นิทานเหยี่ยวเอ๋ยเหยี่ยวน้อย

20200813

เหยี่ยวเอ๋ยเหยี่ยวน้อย

ความรู้เจ้ายังด้อยเร่งศึกษา

หากพบงูอยู่ที่กลางท้องนา

เจ้าจงอย่าสู้กับมันบนพื้นดิน

เจ้าพึงจับงูบินขึ้นที่สูง

เปลี่ยนสมรภูมิจากปฐพีเป็นผืนฟ้า

แล้วจงปล่อยงูให้ตกลงมา

เมื่อลอยล่องอยู่กลางนภา

อนิจจางูเห่าคืองูง่อย

—–

The Eagle does not fight the snake on the ground.

It picks it up into the sky and changes the battle ground.

And then it releases the snake into the sky.

The snake has no stamina, no power and no balance in the air.

It is useless, weak and vulnerable.

Unlike on the ground, where it is powerful, wise, and deadly.

—–

แปลจากเรื่องเล่าใน Quora: Clara Leo’s answer to What can we learn from Eagle? 

หากไม่อยากตกเป็นทาสของใคร

20200812

ก็อย่าไปหวังอะไรจากเขา

เพราะเมื่อไหร่ก็ตามที่เราปรารถนาจะได้สิ่งใดจากคนๆ หนึ่งหรือสิ่งใดสิ่งหนึ่ง เขาก็จะมีอิทธิพลเหนือชีวิตเราทันที

หากเราโพสต์เฟซบุ๊คแล้วหวังให้คนมากดไลค์เยอะๆ เราก็จะตกเป็นทาสของเฟซบุ๊ค

หากเรากลัวว่าหัวหน้าจะไม่ชอบเรา เขาสั่งอะไรไร้เหตุผลแค่ไหนเราก็ต้องยอมเรื่อยไป

หากเรารักคนคนหนึ่งแล้วปรารถนาให้เขารักตอบ เราก็จะกลายเป็นเบี้ยล่างของเขา ทั้งที่ความรักของหญิงชายมันควรจะเริ่มจากความเป็นคนที่เท่ากัน

เจอโมเมนต์ดีๆ เราก็โพสต์ งานที่มีก็ทำเต็มความสามารถ ถ้าความรักผุดขึ้นก็แสดงมันออกมา

จากนั้นผลจะเป็นอย่างไรก็อย่าไปคาดหวัง

รู้ดีว่าทำได้ยากมาก แต่ก็ดีกว่าทางเลือกอีกทางนะครับ

โรคกลัวคนอื่นเกลียด

20200811b

ผมว่าพวกเราไม่น้อยเป็นโรคนี้กัน

กลัวว่าถ้าทำอะไรลงไปแล้วเค้าจะไม่ชอบเราหรือเอาเราไปพูดในทางเสียๆ หายๆ

เราก็เลยพยายามจะ please ทุกคน และ say yes ไปเสียทุกเรื่อง ไม่กล้าขัดอกขัดใจอะไรใคร

หรือเมื่อเราเจอลูกน้องหรือเพื่อนร่วมงานที่สร้างความเดือดร้อน เราก็เลือกที่จะอะลุ่มอล่วยและอ้อมค้อมเพราะไม่อยากทำร้ายน้ำใจเขา แต่การทำอย่างนี้ก็เท่ากับเราทำร้ายน้ำใจคนอื่นๆ อยู่ดี

เมื่อเราพยายามจะเอาใจทุกคน เราจะสูญเสียความเป็นตัวของตัวเอง แล้วคนที่เราเอาใจก็มักจะมองไม่เห็นคุณค่าเพราะได้มันมาง่ายเกินไป

เมื่อใดที่เราตระหนักได้ว่าการเอาใจทุกคนนั้นไม่ใช่หนทางที่ฉลาดนัก เมื่อนั้นเราก็พร้อมจะที่เลือกเดินอีกทางหนึ่ง

ทางที่ต้องอาศัยความกล้า กล้าที่จะถูกเกลียดเหมือนชื่อหนังสือขายดี

เมื่อเรากล้าที่จะถูกเกลียด เราจะทำสิ่งที่สอดคล้องกับตัวตนของเราและหลักการของเรามากขึ้น ทุกการตัดสินใจล้วนมาจากฐานความคิดที่มั่นคงแข็งแรงไม่โอนเอนอ่อนไหวไปตามกระแสหรือความคิดของคนอื่น

และเมื่อเราทำอย่างนั้น เราอาจจะแปลกใจที่ได้พบว่าเราไม่ได้ถูกเกลียดมากอย่างที่เราเคยกลัว

อาจจะไม่ popular ก็จริง แต่ก็เป็นที่ยอมรับ

อาจจะมีคนไม่ชอบใจบ้างก็จริง แต่เขาก็เคารพในการตัดสินใจของเรา

ระหว่างความนิยมกับความเคารพ เป็นผมผมเลือกความเคารพนะครับ

เพราะชีวิตไม่ใช่การประกวดนางงามมิตรภาพ เราไม่จำเป็นต้องทำตัวให้ทุกคนรักก็ได้

—–

“ช้างกูอยู่ไหน” หนังสือเล่มใหม่ของผมที่ว่าด้วยการค้นหาสิ่งที่สำคัญกับเราอย่างแท้จริง มีขายที่ whatisitpress.com ครับ อ่านรายละเอียดได้ที่ bit.ly/eitrfacebook และอ่านรีวิวได้ที่นี่ครับ bit.ly/eitrreportingengineer

