นิทานปลาทู

20190412_mackerel

วันนี้วันศุกร์ มาฟังนิทานกันนะครับ

คืนหนึ่งแม่กลับบ้านมาด้วยความเหนื่อยล้า แต่ก็ยังทำอาหารเย็นให้เราตามปกติ

ที่โต๊ะอาหารแม่วางจานที่มีปลาทูที่ไหม้เกรียมต่อหน้าพ่อและทุกๆ คน

พ่อไม่พูดอะไร ตั้งหน้าตั้งตากินปลาทูไหม้ตัวนั้น และหันมาถามผมว่าที่โรงเรียนเป็นอย่างไรบ้าง

แม่ขอโทษพ่อที่ทอดปลาทูไหม้ แต่พ่อกลับตอบแม่ว่า

“โอย…ผมชอบปลาทูทอดเกรียมๆ จะตาย อร่อยมากนะแม่”

คืนนั้น ตอนพ่อส่งผมเข้านอน ผมอดถามพ่อไม่ได้

“พ่อครับ พ่อชอบปลาทูทอดเกรียมๆ จริงๆ เหรอครับ”

พ่อลูบหัวผม

“แม่ของลูกทำงานหนักมาทั้งวัน ปลาทูไหม้หนึ่งตัวไม่เคยทำร้ายใคร คำต่อว่าต่างหากที่จะทำร้ายกัน”

—–

ขอบคุณนิทานจาก GPlus Quotes

เราจะฉลาดขึ้นเร็วกว่านี้

20190411_smarterfaster

ถ้าเราไม่มัวแต่ปฏิเสธว่าเราไม่ผิด

“More people would learn from their mistakes if they weren’t so busy denying them”

― Harold J. Smith

เพราะเรารักตัวเองเหลือเกิน อะไรก็ตามที่ทำให้อีโก้สั่นสะเทือนเราจึงรีบปกป้องทันที

เวลาโปรเจ็คล่ม เวลาทีมแพ้ เวลาส่งงานไม่ทัน นิ้วของเราพร้อมจะชี้ไปที่คนอื่นก่อนเสมอ

แต่ยิ่งชี้คนอื่นมากเท่าไหร่ เรายิ่งเสียโอกาสในการเรียนรู้มากขึ้นเท่านั้น

แทนที่จะเอาแรงไปวิเคราะห์ปัญหาและปรับปรุงแก้ไข เรากลับเสียแรงไปกับการหาข้อแก้ต่างให้ตัวเองและอธิบายว่าทำไมความผิดนี้มีต้นเหตุมาจากคนอื่น

ลองเปลี่ยนโจทย์จาก “ทำยังไงถึงจะพิสูจน์ว่าเราไม่ผิด” เป็น “เราจะเรียนรู้อะไรจากเรื่องนี้ได้บ้าง”

เมื่อโจทย์เปลี่ยน เจตนาก็จะเปลี่ยน ความคิดเปลี่ยน การกระทำเปลี่ยน ทิศทางชีวิตก็จะเปลี่ยนไปได้ไม่น้อย

อีโก้เป็นเพียงภาพลวงตา เราจึงไม่ควรปกป้องมันจนเสียโอกาสที่จะฉลาดและเจริญขึ้นครับ

ตอนโกรธหน้าตาเราเป็นยังไง

20191004_angry

ในบาร์ฝรั่งบางร้านจะมีกระจกเงาติดไว้หลังบาร์เทนเดอร์หรือวางอยู่ตรงเคาท์เตอร์ เพื่อที่ว่า หากมีลูกค้าที่กำลังโกรธๆ เดินเข้ามา ถ้าได้เห็นหน้าตัวเองในกระจก จะช่วยให้มีสติขึ้นได้บ้าง

เพราะไม่มีใครชอบหน้าตัวเองเวลาโกรธ

หน้าตาที่บึ้งตึงนั้นลดความหล่อเหลาและความสะสวยไปอย่างน้อย 30%

ในเมื่อใครๆ ก็ชอบให้ตัวเองดูดีกันทั้งนั้น เมื่อเห็นหน้าตัวเองไม่หล่อไม่สวย ความบึ้งตึงของใบหน้าและอารมณ์ก็ผ่อนคลายลงอัตโนมัติ

