ชิงช้า

20180326_chingcha

เมื่อวานผมพูดถึงคำว่า Go first – อย่ารีรอที่จะเป็นคนแรก

แต่มันก็มีอีกหลายๆ สถานการณ์ที่เราควรจะช้า และยอมเป็นที่สองหรือที่สาม

เวลาอีกฝ่ายกำลังอารมณ์ขึ้น เราก็ควรปล่อยให้เขาได้พูดก่อน อย่าไปต่อล้อต่อเถียง

เวลาอยู่บนท้องถนน เห็นรถจากอีกเลนส์กำลังรอกลับรถ เราสามารถเหยียบเบรคแทนที่จะเหยียบคันเร่งได้

เวลาทุกคนกำลังแห่ไปห้างเปิดใหม่ หรือเห่อสินค้าตัวใหม่ เรารอให้คนซาก่อนแล้วค่อยไปก็ยังทัน

เวลาที่ทุกคนทำหลายๆ อย่างพร้อมๆ กัน เราสามารถทำทีละอย่างอย่างมีสติได้

ในโลกธุรกิจและการแข่งขันใครเร็วกว่าได้เปรียบ

แต่ในโลกส่วนตัวที่มีแต่คนเร่งรีบ คนที่ชิงช้าได้อาจมีภาษีดีกว่านะครับ

—–

ผมจะไปเซ็นหนังสือ Thank God It’s Monday ขอบคุณโลกนี้ที่มีงานประจำ ที่งานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ศูนย์ประชุมสิริกิติ์ บู๊ธซีเอ็ด วันเสาร์ที่ 7 เมษายน เวลา 12.15-13.00 มาเจอกันได้นะครับ

เริ่มก่อน

20180326_gofirst

มีคำฝรั่งคำหนึ่งที่สั้นๆ แต่มีประโยชน์ คือคำว่า “Go first” ซึ่งแปลว่า จงเริ่มก่อน หรือ จงเป็นคนแรกที่ทำสิ่งนั้น

เวลาสบตากับคนแปลกหน้าโดยบังเอิญ จงส่งยิ้มให้เขาก่อน

เวลาการแสดงจบลง จงเป็นคนแรกที่ปรบมือ

เวลาทะเลาะกับแฟน จงเป็นคนแรกที่เอ่ยปากขอโทษ

เวลาอาจารย์พูดจบแล้วถามว่ามีใครมีคำถามมั้ย จงเป็นคนแรกที่ยกมือขึ้นถาม

เวลาใครต้องการความช่วยเหลือ จงเป็นคนแรกที่อาสา

เมื่อเราเป็นคนแรก ก็จะทำให้ชีวิตคนที่สองง่ายขึ้น

ถ้าเราส่งยิ้มให้เขาก่อน เขาก็จะกล้ายิ้มตอบ

เมื่อเรายกมือถามคำถามแรก คนอื่นก็จะกล้าถามคำถามของตัวเอง

เมื่อเราขอโทษก่อน แฟนเราก็(อาจจะ)ขอโทษเราเช่นกัน

Go first – จงเป็นคนเริ่มก่อน

อาจต้องใช้ความกล้าเพิ่มขึ้นนิดนึง แต่ผลประโยชน์มวลรวมนั้นคุ้มค่านะครับ

ไม่ว่าสถานการณ์จะเป็นยังไง

20180325_ihaveachoice

เตือนตัวเองไว้ว่าเรามีทางเลือกเสมอ

No matter what the situation, remind yourself “I have a choice.”
-Deepak Chopra

คนบางคนไม่ชอบบรรยากาศที่ทำงานเลย แต่ก็ทนอยู่กับมันไปมาเป็นแรมปี ทั้งๆ ที่เขาสามารถเป็นคนริเริ่มสร้างบรรยากาศให้ทีมดีขึ้นก็ได้ หรืออาจจะเปลี่ยนทัศนคติของตัวเองก็ได้ อาจจะขอย้ายทีมก็ได้ หรือย้ายบริษัทก็ยังได้

แต่เขาก็ยก “เหตุผล” มากมายว่าทำไมเขาถึงทำไม่ได้ เช่นไม่มีเวลา หัวหน้าไม่ยอมหรอก หรือตอนนี้เป็นหนี้อยู่ ไม่อยากเอาตัวเองไปเสี่ยง ฯลฯ

พอมีข้ออ้างที่ปลอมตัวมาเป็นเหตุผล ก็เลยไม่ได้ลองพยายาม หรือเคยลองครั้งหนึ่งแล้วไม่เวิร์คก็เลยยอมแพ้

ระลึกไว้เสมอครับว่า ข้อแม้เยอะทางเลือกจะน้อย ข้อแม้น้อยทางเลือกจะเยอะ

และข้อแม้ส่วนใหญ่มีต้นกำเนิดมาจากความกลัว

และความกลัวส่วนใหญ่ก็ไม่สมเหตุสมผล

เพียงกลัวให้น้อยลง แล้วทดลองให้มากขึ้น มันต้องมีทางเลือกดีๆ เกิดขึ้นบ้าง

อย่างน้อยก็ดีกว่าทนอยู่เฉยๆ แน่นอน

—–

ผมจะไปเซ็นหนังสือ Thank God It’s Monday ขอบคุณโลกนี้ที่มีงานประจำ ที่งานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ศูนย์ประชุมสิริกิติ์ บู๊ธซีเอ็ด วันเสาร์ที่ 7 เมษายน เวลา 12.15-13.00 มาเจอกันได้นะครับ

