาอาจไม่เท่ากัน

ของเราอาจไม้ยาว ของเขาอาจไม้สั้น

หนึ่งเซ็นของเราอาจเท่ากับหนึ่งนิ้วของเขา

เพราะแต่ละคนเติบโตมาในบริบทที่แตกต่างกัน สิ่งที่เป็น common sense สำหรับเราอาจไม่ได้ common sense สำหรับเขาก็ได้

เมื่อระลึกได้ว่าเรากับเขาใช้ไม้บรรทัดคนละอันกัน เราก็น่าจะหงุดหงิดน้อยลง และมีเมตตากับเขาและกับตัวเองมากขึ้นครับ

เราคือคนเล่านิทานพิน็อคคิโอ

20190422_pinocchio

ปรายฝน ลูกสาววัยสามขวบกว่าของผมกำลังพูดจาเจื้อยแจ้ว ถามคำเดียวตอบได้ยาวหลายประโยค

แต่บางคำตอบก็ดูเหมือนเค้าจะมีความมั่วอยู่บ้าง เช่นถามว่ากินเข้าแล้วรึยัง ตอบว่ากินแล้ว ทั้งๆ ที่ยังไม่ได้กิน พอถามซ้ำก็ยังยืนยันคำเดิม

ผมเคยอ่านนิทานพิน็อคคิโอให้ปรายฝนฟัง เลยบอกปรายฝนว่า ถ้าพูดโกหกจะจมูกยาวเหมือนพิน็อคคิโอนะ พร้อมทั้งเอานิ้วชี้มาต่อจมูกให้ลูกสาวเห็นภาพ

ปรายฝนก็เลยพูดหน้าเสียๆ ว่า “ปรายฝนไม่อยากจมูกยาว ๆๆ”

“ถ้าไม่อยากจมูกยาว ปรายฝนก็ต้องไม่โกหกนะคะ”

ผมพูดจบประโยคนี้แล้วก็เพิ่งคิดขึ้นได้

พินอคคิโอ้ไม่มีอยู่จริง คนธรรมดาพูดโกหกกี่ครั้งจมูกก็ไม่ยาวขึ้น

นี่ผมกำลังพูดโกหกเพื่อสอนให้ลูกพูดความจริงอย่างนั้นหรือ

เหมือนพี่สอนน้องว่าอย่าเล่นยาขณะที่มือขวาคีบบุหรี่

เหมือนเพื่อนแซวเพื่อนที่ไปเปลี่ยนชื่อว่าชาวพุทธที่แท้เค้าไม่เชื่อเรื่องพวกนี้ พูดจบก็กระดกเหล้าเข้าปาก

เหมือนหัวหน้าที่ตำหนิลูกน้องว่าทำงานไม่เสร็จ ทั้งๆ ที่ตัวเองสั่งงานล่าช้า

เรามีความเป็นคนเล่านิทานพิน็อคคิโอกันทุกคน

จะรู้ตัวหรือไม่เท่านั้นเอง

อย่าให้ 10 วินาทีทำลาย 10 ชั่วโมง

20190422_10seconds.png

เคยมั้ยที่เราเจอเรื่องที่ทำให้เราหงุดหงิดไปได้เป็นวันๆ

ทั้งๆ ที่เหตุการณ์ที่ทำให้หงุดหงิดนั้นมันใช้เวลาเพียงไม่กี่อึดใจเท่านั้น

อาจจะเป็นเรื่องดราม่าที่ได้อ่าน มารยาทที่ขาดแคลนบนท้องถนน หรือคำพูดของใครบางคนที่ทำร้าย

ถ้ารู้ตัวว่ากำลังหงุดหงิด กลับมาสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ แล้วถามตัวเองว่าจะปล่อยให้เรื่องแย่ๆ หรือคนแย่ๆ มาทำให้ชีวิตเราเป๋ไปทั้งวันอย่างนั้นหรือ