ในชีวิตประจำวัน เราไม่ได้มีกระจกเงาไว้ให้คอยเตือนสติ แต่ถ้าเมื่อไหร่ที่เราอารมณ์เสียแล้วไม่ลืมที่จะถามตัวเองอยู่บ่อยๆ ว่า ตอนนี้หน้าตาเราเป็นยังไง แล้วหยิบมือถือขึ้นมาเซลฟี่ตัวเองดู ก็น่าจะช่วยให้โทสะลดลงได้ในระดับนึงเลยนะครับ

เราไม่อาจเปลี่ยนอดีตได้

20190409_cantchangethepast

แต่เราเปลี่ยนความหมายที่เราให้กับอดีตได้

ถ้าเรากำลังไร้ความสุขกับปัจจุบัน ก็เป็นไปได้ว่าเรากำลังจมอยู่กับอดีตมากเกินไป

อดีตดีๆ ที่จบไปแล้ว เราก็ฟูมฟายอยากให้มันเกิดขึ้นอีก

ส่วนอดีตที่เลวร้าย ก็เป็นแพะให้เราโยนบาปให้ว่ามันทำให้ปัจจุบันของเราย่ำแย่

แต่จุดประสงค์ของอดีตที่เลวร้ายไม่ใช่เพื่อให้เราไม่มีความสุขในวันนี้

อดีตอันเจ็บปวดมีไว้เพื่อทำให้เราฉลาดขึ้น แข็งแรงขึ้น มีสติมากขึ้น – what doesn’t kill you makes you stronger.

เมื่อวานผ่านพ้นไปแล้ว วันนี้เรายังมีลมหายใจ และหัวใจที่โตขึ้นและดวงตาคู่ใหม่

เราไม่อาจเปลี่ยนอดีตได้ แต่เราเปลี่ยนความหมายที่เราให้กับอดีตได้เสมอ

อย่าปล่อยให้ปัจจุบันตกเป็นตัวประกันของอดีตอยู่เลย

เค้าไม่ได้จ้างเรามาเข้าประชุม

20190408_meeting

ไม่ได้จ้างเรามาตอบอีเมล

และไม่ได้จ้างเรามาทำรีพอร์ต

เขาจ้างเรามาทำงานให้เสร็จ

และงานนั้นมันควรจะสร้างมูลค่าเพิ่มบางอย่างให้ลูกค้า เพื่อให้ลูกค้าเต็มใจที่จะจ่ายเงินเพื่อใช้บริการหรือผลิตภัณฑ์จากบริษัทของเราต่อไป

บางทีเราก็หลงลืมประเด็นนี้ เราเลยยังต้องเข้าประชุมที่น่าเบื่อ ตอบเมลที่ไม่ควรต้องตอบ และทำรีพอร์ตที่ไม่มีใครอ่าน เพียงเพราะว่าเค้าทำกันอย่างนี้มานานแล้ว

ถ้ากำลังยุ่งอยู่กับงานที่เราไม่เห็นว่าสร้างคุณค่าเพิ่มให้ใคร ลองหยุดถามตัวเองและถามหัวหน้าว่าเรากำลังทำงานนี้ไปเพื่ออะไร

อาจจะเป็นเราเองที่มองไม่เห็นคุณค่านั้น ซึ่งหัวหน้าควรจะช่วยให้เราตาสว่างได้

แต่ถ้าแม้แต่หัวหน้าก็ตอบไม่ได้ว่างานนี้สร้างคุณค่ายังไง ก็อาจถึงเวลาแล้วที่จะหยุดทำรีพอร์ตฉบับนั้นหรือยกเลิกการประชุมอันนั้นได้แล้ว

จะได้เอาแรงและเวลาอันจำกัดไปทำอย่างอื่นกันครับ