อุปสรรคของคนยุคใหม่คือการรุกรานของ AI

20200507

เมื่อวานนี้ผมมีโอกาสได้กลับไปดูการแข่งขันระหว่าง Manchester United รุ่น 1999 Reunion กับทีม Bayern Munich รุ่นเก๋า ฉลองครบรอบ 20 ปีสามแชมป์ที่จัดขึ้นเมื่อเดือนพฤษภาคมปี 2019 เพื่อระดมทุนให้กับ Manchester United Foundation

หนึ่งในคนที่โดดเด่นที่สุดในสนามคือ David Beckham ในวัย 44 ปี ที่ยังเปิดบอลแม่นราวจับวาง จนแฟนแมนยูหลายๆ คนรวมทั้งผมอดเปรียบเทียบกับกองกลางยุคปัจจุบันของแมนยูไม่ได้

ตอนท้ายเกมเบ็คแฮมยังเลี้ยงหลบกองหลังและยิงประตูเข้าอีกด้วย เจ้าตัวดีใจสุดๆ ดังภาพที่เห็น

ผมอ่านเจอในคอมเมนท์สักที่ว่า “Passion ในเกมกระชับมิตรของเบ็คแฮมยังเข้มข้นว่า passion ตอนแข่งขันจริงของนักเตะแมนยูชุดปัจจุบันที่เอาแต่เล่นอินสตาแกรม”

—–

ในช่วงวัยรุ่นถึงวัยผู้ใหญ่ตอนต้น อุปสรรคอย่างหนึ่งที่คนรุ่นพวกผมไม่มีคือโซเชียลมีเดีย

ความพลุ่งพล่าน ความดุดัน ความอัดอั้น จึงถูกระบายผ่านการเล่นดนตรี เล่นกีฬา หรือกิจกรรมอื่นๆ ที่เป็น physical

นักเตะยุค Class of 92 อย่างเบ็คแฮม กิ๊กส์ สโคลส์ เนวิลล์ บัตต์ ก็เติบโตในยุคที่คนส่วนใหญ่ยังไม่มีอินเตอร์เน็ต พวกเขาจึงมีเวลาฝึกซ้อมอย่างเต็มที่ ชีวิตมีแต่ฟุตบอล

อาจจะมีเบ็คแฮมที่หลังจากแต่งงานกับวิคตอเรียที่มีเรื่องชื่อเสียงและชีวิตดารามาเกี่ยวบ้าง แต่มันก็ยังเป็นสื่อแบบเก่า เหตุเกิดวันนี้ เป็นข่าวในหนังสือพิมพ์แทบลอยด์วันรุ่งขึ้น ไม่ได้มี Twitter หรือ Facebook Live ให้เป็นข่าวแบบ real-time อย่างทุกวันนี้

ตัวผมเองไปโตที่นิวซีแลนด์ สิ่งล่อตาล่อใจน้อยเสียยิ่งกว่าน้อย รายการทีวีรายการเดียวที่ติดตามดูคือซิทคอมเรื่อง Friends เวลานอกเหนือไปจากนั้นก็คือไปนั่งเล่นบ้านเพื่อน เล่นกีตาร์ เตะบอล อ่านหนังสือตามเรื่องตามราว เวลาที่เสียไปกับการกังวลว่าจะมีใครมากดไลค์รูปของเราหรือไม่เท่ากับศูนย์เพราะตอนนั้นยังไม่มีเฟซบุ๊ค

เด็กที่โตมาในยุคสมัยนี้จึงทั้งโชคดีและโชคร้าย

โชคดีที่ทุกอย่างง่ายดายกว่าแต่ก่อนมาก อยากจะทำรายงานทีก็เข้ากูเกิ้ล (สมัยผมต้องไปค้นที่ห้องสมุด) อยากมีรายได้ก็เป็น Youtuber (สมัยผมต้องรับจ้างส่งนมสด-แบกฟืน) อยากจีบสาวก็ทัก LINE (สมัยผมต้องโทรไปที่บ้านเขา ต้องลุ้นอีกว่าใครจะรับสาย)

