ถ้าเราชอบตัวเองมากพอ เราจะไม่ขอให้คนอื่นมาชอบเรา

หนึ่งในปรากฏการณ์ที่มาพร้อมกับ social media คือการเรียกร้องความสนใจ

ทุกครั้งที่มีคนกดไลค์รูปของเรา สมองจะหลั่งสาร dopamine เมื่อหลั่งบ่อยๆ เข้าเราก็ติดใจไม่ต่างอะไรกับการเสพติด

พวกเราส่วนใหญ่จึงน่าจะเคยโพสต์รูปแล้วลุ้นว่ารูปนี้จะมีคนมากดไลค์เท่าไหร่

ถ้าคนกดไลค์เยอะใจเราก็พองฟู ถ้าน้อยกว่าที่หวังไว้ใจก็แฟบ

เราสนใจไลค์จากคนไม่รู้จัก มากกว่าจะสนใจว่าคนใกล้ตัวจะชอบเราหรือไม่

หนักไปกว่านั้น เราสนใจไลค์จากคนไม่รู้จัก จนลืมถามตัวเองว่าเราชอบตัวเองหรือไม่ด้วยซ้ำ

ลองตั้ง notifications ดูใหม่ ใครกดไลค์ไม่ต้องมาป๊อปอัพให้เรารู้ทุกครั้งก็ได้

ลงรูปถ่ายเพราะอยากเก็บเอาไว้เป็นความทรงจำที่ดี ไม่ใช่เพื่อโฆษณาว่าชีวิตเราดีและชวนให้คนมาเชื่อ

คอยสังเกตตัวเอง ว่าจิตใจที่โหยหาให้คนอื่นยอมรับเรานั้นแปลผกผันกับการที่เรายอมรับตัวเอง

เพราะถ้าเราชอบตัวเองมากพอ เราจะไม่ร้องขอให้คนอื่นมาชอบเราครับ

ตกลงให้ช้า ปฏิเสธให้เร็ว

เพราะเรามักจะทำตรงกันข้าม

เรามักจะตอบตกลงเร็วเกินไป และปฏิเสธช้าเกินไป

หรือแย่กว่านั้นคือแบ่งรับแบ่งสู้ และปล่อยให้มันค้างคาอยู่ในใจทั้งสองฝ่าย

การที่เราตอบตกลงเพียงเพราะตารางยังว่างอยู่หรือเพราะเกรงใจ มักไม่ใช่ทางเลือกที่ดีนัก เพราะถึงเวลาต้องทำจริงๆ ตารางของเรามันไม่ได้ว่างขนาดนั้นหรอก

เราควรตอบตกลงเพราะว่ามันคือสิ่งที่เราอยากทำ ตอบตกลงเพราะมันจะส่งผลดีในระยะยาว

ในยุคที่ทางเลือกมีมากมาย โอกาสก็มีมากมาย คนที่จะไปต่อได้ดีคือคนที่รู้จักแยกแยะสิ่งที่ดีออกจากสิ่งที่ดีที่สุด

เพราะหากเราเอาแต่ทำสิ่งดีๆ เราจะไม่เหลือแรงและเวลาทำสิ่งที่ดีที่สุดได้มากเพียงพอ

We need to learn the slow ‘yes’ and the quick ‘no’.
-Greg MeKeown

ตกลงให้ช้า ปฏิเสธให้เร็วครับ

0 กับ Inifinity เป็นเพื่อนซี้กัน

ช่วงนี้ลูกสาววัย 5 ขวบของผมเขาสนใจเรื่องตัวเลขเป็นพิเศษ เช่นเวลาผมบอกว่าญี่ปุ่นไกลจากกรุงเทพมาก เค้าก็จะถามว่า “ไกลเป็นหมื่นพันกิโลเลยเหรอ”

พอเขารู้จักคำว่าหมื่น แสน ล้านแล้ว เขาก็มักจะถามว่า 1 ตามด้วย 0 สิบตัวอ่านว่าอะไร แล้วถ้า 0 ร้อยตัวอ่านว่าอะไร

มันก็เลยทำให้ผมนึกถึง “ค่าอนันต์” หรือ infinity

ถ้า 0 คือจุดเริ่มต้น ต่อด้วย 1, 2, 3,… ค่าที่ใหญ่ขึ้นมันก็จะห่างไกล 0 ขึ้นเรื่อยๆ

100 ไกลจาก 0 มากกว่า 10 ส่วน 1,000 ก็ห่างไกลจาก 0 มากกว่า 100

จะเป็นไปได้มั้ยว่าเมื่อตัวเลขเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนถึงค่าอนันต์ มันจะกลับมาที่ 0 อีกครั้ง?

