“ความคิดเห็น” ไม่สำคัญเท่า “เห็นความคิด”

ในยุคที่โซเชียลมีเดียครองเมือง เขียนอะไรก็มีคนเห็น คอมเมนท์ก็มีคนไลค์ มันจึงเป็นกลไกที่คอยขับเคลื่อนให้เราแสดงความคิดความอ่านออกมาตลอดเวลา

ยิ่งในช่วงที่การเมืองร้อนแรง แต่ละฝ่ายมีข้อมูลแน่นหนา ความคิดเห็นหรือความเชื่อที่ได้เลือกแล้วจึงแนบแน่นยึดติด

แต่ความคิดเห็นนั้นไม่สำคัญเท่ากับการเห็นความคิด

เพราะความคิดเห็นส่วนใหญ่ไม่ได้ทำให้ชีวิตเราดีขึ้น เราใช้มันเอาไว้ฟาดฟันและเอาชนะคะคานคนที่เห็นต่าง

แต่ไม่ว่าจะชนะการถกเถียงสักเท่าไร ความทุกข์ใจก็ไม่ได้ลดลง

เราจะทุกข์ได้เฉพาะตอนที่เราคิดเท่านั้น เราจึงควรเรียนรู้วิธีที่จะเห็นความคิดของตัวเอง เพราะคนที่เห็นความคิดจะทุกข์ไม่มากและทุกข์ไม่นาน

แต่ถ้าไม่รู้ตัวว่าคิด เราจะติดอยู่ในวังวนแห่งความทุกข์ที่เราสร้างขึ้นมาเองอยู่ร่ำไป

ความคิดเห็นนั้นมีอยู่ล้นโลกจึงไม่ค่อยมีราคา

ส่วนการเห็นความคิดนั้นมีคนทำได้เพียงหยิบมือ เป็นคุณสมบัติอันล้ำค่า

เรามาฝึกตัวเองให้เป็นคนที่เห็นความคิดกันนะครับ


ขอบคุณประกายความคิดจากหนังสือ ดวงตาแห่งชีวิต ของอาจารย์เขมานันทะ

นิทานกวาดใบไม้

วันนี้วันศุกร์ มาฟังนิทานกันนะครับ

ยังมีเณรน้อยรูปหนึ่ง ทุกๆ เช้าเขามีหน้าที่กวาดใบไม้ที่ร่วงหล่นจากต้นมาตกลงตามลานวัดให้สะอาดเอื่ยม

แต่การตื่นขึ้นมาตอนเช้ามืดเพื่อกวาดลานวัดนั้นเป็นความลำบากประการหนึ่ง

โดยเฉพาะในฤดูใบไม้ร่วงย่างเข้าฤดูหนาว เพราะนอกจากอากาศจะเยือกเย็นแล้ว เพียงแค่มีลมพัดมาเบาๆ ใบไม้ก็พากันหล่นพรูลงมาอย่างไม่หยุดหย่อน

ดังนั้น ในทุกๆ วันเณรน้อยต้องใช้เวลาอย่างมากในการกวาดใบไม้ทำความสะอาดลานวัด ซึ่งภาระหน้าที่นี้ทำให้เณรน้อยปวดเศียรเวียนเกล้าอย่างยิ่ง จึงพยายามขบคิดหาวิธีการเพื่อมาลดภาระอันหนักหน่วงนี้

ต่อมามีพระรูปหนึ่งล่วงรู้ถึงปัญหาหนักอกของเณรน้อย จึงได้เสนอแนะว่า

“พรุ่งนี้ก่อนที่เจ้าจะลงมือกวาดใบไม้ ลองเขย่าต้นไม้แรงๆ ให้ใบไม้ร่วงลงมาให้หมดก่อนสิ แล้วค่อยกวาดคราวเดียว เพียงเท่านี้เจ้าก็ไม่ต้องกวาดลานวัดซ้ำไปซ้ำมาอีกต่อไป”

เช้าวันต่อมา ก่อนที่จะลงมือกวาดลานวัด เณรน้อยก็รวบรวมกำลังเขย่าต้นไม้อย่างรุนแรง เพื่อให้ใบไม้ที่กำลังจะร่วงนั้นร่วงหล่นลงมาให้หมดเสียก่อน จากนั้นจึงลงมือกวาดลานวัด และเข้าใจว่าวันพรุ่งนี้ใบไม้ก็จะไม่ร่วงหล่นมาให้กวาดอีก ทำให้วันนั้นทั้งวันเณรน้อยรู้สึกสบายใจเป็นอันมาก

เช้าวันต่อมา เณรน้อยตื่นขึ้นมาด้วยความสดชื่น ทว่าเมื่อมาถึงลานวัดกลับต้องนิ่งงันเพราะลานวัดเต็มไปด้วยใบไม้ไม่แตกต่างไปจากวันอื่นๆ แต่อย่างใด

ยามนั้นพระเซนที่ทราบเรื่องราวได้เดินมากล่าวกับเณรน้อยที่กำลังยืนหมดอาลัยตายอยากว่า