ส่วนโชคร้ายก็คือ เมื่อ Facebook, Youtube, Instagram, Netflix, Tiktok และอะไรต่อมิอะไรล้วนใช้ AI และ Algorithm มาดึงเวลาและดึงความสนใจของเราไป พลังงานที่เราจะเหลือให้กับสิ่งที่สร้างคุณค่าในระยะยาวย่อมลดน้อยลงอย่างช่วยไม่ได้

เมื่อความสนใจของเราถูกซอยถูกหั่นจนบางนิดเดียว จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่คนจะรู้สึกว่านักเตะยุคนี้มี passion ไม่เท่ากับนักเตะยุคก่อน

AI จึงเป็นอุปสรรคสำคัญของคนรุ่นใหม่ ไม่ต้องนับว่ามันจะมาแย่งงานเราทำ แค่มันรู้จักเราดีกว่าที่เรารู้จักตัวเอง ก็เพียงพอแล้วที่จะพาให้เราหลงอยู่ในเขาวงกตมหึมาที่ยากจะหาทางออกครับ

—–

ช้างกูอยู่ไหน” หนังสือเล่มใหม่ของผมที่ว่าด้วยการค้นหาสิ่งที่สำคัญกับเราอย่างแท้จริง มีขายที่ whatisitpress.com ครับ อ่านรายละเอียดได้ที่ bit.ly/eitrfacebook และอ่านรีวิวได้ที่นี่ครับ markpeak.net/elephant-in-the-room/

ติดตาม Anontawong’s Musings ทาง LINE: https://lin.ee/2VZMu59

โกรธคือลงโทษตัวเอง

20200505b

แถมเป็นการลงโทษตัวเองเพราะความผิดของคนอื่นด้วย

ทุกครั้งที่เราโกรธ ความดันเราจะสูงขึ้น หน้าจะร้อนๆ สมองส่วน prefrontal cortex ที่กำกับเรื่องการคิดเป็นเหตุเป็นผลจะทำงานได้ไม่เต็มที่ ดังนั้นเรามักจะตัดสินใจหรือทำอะไรที่ไม่ฉลาดซึ่งจะทำให้สถานการณ์แย่ลงไปอีก

พูดง่ายๆ คือโกรธแล้วหาข้อดีอะไรแทบไม่ได้เลย อย่างเดียวที่ผมพอจะคิดออกคืออาจจะทำให้อีกฝ่ายเกรงใจเราขึ้นบ้าง แต่สิ่งที่ได้มาก็ไม่คุ้มกับสุขภาพจิตและกายที่เราเสียไปอยู่ดี

เขาเป็นคนผิดแท้ๆ แต่เรากลับทำร้ายตัวเอง ไม่ฉลาดเลย

แน่นอนว่าพูดง่ายกว่าทำ ถ้าเลือกได้เราก็คงไม่อยากเป็นคนโกรธง่ายหรอก

แต่คนที่โกรธง่ายก็เพราะว่าเราเคยชิน เราซ้อมโกรธมานับครั้งไม่ถ้วนก็เลยโกรธเก่งเป็นพิเศษ แต่เราไม่จำเป็นต้องให้ตัวเราในอดีตมากำหนดตัวเราในอนาคตเสียหน่อย

ขอแค่ให้มีสติเพิ่มอีกสักนิดว่าโกรธทีไรขาดทุนทุกที เราก็จะโกรธสั้นลงเรื่อยๆ นิสัยมักโกรธก็จะน่าจะค่อยๆ ดีขึ้นครับ

—–

“ช้างกูอยู่ไหน” หนังสือเล่มใหม่ของผมที่ว่าด้วยการค้นหาสิ่งที่สำคัญกับเราอย่างแท้จริง มีขายที่ whatisitpress.com ครับ อ่านรายละเอียดได้ที่ bit.ly/eitrfacebook และอ่านรีวิวได้ที่นี่ครับ markpeak.net/elephant-in-the-room/

