วันหนึ่งเราอาจเป็นแบบเขา

20180317_onethem

เห็นเพื่อนอกหักกินไม่ได้นอนไม่หลับ

วันหนึ่งเราอาจเป็นแบบเขาก็ได้

เห็นแม่ขี้บ่น

วันหนึ่งเราอาจเป็นแบบเขาก็ได้

เห็นคนเช้าชามเย็นชาม

วันหนึ่งเราอาจเป็นแบบเขาก็ได้

เห็นคนปล่อยเนื้อปล่อยตัวจนดูแก่กว่าวัย

วันหนึ่งเราอาจเป็นแบบเขาก็ได้

เห็นคนเหลิงอำนาจ

วันหนึ่งเราอาจเป็นแบบเขาก็ได้

เห็นลุงแก่ๆ นั่งรถเข็นเป็นไม้ใกล้ฝั่ง

วันหนึ่งเราอาจเป็นแบบเขาก็ได้

—–

เห็นรุ่นพี่จบเกียรตินิยม

วันหนึ่งเราอาจเป็นแบบเขาก็ได้

เห็นเพื่อนร่วมงานได้เป็นหัวหน้า

วันหนึ่งเราอาจเป็นแบบเขาก็ได้

เห็นคนขายของออนไลน์ส่งของทีเป็นร้อยชิ้น

วันหนึ่งเราอาจเป็นแบบเขาก็ได้

เห็นเจ้าของบริษัทขึ้นปกหนังสือ

วันหนึ่งเราอาจเป็นแบบเขาก็ได้

เห็นคนขึ้นพูดบนเวที TED

วันหนึ่งเราอาจเป็นแบบเขาก็ได้

เห็นพี่ตูนทำความดี

วันหนึ่งเราอาจเป็นแบบเขาก็ได้

มนุษย์เราต่ำได้เท่าโมหะ

และสูงได้เท่าความเพียรครับ

นิทานไม่มีใครฟังหนู

20180316_mousetrap

วันนี้วันศุกร์ มาฟังนิทานกันนะครับ

หนูน้อยตัวหนึ่งมองผ่านรูฝาผนังบ้านเห็นภรรยาของชาวนากำลังตั้งกับดักหนู

เจ้าหนูน้อยกระโจนออกไปกลางลาน พร้อมตะโกนด้วยความตกอกตกใจกลัวภัยอันตรายที่เข้ามาใกล้ตัว

“กับดักหนูอยู่ในบ้าน กับดักหนูอยู่ในบ้าน!!”

แม่ไก่ได้ยินเข้า ก็มองหนูอย่างเย้ยหยันพร้อมยักไหล่อย่างไม่แยแส

“เจ้าหนูน้อย ข้าได้ยินแล้วว่าภัยใกล้ตัวเจ้า แต่นั่นมันเป็นเรื่องของเจ้า ไม่ใช่ธุระของข้า” ว่าแล้วแม่ไก่ก็คุ้ยเขี่ยหาอาหารต่อไป

เจ้าหนูน้อยวิ่งหน้าตั้งไปยังหมูซึ่งกำลังนอนกลิ้งโคลนอย่างเมามัน

“หมู หมู นายรู้หรือเปล่า มีกับดักหนูอยู่ในบ้าน”

หมูได้ยินพยักหน้ารับ พร้อมบอกว่า

“เจ้าหนูน้อย ข้ารู้สึกสงสารเจ้าจริงๆ แต่ข้าไม่สามารถจะช่วยอะไรเจ้าได้หรอก นอกจากจะสวดมนต์ภาวนาให้เจ้าปลอดภัยเท่านั้น ข้าจะสวดมนต์ภาวนาให้เจ้าทุก ๆ ครั้งก่อนนอนแล้วกัน”

เจ้าหนูวิ่งโร่ไปหาวัวซึ่งกำลังเล็มหญ้าอยู่ข้างบ้าน

“นาย นาย มีกับดักหนูอยู่ในบ้าน”

วัวหันมายิ้มกับหนูน้อย พร้อมพูดว่า

“จริงเหรอ? น่ากลัวสำหรับเจ้านะ แต่ขอโทษทีเถอะ กับดักเล็กๆ แค่นั้นมันไม่ได้สะเทือนข้าแม้แต่น้อย”

ด้วยความหมดหวัง เจ้าหนูน้อยเดินคอตกกลับไปเผชิญชะตากรรมที่บ้านอย่างโดดเดี่ยว

คืนนั้นหลังมืดสนิท กับดักหนูงับเสียงดังสนั่น ภรรยาชาวนารีบลงมาดูหวังจับหนูได้ แต่ในความมืดเธอมองไม่เห็นว่ากับดักหนูงับติดหางงูเห่าตัวใหญ่อยู่ ภรรยาโดนงูกัดเข้าที่แขน ชาวนาต้องรีบนำส่งโรงพยาบาล และกลับมารักษาตัวที่บ้าน

ภรรยาบ่นอยากทานซุปไก่ ชาวจึงฆ่าไก่มาต้มซุปให้ภรรยา แต่วันต่อมาอาการป่วยของเธอก็ยังไม่ดีขึ้น

เพื่อนฝูงเกือบทั้งหมู่บ้านมาเยี่ยมเฝ้าไข้กันเนื่องแน่น ชาวนาจึงฆ่าหมูเพื่อทำอาหารเลี้ยงเพื่อนๆ