“ไม่ว่าวันนี้เจ้าจะพยายามเขย่าต้นไม้เท่าไร วันพรุ่งนี้ใบไม้ก็ยังคงร่วงหล่นเช่นเดิม”


ขอบคุณนิทานจากเพจนิทานเซน: เณรกวาดใบไม้

ส่วนประกอบของคนมีเสน่ห์

“Charisma is the ability to project confidence and love at the same time.”
-Naval Ravikant

ความมั่นใจ + ความน่ารัก = เสน่ห์

คนที่มั่นใจเกินไปจนดูโอหัง ย่อมไม่มีเสน่ห์ เผลอๆ จะมีแต่คนหมั่นไส้

คนที่น่ารัก ไม่ใช่เพราะหน้าตา แต่เพราะนิสัย ย่อมเป็นคนที่เราอยากคบหา

ยิ่งถ้าเป็นคนที่นิสัยน่ารัก แถมยังมีความมั่นใจในแบบพอดีๆ คนแบบนี้จะมีเสน่ห์เอามากๆ มีแรงดึงดูดให้คนรอบตัวอยากเข้าใกล้ อยากพูดคุย อยากร่วมงานด้วย เพราะเรารู้ว่าเขาคนนี้จะทำอะไรหลายๆ อย่างได้จนสำเร็จโดยทำให้คนรอบข้างรู้สึกดี

ดังนั้น ถ้าอยากเป็นคนที่มีเสน่ห์ ให้เริ่มต้นจากการเป็นคนน่ารักก่อน จากนั้นก็ค่อยๆ ใส่ความมั่นใจลงไป

แต่ถ้าตั้งต้นเราเป็นคนมั่นใจมาก และอยากมีเสน่ห์มากกว่านี้ ก็ให้เพิ่มความน่ารักของตัวเอง ลดความอยากเอาชนะ และ don’t take yourself too seriouly ครับ

ไม่เห็นทางออกเพราะไม่ยอมรับความจริง

เวลาเพื่อนมีปัญหาหัวใจ วิ่งมาปรึกษาเรา เราจะให้คำแนะนำได้เป็นอย่างดี

แต่พอเราอกหักเสียเอง เรากลับไปต่อไม่เป็น

จริงๆ แล้วปัญหามันไม่ได้ยากเย็นอะไร มองด้วยสายตาคนดูก็พอจะรู้ว่าต้องทำอะไรต่อ

แต่ที่ทำแบบนั้นไม่ได้เพราะเรายังไม่ยอมรับความจริง

เรายังหวังว่าเขายังรักเราอยู่ ยังเสียดายสิ่งต่างๆ ที่เคยร่วมสร้างกันมา

เมื่อเราคาดหวังหรือแม้กระทั่งคาดคั้นให้ความจริงนั้นต่างไปจากที่มันเป็น สายตาของเราก็เลยพร่ามัว

เมื่อไหร่ก็ตามที่ยอมรับความจริง เราก็จะมองสิ่งต่างๆ ได้อย่างชัดเจน และเห็นทางออกที่จ้องหน้าเรามาตลอดครับ

“คุณยังเด็กเกินไป” คือคำแนะนำที่ใช้ไม่ได้

เพราะเอาเข้าจริงหมุดหมายสำคัญในประวัติศาสตร์มากมายนั้นเกิดจากคนหนุ่มสาว

นิวตันค้นพบเรื่องแรงโน้มถ่วงตอนอายุ 23 ปี

ไอน์สไตน์คิดเรื่องทฤษฎีสัมพัทธภาพตอนอายุ 26 ปี

เดอะบีทเทิลส์ออกซิงเกิ้ลแรกตอนพวกเขาอายุ 19-22 ปี

จ็อบส์ และ วอซเนียก ก่อตั้งแอปเปิ้ลตอนอายุ 21 ปี

มาร์ค ซักเคอร์เบิร์ก สร้างเฟซบุ๊คตอนอายุ 20 ปี

คุณสัมฤทธิ์ จิราธิวัฒน์เปิด “ห้างเซ็นทรัลเทรดดิ้ง” ที่ถนนเจริญกรุงตอนอายุ 22 ปี

คุณธนินท์ เจียรวนนท์ เริ่มเข้ามาดูแลกิจการเจริญโภคภัณฑ์พ่อตอนอายุ 25 ปี

เหตุการณ์ 14 ตุลา 2516 ก็เกิดจากนักศึกษาและบัณฑิตอายุ 20-25 ปี

ยิ่งในยุคนี้ที่มีอินเทอร์เน็ตเป็นตัวเร่ง พื้นที่และโอกาสในการสร้าง impact นั้นเปิดกว้างกว่าที่เคย

ไม่มีใครเด็กเกินไป และทางในกลับกันก็ไม่มีใครแก่เกินแกง

ขอเพียงเป็นคนที่ใช่ในเวลาที่ถูก จะอายุเท่าไหร่ก็ไม่ใช่ประเด็นครับ