สร้างชีวิตที่ไม่ต้องหนีไปไหน

20200505

เพราะแต่ก่อนเรามีที่ให้หนีมากมาย

อกหักก็หนีไปกินเหล้า

เซ็งๆ ก็หนีไปช็อปปิ้ง

ทำงานเหนื่อย มีเงินเก็บ ก็หนีไปเที่ยวต่างประเทศ

ช่วงนี้ไม่มีที่ให้หนีแล้ว มีเงินก็เที่ยวไม่ได้ รถแพงแค่ไหนก็ต้องจอดอยู่บ้าน

จริงๆ สิ่งที่เราหนีอาจไม่ใช่ความรัก ความเซ็ง ความเหนื่อยก็ได้

สิ่งที่เราหนี คือการอยู่กับตัวเอง

ดังนั้น อาจต้องฝึกให้ชอบกับการอยู่กับตัวเองเสียก่อน เมื่ออยู่กับตัวเองก็อยู่กับบ้านได้ แล้วค่อยขยับมาเรื่องงานและมิติอื่นๆ ของชีวิต

จะได้สร้างชีวิตที่เราไม่รู้สึกว่าต้องหนีไปไหนครับ

อย่าถามช่างตัดผมว่าเราควรตัดผมดีมั้ย

20200405

ช่วงหยุดสงกรานต์ผมสั่งซื้อทีวีผ่านช่องทางออนไลน์ วันถัดมาทีวีก็มาส่งถึงที่บ้านอย่างรวดเร็ว

ผมตั้งใจจะวางจอทีวีไว้บนตู้ในห้องนั่งเล่นที่ซื้อมาก่อนหน้านี้ พอช่างมาเห็นก็ถามว่า ไม่ติดผนังเหรอครับ ติดผนังสวยกว่านะ ผมตอบไปว่าไม่ล่ะครับ ไม่อยากให้กำแพงเป็นรอย

ผู้หญิงที่มาพร้อมกับช่างช่วยเซ็ตอัพทีวีและต่อกับเครื่องเล่น DVD และเครื่องเกมให้ เขาถามผมว่ามีสาย HDMI รึเปล่า ถ้าไม่มีเขามีขายนะ ผมวิ่งขึ้นไปบนบ้าน หาสาย HDMI มาให้ได้ เขาบอกว่าอันนี้เป็นสายรุ่นเก่า ภาพที่ออกมาจะไม่คมชัดเท่าสายรุ่นใหม่ ผมเลยบอกว่างั้นก็ขอลองดูก่อนแล้วกัน

ซึ่งพอลองเล่นกับเครื่องเกมดูก็เห็นว่าภาพมันดีเลย์หน่อยนึงจริงๆ แล้วพอเอาสาย HDMI รุ่นใหม่ที่เขามีลองเสียบดู ภาพก็คมชัดขึ้นจริง ผมเลยตัดสินใจซื้อสาย HDMI เส้นใหม่ราคาเกือบพันบาท

สักพักช่างคนเดิมก็เปรยอีกครั้งว่า ไม่ติดทีวีบนผนังจริงๆ เหรอ ลูกค้าที่เขาเอาทีวีไปส่งส่วนใหญ่จะติดผนังนะ ผมก็ย้ำไปอีกว่าไม่เอาครับ ติดผนังแล้วเวลาต้องเสียบสายอะไรใหม่ๆ มันลำบาก ช่างก็บอกว่าช่องเสียบมันอยู่ด้านข้างนะครับ ผมก็ตอบว่ารู้แล้ว แต่มันก็เอามือสอดเข้าไปลำบากอยู่ดี ทีวีทั้งสองเครื่องที่ชั้นสองผมก็ติดผนังทั้งคู่ เลยไม่อยากติดผนังแล้ว ช่างก็เลยหยุดคะยั้นคะยอ

