อย่าตั้งเป้าหมายให้ยากเกินไป

20190508_hardgoals

เพราะมันจะกลายเป็นข้ออ้างให้เราในภายหลัง

สมมติเราตั้งเป้าว่าจะต้องเขียนหนังสือ bestseller เราก็อาจจะเอาแต่เขียนๆ หยุดๆ อยู่หลายเดือนหรือแม้กระทั่งหลายปี แถมไม่กล้าเอางานของเราให้ใครดูเพราะมันไม่เคยดีพอเสียที

เพราะเราเอาแต่บอกตัวเองว่า ต้องเขียนดีกว่านี้ ต้องเจ๋งกว่านี้ ต้องเพอร์เฟคต์กว่านี้ สุดท้ายหนังสือเล่มนั้นจึงไม่เคยถูกตีพิมพ์ และที่แย่ไปกว่านั้นคือเราอาจแทบไม่ได้เขียนอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน

เป้าหมายที่ยากเกินไป กลายเป็นข้ออ้างชั้นดีเวลาเราทำไม่สำเร็จ

ทำไมไม่ลองตั้งเป้าง่ายๆ ดูบ้าง?

ไม่ต้องเขียนหนังสือ bestseller หรอก เขียนบล็อกให้ได้ซักสองตอน มีคนกดไลค์ตอนละ 10 ไลค์ก็พอ

ตั้งเป้าอย่างนี้ไม่ใช่เพราะว่าเป็นคนมาตรฐานต่ำ แต่เพื่อให้เราไม่เหลือข้ออ้างอีกแล้วต่างหาก

เมื่อเป้ามันใกล้แค่เอื้อม เราก็จะมีกำลังใจว่าเราน่าจะทำได้ และลงมือทำจริงจัง ไม่มัวแต่มาเต้นฟุตเวิร์คอยู่

เมื่อทำฝันเล็กๆ สำเร็จ เราก็ค่อยๆ ฝันให้ไกลขึ้น ตั้งเป้าให้ใหญ่ขึ้นได้

ถ้าใครที่เคยตั้งเป้าหมายใหญ่ๆ แล้วไปไม่ถึงไหน ลองเปลี่ยนเป็นตั้งเป้าหมายเล็กๆ ดูนะครับ

อย่ามัวแต่ตั้งเป้ายากๆ เพื่อใช้มันเป็นข้ออ้างและที่หลบซ่อนอยู่เลย

เปิดรับสมัคร Storytelling with Powerpoint Presentation รุ่นที่ 3 วันเสาร์ที่ 1 มิ.ย. 62 ที่ Sook Station (BTS อุดมสุข) (เหลือ 4 ที่) ดูรายละเอียดได้ที่ bit.ly/tgimstory3fb

เคยคิดมั้ยว่าพอมีเงินมากกว่านี้แล้วจะมีความสุข

20190507_moremoney

ตอนเงินเดือนสองหมื่น เคยคิดว่าถ้ามีเงินเดือนถึงแสนชีวิตคงจะสุดยอดน่าดู

หรือตอนมีเงินเก็บไม่ถึงแสน ก็เคยคิดว่าถ้ามีเงินเก็บถึงล้านคงจะเจ๋งไปเลย

แต่พอถึงจุดหมายก็พบว่า “ก็งั้นๆ” ออกจะแห้งๆ เป็น anti climax ด้วยซ้ำไป

แล้วเราก็ตั้งเป้าหมายใหม่ ว่าจะขอมีเงินเเก็บถึงสองล้าน สามล้าน…สิบล้าน โดยหวังในใจว่า เมื่อถึงเป้าหมายนั้นมันจะทำให้เราฟิน

แต่ความสุขจำพวกนี้เป็นเหมือนพยับแดด เป็นบ่อน้ำกลางทะเลทรายที่อยู่ไกลลิบๆ

ไม่ได้บอกว่าการมีเงินเดือนเยอะๆ มีเงินเก็บเยอะๆ ไม่ดีนะครับ แค่จะบอกว่ามันอาจไม่ได้ดีอย่างที่เราหวัง

เราจึงไม่ควรไปซีเรียสกับเรื่องนี้มากเสียจนทิ้งสิ่งที่สร้างความสุขให้เราได้จริงๆ

อะไรที่ทำให้เราหัวเราะได้จนท้องแข็ง อะไรที่ทำให้เราน้ำตารื้นเมื่อนึกถึง อะไรที่จะสร้างภาพจำที่ติดตัวเราไปอีกนาน ผู้คนและประสบการณ์เหล่านี้ไม่ต้องมีเงินล้านเราก็เข้าถึงมันได้

จริงๆ แล้วมันอาจจะเข้าถึงเราอยู่ทุกเมื่อเชื่อวันด้วยซ้ำ

เรามัวแต่ยุ่งเหยิงจนไม่เห็นความดีงามที่เกิดขึ้นตรงหน้ารึเปล่าเท่านั้นเอง

—–

เปิดรับสมัคร Storytelling with Powerpoint Presentation รุ่นที่ 3 วันเสาร์ที่ 1 มิ.ย. 62 ที่ Sook Station (BTS อุดมสุข) (เหลือ 4 ที่) ดูรายละเอียดได้ที่ bit.ly/tgimstory3fb

นอนให้พอแล้วจะทำงานได้ดี

20190505

ทำงานให้พอแล้วจะนอนได้ดี

เพราะการใช้ชีวิตให้เต็มที่ในช่วงกลางวันคือตั๋วสำหรับการพักผ่อนในตอนกลางคืน

และการพักผ่อนให้เต็มที่ในตอนกลางคืนคือตั๋วสำหรับการใช้ชีวิตให้เต็มที่ในวันรุ่งขึ้น