ตัวเลขที่อยู่ไกล 0 ที่สุดคือ infinity และตัวเลขที่ใกล้ 0 ที่สุดก็คือ infinity

OSHO เคยบอกไว้ว่า คนชอบนึกว่าเวลาเดินเป็นเส้นตรง แต่จริงๆ แล้วเวลาเดินเป็นวงกลม

จักรวาลและสรรพสิ่งเกิดจากบิ๊กแบง และก่อนจะเกิดบิ๊กแบงมันก็เคยมีจักรวาลอื่นมาก่อน พอก่อเกิดปุ๊ปมันก็ขยายตัว แล้วสักวันมันก็จะค่อยๆ หดตัวจนกลับเป็นไม่มีอะไรเลยอีกครั้ง เป็นอย่างนี้ตลอดมา และเป็นอย่างนี้ตลอดไป ไม่มีจุดเริ่มต้น ไม่มีจุดจบ

นาฬิกามีเลข 12 ตัว มีเข็มนาฬิกาหมุนวนไป เราไม่สามารถบอกได้ว่าตรงไหนคือจุดเริ่มและตรงไหนคือจุดจบ เพราะสิ่งที่เคยเป็นจุดเริ่มมันก็จะกลายเป็นจุดจบเพื่อจะเป็นจุดเริ่มต้นอีกครั้ง

สัญลักษณ์ของ infinity ก็เหมือนเอา 0 สองตัวมาเขียนติดกันเป็น ∞

Infinity ที่เราเข้าใจง่ายที่สุดต้องใช้เลขศูนย์ คืออะไรก็ตามที่หารด้วย 0 จะได้เป็น infinity เสมอ (ยกเว้น 0 หาร 0 ที่เป็น undefined)

ลองนึกถึงธุรกิจแสนล้านที่กินรวบ ไม่ว่าคนจะใช้จ่ายอะไรเงินก็เข้ากระเป๋าเขาอยู่ดี สมมติว่ามีวันหนึ่งที่เขากินรวบธุรกิจทั้งโลกได้ “ความมั่งคั่ง” ของเขามันจะยังมีความหมายอยู่หรือไม่ เพราะเมื่อเป็นเจ้าของทุกอย่าง มันก็ไม่ต้องมานั่งนับแล้วหรือเปล่าว่านี่ของฉันนี่ของเธอ ถ้าพระเจ้าสร้างจักรวาล ท่านก็เป็นผู้ที่ครอบครองทุกสิ่งและไม่ได้ครอบครองอะไรเลยในคราวเดียวกัน ในขณะที่พระหรือนักบวชที่สละแล้วทุกสิ่งก็อาจเป็นคนที่ร่ำรวยที่สุดเพราะเขาไม่ขาดสิ่งใดอีกต่อไป

ในทางศาสนาพุทธ ท่านก็สอนให้เรารู้จักตนเอง เพราะเมื่อใดที่เรารู้จักตนเอง เราก็จะรู้จักทั้งโลกธาตุ

และเมื่อเราเดินทางไกลไปสุดขอบจักรวาล เราอาจจะพบว่าเราเดินทางอยู่ในอะตอมเพียงอะตอมเดียวเท่านั้น เหมือนฉากจบหนังเรื่อง Men In Black ที่ทั้งจักรวาลอยู่ในลูกแก้ว และไม่ต่างอะไรกับเห้งเจียที่บินไปสุดขอบฟ้าเพียงเพื่อพบว่าตัวเองยังอยู่บนฝ่ามือของพระพุทธองค์

0 กับ Inifinity อาจเป็นเพื่อนซี้กัน

ฝากไว้ให้คิดและคุยกันเล่นๆ นะครับ 🙂

18 ประโยคดีงามจากหนังสือคำบันดาลใจ

สำรวจตน

“ความกลัวเกิดจากความไม่รู้ เมื่อเรารู้มากขึ้นแล้ว ความกลัวจะค่อยๆ น้อยลง”

“ผู้นำที่เก่งจะใช้ช่วงเวลาแห่งความพ่ายแพ้ให้เป็นประโยชน์ และพลิกมันมาสร้างผู้ชนะในเวลาต่อมาได้”

“มองโลกในแบบที่มันเป็นจริงๆ โดยไม่หลอกตัวเอง มองเห็นพื้นที่ที่ยังต้องปรับปรุงพัฒนา และมีพื้นที่กว้างใหญ่เสมอสำหรับการมีความหวัง”

“ยอมรับว่าตัวเองไม่รู้ แล้วใช้ความไม่รู้ไปค้นหาคำตอบดีกว่า”

“โลกจะเคารพคุณมากเท่ากับที่คุณเคารพตัวเอง”-Beyonce


สำเร็จ

“ผมได้พบผู้คนมากมายที่มีความสามารถ มีเงิน มีชื่อเสียง แต่ปราศจากคนที่รัก สำหรับผม นั่นแหละคือชีวิตที่กลวงและว่างเปล่า ถ้าคุณอายุ 65 หรือ 70 ปีแล้ว คุณยังได้รับความรักจากลูกหลานของคุณ คนรักของคุณ ครอบครัวของคุณ เพื่อนร่วมงานของคุณ นั่นแหละคือชีวิตที่ประสบความสำเร็จแล้ว”
-Warren Buffett

“บอกสิว่าทำไม่ได้ บอกสิว่าทำไม่สำเร็จ เดี๋ยวจะทำให้ดู!”