ทั้งช่างและผู้หญิงที่มาด้วยกันเป็น outsource ของเว็บขายของออนไลน์ มีหน้าที่ไปรับของที่โกดังแล้วเอามาส่งตามบ้านลูกค้า ผมเลยเดาว่า หากมีโอกาสที่จะ upsell หรือขายอะไรเพิ่มได้ ก็น่าจะเป็นรายได้เสริมให้กับเขา ไม่ว่าจะเป็นสาย HDMI หรือขาแขวนทีวี

นั่นคือเหตุผลที่เขาเชียร์ให้ผมติดทีวีที่ฝาผนัง ทั้งๆ ที่ตอนสั่งซื้อทีวีผมไม่ได้สั่งซื้อขาแขวนทีวีซักหน่อย

เวลาเราเจอคนที่แนะนำให้เราทำหรือไม่ทำอะไร อย่าลืมมองให้ออกด้วยว่า อะไรที่เป็นตัวขับเคลื่อนคำแนะนำนั้น

ถ้าเขาไม่ได้มีส่วนได้ส่วนเสีย เราก็ย่อมให้น้ำหนักกับคำแนะนั้นได้มากหน่อย แต่ถ้าเขามีอะไรที่จะได้จากการที่เรา say yes เราก็อาจจะต้องหนักแน่นและคิดให้มากหน่อยเช่นกัน

“Don’t ask the barber whether you need a haircut.”
-Warrent Buffett

ถ้าถามช่างตัดผมว่าเราควรตัดผมดีมั้ย เขาจะตอบว่าอะไรย่อมรู้ดีอยู่แก่ใจใช่มั้ยครับ

—–

สัปดาห์นี้เมืองไทยเริ่มผ่อนคลายมาตรการล็อคดาวน์แล้ว ผมเองก็ว่าจะไปตัดผมอยู่เหมือนกันครับ (ช่างไม่ได้บอก) ขอฝากทุกคนว่าอย่าลืมใส่หน้ากาก ทำ social distancing และล้างมือบ่อยๆ นะครับ พอ Work from home แล้วผมทำสามสิ่งนี้น้อยลงไปเยอะเลย

ช้างกูอยู่ไหน” หนังสือเล่มใหม่ของผมที่ว่าด้วยการค้นหาสิ่งที่สำคัญกับเราอย่างแท้จริง มีขายที่ whatisitpress.com ครับ อ่านรายละเอียดได้ที่ bit.ly/eitrfacebook และอ่านรีวิวได้ที่นี่ครับ markpeak.net/elephant-in-the-room/

ติดตาม Anontawong’s Musings ทาง LINE: https://lin.ee/2VZMu59

เป้าหมายไม่ได้เปลี่ยนชีวิตเรา

20200503

สิ่งที่จะเปลี่ยนชีวิตเราได้จริงๆ คือไลฟ์สไตล์

เพราะถ้าไลฟ์สไตล์ไม่สอดคล้องกับเป้าหมาย ก็ไม่มีทางไปถึงเป้าหมายได้

และถ้าถึงเป้าหมายแล้วไม่รักษาไลฟ์สไตล์เอาไว้ เราก็จะกลับเข้าสู่วงจรเก่าหรือที่เราเรียกกันว่าโยโย่

เป้าหมายที่จะลดน้ำหนัก 5 กิโล จึงไม่สำคัญเท่าการกินข้าววันละ 2 มื้อ

เป้าหมายที่จะมีเงินล้าน จึงไม่สำคัญเท่านิสัยใช้เงินให้น้อยกว่าที่หามาได้

เป้าหมายที่จะไปมาราธอน จึงไม่สำคัญเท่าการวิ่งสัปดาห์ละสามครั้ง

“Goals don’t change your life. Lifestyles do.”
-James Clear

เป้าหมายมีวันหมดอายุ แต่ไลฟ์สไตล์อยู่กับเราไปได้ทั้งชีวิตครับ