ช้างกูอยู่ไหน_๒๐๐๑๐๓_0017

เล่นบทเพื่อนพระเอกบ้างก็ได้

20200811

เท่าที่สังเกตตัวเองและคนรอบข้าง เรามักจะชอบสวมบทบาทอยู่สองบท

หนึ่งคือบทพระเอก ซึ่งมักจะมีแนวความคิดประมาณนี้
– เราเป็นฮีโร่ของเรื่องนี้
– ทุกสายตาจับจ้องมาที่เรา
– สิ่งที่เราทำนั้นถูกต้อง ชอบธรรมแล้ว
– เราจะคลาดแคล้วจากเรื่องร้ายๆ ต่างๆ เพราะเราพิเศษกว่าคนอื่น

แต่พอชีวิตพลิกผัน เรามักจะหันไปสวมบท “ผู้ถูกกระทำ”
– ชอบถามตัวเองว่า “ทำไมต้องเป็นเราด้วย”
– คนอื่นไม่เข้าใจเราเลย
– เรามันกระจอกสิ้นดี
– ทุกอย่างจบสิ้นกันแล้ว

แต่ผมคิดเล่นๆ ว่าบางทีเราเล่นบทเป็นเพื่อนพระเอกบ้างก็ดีนะ

เพื่อนพระเอกอาจจะไม่หล่อเท่าพระเอก แต่ก็ไม่คิดมากจนน่ารำคาญ รักเพื่อนพ้อง มักจะพูดประโยคฉลาดๆ เวลาพระเอกทำตัวโง่ๆ และเป็นคนที่เข้ามาช่วยพระเอกในช่วงหน้าสิ่วหน้าขวาน

เราไม่ได้พิเศษกว่าใครๆ เหมือนพระเอกในละคร แต่โลกก็ไม่ได้ใจร้ายให้เราเป็นผู้ถูกกระทำอยู่ตลอดเวลาเช่นกัน

สวมจิตวิญญาณของเพื่อนพระเอกหรือเพื่อนนางเอกดูบ้าง แล้วชีวิตเราจะมีความบาลานซ์มากขึ้นครับ

เมื่อเครียดเรื่องที่ทำงานให้นึกถึงกฎ 80/20

20200810

กฎ 80/20 หรือ Pareto principle บอกว่า ผลลัพธ์ส่วนใหญ่มาจากสาเหตุส่วนน้อย

นักเศรษฐศาสตร์ชาวอิตาเลียนชื่อ Vilfredo Pareto สังเกตว่าที่ดิน 80% ของประเทศตกอยู่ในมือของคนเพียง 20% เท่านั้น

80% ของบทสนทนาประจำวันใช้คำศัพท์เพียง 20% ที่เรารู้

รายได้ 80% ของบริษัทมาจากลูกค้าเพียง 20%

80% ของการประเมินผลประจำปีจะเกิดจาก 20% ของงานที่เราทำ

สัดส่วนมันไม่จำเป็นต้อง 80/20 เป๊ะๆ จะ 90/10 , 99/1 หรือแม้กระทั่ง 99/5 ก็ได้ ยังถือว่าเป็น Pareto principle เช่นเดิม

คราวนี้กลับมาที่หัวข้อเรื่องในวันนี้ เมื่อเครียดกับที่ทำงานให้นึกถึงกฎ 80/20

เรื่องที่ทำให้เราเครียดได้มีอยู่ไม่กี่เรื่อง และหนึ่งในนั้นคือเรื่องคน

80% ของความเครียดของเราเกิดจากคนเพียง 20%

เผลอๆ 99% ของความเครียดของเราเกิดจากคนเพียงคนเดียวด้วยซ้ำ

ดังนั้น ถ้าเรามีความกล้าหาญพอที่จะจัดการคนๆ นั้นได้ ปัญหาของเราจะหายไปเกือบหมด

แต่หลายองค์กรไม่กล้าพอ และเลือกที่จะ “เหมาเข่ง” คือไม่จัดการคน 1% ที่ก่อปัญหา แต่ไปฟาดงวงฟาดงาหรือออกกฎระเบียบใหม่ๆ ที่ทำให้คนอีก 99% ที่เขาไม่รู้อิโหน่อิเหน่เดือดร้อนไปด้วย ปัญหาก็เลยคาราคาซังหรือแย่ลงกว่าเดิม

แก้ปมให้ถูกจุดแล้วทางออกอาจจะอยู่ใกล้กว่าที่คิดครับ


“ช้างกูอยู่ไหน” หนังสือเล่มใหม่ของผมที่ว่าด้วยการค้นหาสิ่งที่สำคัญกับเราอย่างแท้จริง มีขายที่ whatisitpress.com ครับ อ่านรายละเอียดได้ที่ bit.ly/eitrfacebook และอ่านรีวิวได้ที่นี่ครับ bit.ly/eitrreportingengineer

ช้างกูอยู่ไหน_๒๐๐๑๐๓_0017