สามวันผ่านไป ภรรยาอาการทรุดลงและเสียชีวิตในที่สุด

ในงานศพมีแขกมาร่วมแสดงความเสียใจมากมาย ชาวนาจึงเชือดวัวเพื่อทำอาหารเลี้ยงแขก

เจ้าหนูตัวน้อยเฝ้าดูเหตุการณ์ทั้งหมดผ่านรูฝาผนังด้วยใจอันปวดร้าวยิ่งนัก

—–

ขอบคุณนิทานจาก Cryptonian คนบ้าเหรียญดิจิตัล: [นิทานสอนใจ] : กับดักหนู

บางทีคำตอบอาจอยู่อีกฝั่งนึง

20180315_theotherside

คนเราอาจแบ่งแบบหยาบๆ ออกได้เป็น 2 ฝั่ง

คนที่ชอบ iPhone กับคนที่ชอบ Android

คนที่ได้พลังจากการคนอยู่คนเดียว (introvert) กับคนที่ได้พลังจากการอยู่กับคนเยอะๆ (extrovert)

คนที่ชอบเสี่ยง กับคนที่ระมัดระวัง

คนที่ชอบเล่นเวท กับคนที่ชอบวิ่ง

คนที่เป็นผู้ประกอบการ กับคนที่เป็นมนุษย์เงินเดือน

คนที่ใช้ตรรกะนำทาง กับคนที่ใช้ความรู้สึกนำทาง

คนที่ชอบวางแผน กับคนที่ชอบลุยไปก่อน

คนที่คิดเป็นภาพ กับคนที่คิดเป็นคำ

คนที่ชอบความท้าทาย กับคนที่ชอบสบายๆ

คนที่ชอบพูด กับคนที่ชอบฟัง

ถ้าชีวิตเรามีอะไรบางอย่างไม่ลงตัว เป็นไปได้ว่าเราอาจอยู่ผิดฝั่ง

ลองเพิ่มความเป็นไปได้ด้วยการลองไปใช้ชีวิตอีกฝั่งนึงดูนะครับ

จงขอความช่วยเหลือ

20180314_askforhelp

แต่อย่ารอความช่วยเหลือ

เราทุกคนล้วนมีความฝันหรือโปรเจ็คใหญ่ๆ ที่อยากจะทำมานาน

แต่เราก็มี “เหตุผล” ให้ตัวเองมากมายว่าทำไมเราถึงยังทำไม่ได้ เช่นไม่มีเงิน / ไม่มีความรู้ / ไม่มีเวลา / ไม่มีคอนเน็คชั่น / ไม่มี ฯลฯ

พอเริ่มต้นด้วยคำว่า “ไม่” ก็เลยไม่รู้จะไปต่อยังไง

แต่ก็ยังมีบางคนที่ไม่เอาเหตุผลเหล่านั้นมาเป็นข้ออ้างให้ไม่ต้องลงมือทำ

ไม่มีเงิน ก็เริ่มแบบเล็กๆ ไปก่อน ไม่มีความรู้ก็หาหนังสือมาอ่าน ไม่มีเวลาก็จัดสรรเวลา ไม่มีคอนเน็คชั่นก็เริ่มหาคอนเน็คชั่น

ที่สำคัญ คนเหล่านี้ไม่รีรอที่จะเอ่ยปากขอความช่วยเหลือจากใครก็ตามที่น่าจะช่วยเหลือเขาได้

แต่ขอเสร็จแล้วก็ไม่ใช่นั่งรอเฉยๆ ด้วยความหวัง เพราะขอ 10 คนอาจจะมีคนช่วยแค่คนเดียวเท่านั้น

แต่ยังไงก็ยังดีกว่าไม่ได้ขอและไม่มีใครช่วยเลย

ประเด็นคือเขามีความถ่อมตัวพอที่จะยอมรับว่าตัวเองไม่ได้เก่งกาจจนสามารถสำเร็จได้ด้วยตัวคนเดียว แต่ก็เข้าใจโลกพอที่จะไม่ปล่อยให้ผลลัพธ์เป็นเรื่องโชคชะตา

“When you pray, move your feet.”
-African proverb

ขอความช่วยเหลือได้ แต่อย่ารอความช่วยเหลือ

เท่านี้ ชีวิตก็อาจเดินไปข้างหน้าได้เร็วกว่าที่เคยครับ

—–

ขอบคุณประกายความคิดจาก Derek Sivers: What it means to be resourceful

ป.ล. ผมจะไปแจกลายเซ็นในงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาตินะครับ รอติดตามรายละเอียดได้ในบทความต่อๆ ไปครับ 🙂

โรคกลัวคนอื่นไม่รู้ว่าเราเก่ง

20180313_iamgood

ซึ่งอาการของโรคนี้สามารถแสดงออกมาได้หลายแบบ

ถ้าอยู่ในห้องสอบ ก็จะทำข้อสอบให้เสร็จไวๆ จะได้เดินออกจากห้องเป็นคนแรก

ถ้าเตะบอล ก็จะเลี้ยงหลบคู่ต่อสู้แทนที่จะส่งบอลให้เพื่อนร่วมทีม

ถ้าอยู่ที่ฟิตเนส ก็จะร้องเสียงดังตอนออกแรงยกเวทและปล่อยเวทลงมาดังโครม

ถ้าเป็นคนพรีเซนต์ ก็จะยัดอะไรลงมาในสไลด์เต็มไปหมด

ถ้าเป็นคนฟังพรีเซนต์ ก็จะถามคำถามยากๆ ที่ไม่ได้มีประโยชน์ต่อผู้ฟังคนอื่นๆ

เป็นเรื่องปกติที่เราอยากเป็นคนสำคัญ แต่การทำให้คนอื่นรู้ว่าเราเก่งนั้นมีหลายวิธี

ทำตัวเองให้โดดเด่นก็เป็นวิธีหนึ่ง ส่วนการรอให้ผลงานของเราโฆษณาตัวเองก็เป็นอีกวิธีหนึ่ง

วิธีหลังนั้นช้ากว่า แต่ก็เท่กว่ากันเยอะนะครับ