ถ้าตอนกลางวันใช้ชีวิตสบายเกินไป ตอนกลางคืนจะนอนไม่ค่อยหลับ

ถ้าตอนกลางคืนนอนน้อยเกินไป ตอนกลางวันก็จะใช้ชีวิตได้ไม่เต็มที่

ทำงาน-พักผ่อนคือหัวก้อยของเหรียญเดียวกัน

ถ้าจะนอนก็จงนอนให้เต็มอิ่ม ถ้าจะตื่นก็จงตื่นให้เต็มตาครับ


เปิดรับสมัคร Storytelling with Powerpoint Presentation รุ่นที่ 3 วันเสาร์ที่ 1 มิ.ย. 62 ที่ Sook Station (BTS อุดมสุข) (เหลือ 6 ที่) ดูรายละเอียดได้ที่ bit.ly/tgimstory3fb

ทำอะไรก็ได้ที่ทำให้เรารู้สึกดีกับตัวเอง

20190504

ซึ่งแตกต่างจาก “ทำอะไรก็ได้ที่ทำให้เรารู้สึกดี”

การทำให้เรารู้สึกดีเป็นเรื่องง่าย แค่ทำตามใจกิเลสก็รู้สึกดีแล้ว

ดูหนัง ฟังเพลง ชอปปิ้ง ฯลฯ เหล่านี้ล้วนทำให้เรารู้สึกดี อย่างน้อยก็ซักสองสามชั่วโมง

แต่การทำสิ่งที่ทำให้เรารู้สึกดีกับตัวเองนั้นเป็นอีกขั้นหนึ่ง

อาจจะไม่ได้สนุกเท่า แต่ลึกๆ เรารู้ว่ามันคือสิ่งที่ควรทำ และถ้าได้ทำมันจะทำให้ความเคารพในตัวเองเพิ่มพูนขึ้น

ออกกำลังกาย เริ่มต้นกับความฝันเล็กๆ ฝึกทำอะไรที่ไม่เคยทำ พูดในสิ่งที่ไม่เคยพูดหรือทำอะไรบางอย่างให้คนที่เรารัก

คนที่ได้ทำเรื่องที่ทำให้รู้สึกดีกับตัวเอง จะเป็นคนที่เข้านอนโดยไม่มีอะไรต้องตะขิดตะขวงใจ

แถมคนกลุ่มนี้มักจะได้ความสำเร็จเป็นผลลัพธ์ข้างเคียงด้วยนะครับ

เปิดรับสมัคร Storytelling with Powerpoint Presentation รุ่นที่ 3 วันเสาร์ที่ 1 มิ.ย. 62 ที่ Sook Station (BTS อุดมสุข) (เหลือ 10 ที่) ดูรายละเอียดได้ที่ bit.ly/tgimstory3fb

นิทานน้ำแอปเปิ้ล

20190503_applejuice

วันนีวันศุกร์ มาฟังนิทานกันนะครับ

หลายปีก่อน หลวงปู่ต้องดูแลเด็กๆ ที่อพยพมาจากเวียดนาม

น้ำเป็นเด็กคนหนึ่งในจำนวนนั้น น้ำพักอยู่กับหลวงปู่เพราะคุณพ่อของเธอต้องไปทำงานในเมือง น้ำและเพื่อนๆ เห็นว่าหลวงปู่ต้องนั่งสมาธิทุกวัน และในเวลาเช่นนั้นเธอกับเพื่อนๆ จะต้องเงียบ ไม่เล่นส่งเสียงดัง

วันหนึ่งน้ำและเพื่อนๆ รู้สึกกระหายน้ำจึงวิ่งมาขอน้ำดื่มจากหลวงปู่ หลวงปู่จึงนำน้ำแอปเปิ้ลที่เพื่อนบ้านนำมาถวายรินใส่แก้วให้เด็กๆ น้ำได้รับน้ำแอปเปิ้ลเป็นคนสุดท้าย และน้ำแอปเปิ้ลที่ได้นั้นขุ่นมาก (เพราะมีเนื้อแอปเปิ้ลปนอยู่จำนวนมาก) จนเธอไม่อยากดื่ม เธอจึงวิ่งไปเล่นอีกและไม่ดื่มน้ำแอปเปิ้ลแก้วนั้น

เวลาผ่านไปหนึ่งชั่วโมง น้ำกลับมาหาหลวงปู่ขอน้ำดื่มอีก หลวงปู่จึงชี้ไปที่แก้วน้ำแอปเปิ้ลและบอกว่า

“ทำไมไม่ดื่มน้ำแอปเปิ้ลนี้ล่ะ อร่อยมากนะ”

น้ำมองไปที่แก้วอีกครั้งและเห็นว่าน้ำในแก้วใสมาก ตะกอนตกลงไปที่ก้นแก้วแล้ว เธอจึงดื่มน้ำแก้วนั้นด้วยความยินดี

น้ำถามหลวงปู่ว่า “ทำไมน้ำแอปเปิ้ลจึงใสขึ้นล่ะคะ”

หลวงปู่ตอบว่า “เพราะน้ำแอปเปิ้ลนั่งสมาธิน่ะสิ นี่คือเหตุผลที่หลวงปู่นั่งสมาธิทุกวัน เราเลียนแบบน้ำแอปเปิ้ล และน้ำแอปเปิ้ลก็เลียนแบบเรา”

—–

ขอบคุณนิทานจาก The Plum Village