เทพธรรมดา

20180324_thep

คอบอลทั้งหลายน่าจะรู้จักเวย์น รูนี่ย์

เมื่อ 15 ปีที่แล้ว เขาเป็นดาวจรัสแสงของวงการฟุตบอล ถูกแมนยูซื้อตัวจากเอฟเวอร์ตันด้วยราคา 13 ล้านปอนด์ และทำสถิติเป็นนักเตะอายุน้อยที่สุดที่ติดทีมชาติอังกฤษ

ในช่วงนั้น ผมเคยอ่านหนังสือพิมพ์เจอว่ารูนี่ย์สอบข้อเขียนใบขับขี่ไม่ผ่านหลายรอบ

เรื่องง่ายๆ สำหรับคนทั่วไปกลับกลายเป็นเรื่องยากๆ สำหรับอัจฉริยะทางกีฬาอย่างรูนี่ย์

—–

ในช่วงเวลาเดียวกับที่โลกได้รู้จักกับเวย์น รูนี่ย์ คนไทยก็ได้รู้จักกับเด็กไทยคนหนึ่งที่ชื่อแบ๊งค์ งามอรุณโชติ

ช่วงนั้นแบ๊งค์เรียนอยู่ม.ปลาย แต่มุมมองและความรู้ด้านเศรษฐกิจและสังคมนั้นก้าวหน้ากว่าผู้ใหญ่หลายๆ คน แบ๊งค์ดังมากจนได้รับเชิญไปออกรายการทีวีของคุณสรยุทธ์ สุทัศนจินดาหลายครั้ง

ครั้งหนึ่งผมมีโอกาสได้เจอแบ๊งค์ตัวเป็นๆ นึกว่าน้องจะชวนคุยเรื่องพลวัตรทางสังคมหรืออะไรเทือกนั้น แต่แบ๊งค์กลับพูดถึงเรื่องเดินสยามกับแฟนและหนังตลกไทยที่เขาเพิ่งไปดูมา

—–

เท่าที่ผมได้สัมผัสกับ “เทพ” หลายคน ไม่ว่าจะเป็น CEO ของ Startup ชื่อดัง, นักเขียนที่มีคนติดตามเป็นแสน, อดีตส.ว., จนกระทั่งอดีตนายกรัฐมนตรี
สิ่งที่ทำให้ผมแปลกใจทุกครั้งก็คือความเป็นคนธรรมดาของเขา

มีเรื่องที่กลุ้มใจ มีวันที่เบื่อหน่าย มีสิ่งที่ไม่รู้และไม่เก่งเอาเสียเลย

แต่อาจจะเพราะเราเคยเห็นเขาในทีวี เห็นเขาบนเวที เห็นเขาบนปกหนังสือ ภาพของเขาในหัวของเราจึงดูเลิศหรูเกินจริง

ทั้งที่เมื่อเขาเดินลงจากเวทีและถอดหัวโขนออก ก็กลายเป็นเพียงคนธรรมดา คนที่ไม่สมบูรณ์แบบคนหนึ่ง

ในทางกลับกัน คนธรรมดาๆ อย่างเราก็กลายเป็นเทพได้

เพียงหาจุดแข็งให้เจอ และพัฒนามันขึ้นมาจนสร้างประโยชน์ให้กับคนจำนวนมากได้

วันนั้นเราก็อาจกลายเป็นเทพในสายตาคนทั่วไป ทั้งๆ ที่ในใจยังรู้สึกว่าเป็นคนธรรมดาเหมือนเดิม

นิทานบ้านอาทร

20180323_artorn

วันนี้วันศุกร์ มาฟังนิทานกันนะครับ

แจ๊คเป็นหนุ่มวัย 30 ปีที่อาศัยอยู่กับพ่อวัย 70 เพราะว่าแม่ของเขาเสียไปนานแล้ว

เมื่อแจ๊คแต่งงาน ภรรยาก็ย้ายมาอยู่บ้านเดียวกัน แต่อยู่ไปเพียงไม่กี่สัปดาห์ ภรรยาก็รู้สึกอึดอัด เลยขอให้แจ๊คพาพ่อไปอยู่บ้านพักคนชราดีกว่า

แจ๊คทนการรบเร้าไม่ไหว จึงบอกพ่อว่าจะพาไปอยู่บ้านใหม่นะ เก็บกระเป๋าเสื้อผ้าให้พ่อเรียบร้อยแล้ว แจ๊คก็ขับรถพาพ่อไป “บ้านอาทร” ที่เป็นของแม่ชีท่านหนึ่ง

แจ๊คพาพ่อไปส่งที่รีเซปชั่น ก่อนจะเดินกลับมาที่รถเพื่อขนกระเป๋าให้พ่อ เมื่อเดินกลับไปที่รีเซปชั่น ก็เห็นพ่อกำลังคุยกับแม่ชีเจ้าของบ้านอาทรอย่างสนิทสนม

เมื่อเจ้าหน้าที่พาพ่อไปเดินชมห้องพัก แจ๊คจึงเริ่มบทสนทนากับแม่ชี

“แม่ชีคุยกับพ่อผมราวกับรู้จักกันมานานเลยครับ”

“ใช่แล้วจ๊ะ เราเป็นเพื่อนกันมา 30 ปีแล้ว ตั้งแต่วันที่เขามาที่นี่เพื่อรับเด็กกำพร้าคนหนึ่งไปอุปการะ”

—–

ขอบคุณนิทานจาก Quora: Tanmay Kadam’s answer to What are some good short stories?