คำตอบนั้นชัดในตัวมันเองอยู่แล้ว

ความสำเร็จในที่ลับมาก่อนความสำเร็จในที่แจ้ง

20190421_privatevictories

“Private victories precede public victories.”
-Stephen Covey

เวลาเรามองคนที่ประสบความสำเร็จ เรามักจะเห็นแค่ผลลัพธ์

ไม่ว่าจะเป็นยอดวิว ยอดขาย รายได้ ชื่อเสียง

เหล่านี้ล้วนเป็นความสำเร็จที่เราก็อยากได้มาครอบครอง

จนบางทีเราก็ลืมคิดไปว่ากว่าพวกเขาจะมาถึงจุดนี้ได้ เขาต้องแลกกับอะไรมาบ้าง

ต้องทำงานสัปดาห์ละ 60 ชั่วโมง

ต้องแบกรับความเสี่ยงและสายตาของคนใกล้ชิด

ต้องเข้านอนแต่หัวค่ำเพื่อตื่นแต่เช้ามาฝึกซ้อม

ถ้าความสำเร็จในที่ลับเรายังทำให้เกิดไม่ได้ ก็อย่าหวังว่าจะมีความสำเร็จในที่แจ้ง

จะนอนต่อหรือจะลุกขึ้น จะเล่นเฟซหรือจะเขียนบทความ จะรักษาหน้าหรือจะยอมรับว่าตัวเองไม่รู้/ไม่เก่งแล้วเอ่ยปากถาม

แต่ละวันคือโอกาสในการสะสมแต้ม private victories

และถ้าโชคดีพอ เมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม เราอาจจะมี public victories ไว้ให้เชยชมอย่างใครเขาบ้างก็ได้

นิทานวัวหาย

20190419_lostcow

วันนี้วันศุกร์ มาฟังนิทานกันนะครับ

วันหนึ่ง พระพุทธองค์ประทับอยู่ในป่ากับเหล่าภิกษุ

หลังจากฉันเพลในความเงียบ ขณะที่กำลังจะเริ่มปาฐกถาธรรมนั้น ก็มีชาวนาผู้หนึ่งหน้าตาเศร้าหมอง เอ่ยถามว่า

“ภิกษุ ท่านเห็นวัวของฉันผ่านมาทางนี้บ้างไหม”

พระพุทธองค์ตรัสตอบว่า “พวกเราไม่เห็นวัวสักตัวผ่านมาทางนี้เลย”

ชาวนาพูดต่อ “ภิกษุ ฉันเป็นคนที่โชคร้ายและไม่มีความสุขเลย ฉันมีวัวอยู่เพียง 12 ตัว แต่ไม่รู้ว่าด้วยเหตุใด เมื่อเช้านี้วัวทุกตัวของฉันหนีหายไปหมด ไม่เพียงเท่านั้น งาที่ฉันปลูกไว้ 20ไร่ ยังถูกแมลงแทะกินเสียจนเกลี้ยง ฉันคงต้องตายเป็นแน่แท้ ฉันจะอยู่รอดได้อย่างไรเล่าหากปราศจากวัวและเมล็ดงาของฉัน”

พระพุทธเจ้าทรงทอดพระเนตรไปที่ชายผู้นั้นด้วยสายตาแห่งความกรุณา แล้วตรัสว่า

“เสียใจด้วยเพื่อนเอ๋ย เราไม่เห็นวัวสักตัวผ่านมาทางนี้เลยจริงๆ ท่านคงต้องลองไปหาดูที่อื่น”

เมื่อชาวนาจากไปแล้ว พระพุทธองค์ทรงหันมายังเหล่าภิกษุ ทรงมองอย่างลึกซึ้ง แย้มสรวลแล้วตรัสว่า

“เพื่อนรักทั้งหลาย เธอรู้หรือไม่ว่าเธอเป็นคนโชคดีมาก เธอไม่มีวัวสักตัวให้สูญหาย”

—–

ขอบคุณนิทานจากเพจ Thai Plum Village