“ที่ผ่านมาเราได้มาเยอะแล้ว คนอื่นให้เรามาเยอะแล้ว ตอนนี้เราจะไม่ได้บ้างก็ไม่เป็นไร เพราะเรายังมี เรายังอยู่ได้”
-เจ๊โอว

“มันเป็นการตัดสินใจที่ผมทำจากหัวใจ ไม่ใช่หัวสมอง เมื่อผมอายุ 80 ปีและมองย้อนกลับมา ผมอยากให้มีเรื่องที่ผมเสียใจในชีวิตให้น้อยที่สุด และความเสียใจส่วนใหญ่ที่เรามีในชีวิตคือการละเลย มาจากสิ่งที่เราไม่ได้ลองทำ มาจากเส้นทางที่เราไม่เคยได้เดินไป และสิ่งเหล่านี้แหละที่จะหลอกหลอนเราไม่มีที่สิ้นสุด”
-Jeff Bezos

“สำหรับนักกีฬาที่กำลังฟังผมอยู่ คำแนะนำของผมเรียบง่ายมาก – วางแผนให้ดี เตรียมตัวให้พร้อม ลำดับความสำคัญให้ถูก คิดในแง่บวก และใช้ชีวิตในทางที่ดี”
-Eliud Kipchoge มนุษย์คนแรกและคนเดียวที่วิ่งมาราธอนจบใน 2 ชั่วโมง


สัมพันธ์

“ถ้าเราใส่ใจคนว่าแต่ละคนมีความพิเศษ มีความแตกต่าง เป็นหนึ่งเดียวในจักรวาล เราจะมองเห็นรายละเอียดความพิเศษในคนทุกคน”

“เราน่าจะประสบความสำเร็จในชีวิตได้โดยที่ยังรักษาคนที่เรารักไว้ได้อยู่”

“อย่าเป็นพ่อแม่ที่สอนให้ลูกแพ้ไม่เป็น ถ้าเราเป็นพ่อแม่ที่คิดว่าลูกฉันเก่ง ลูกฉันแพ้ไม่ได้ ลูกจะไม่มีภูมิคุ้มกัน”
-หม่อมหลวงขวัญทิพย์ เทวกุล

“เทคโนโลยีก็ช่วยเราได้บ้างแหละ แต่กับคนบางคน คิดถึงแทบตายเราก็เฟซไทม์หาเขาไม่ได้นะ อย่างพี่คิดถึงแม่ อยากเจอหน้าแม่ พี่เฟซไทม์ไม่ได้แล้วนะ”
-ธงไชย แมคอินไตย์


สังคม

“คุณมีสิทธิ์ที่จะไม่เห็นด้วย เพราะนั่นคือประชาธิปไตย นั่นคือประเทศของเรา สิทธิ์ในการไม่เห็นด้วยอย่างสันติแสดงถึงความเข้มแข็งของประเทศเราได้อย่างดีที่สุด”
-Joe Biden

“สำหรับผู้ชายรุ่นใหม่ โปรดใช้ความอ่อนไหวและสร้างนิยามใหม่ของความเป็นผู้ชายที่เป็นผู้นำที่มีหัวใจ”
-Beyonce

“ลำพังความโกรธไม่ทำให้โลกเปลี่ยน Michelle Obama ยกตัวอย่างว่า นักเคลื่อนไหวทางสังคมผ่านมาในประวัติศาสตร์มีความโกรธเป็นแรงผลักดันทั้งนั้น แต่เพราะพวกเขามีความเมตตา มีหลักการ และมีความหวังเป็นแรงผลักดันด้วย จึงนำไปสู่ “การกระทำ” ที่สร้างการเปลี่ยนแปลงที่แท้จริง”

“บางครั้งคุณต้องยอมพ่ายแพ้ก่อน เพื่อที่จะได้เข้าใจว่า คุณกำลังสู้กับอะไรอยู่ และคุณจะสู้แบบไหน”
-Chadwick Boseman


ขอบคุณเนื้อหาจากหนังสือคำบันดาลใจ โดยท้อฟฟี่ แบรดชอว์ สำนักพิมพ์อะไรเอ่ย

หมายเหตุ – ถ้าไม่ได้ระบุชื่อผู้พูด แสดงว่าเป็นประโยคของผู้เขียนหนังสือ

หนังสือ ความเงียบ บทสนทนา

“Books for mindset.
Quiet time to think for strategy.
Conversations with successful peers for tactics.”
-James Clear

อ่านหนังสือเพื่อสัมมาทิษฐิ
อยู่กับความเงียบเพื่อครุ่นคิดยุทธการ
พูดคุยกับกัลยาณมิตรเพื่อศึกษากลวิธี

เราได้อ่านหนังสือบ้างหรือไม่
เรามีช่วงเวลาเงียบสงบบ้างหรือเปล่า
เราได้คุยกับกัลยาณมิตรยาวๆ ครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่

หนังสือ ความเงียบ บทสนทนา

สามสิ่งที่ใครก็เข้าถึงได้ หากเห็นความสำคัญของมันครับ