หัดเป็นคน input-oriented

สิ่งหนึ่งที่เราได้ยินในองค์กรมานาน คือจงเป็นคน results-oriented

มองหาให้เจอว่าผลลัพธ์ที่เราอยากได้คืออะไร แล้วมุ่งมั่นคว้ามันมาให้ได้

แต่ถ้าหากเราไม่ได้เป็นคนที่มีความเป็น go-getter ขนาดนั้น เราก็อาจต้องปรับสไตล์ให้เหมาะสมกับตัวเอง โดยเฉพาะในเรื่องส่วนตัว

เจมส์ เคลียร์ ผู้เขียนหนังสือ Atomic Habits เคยบอกไว้ว่า

คนที่เสพแต่เนื้อหาดีๆ ย่อมมีความคิดดีๆ

คนที่ถามคำถามที่ดี ย่อมจะได้คำตอบที่ดี

คนที่มีอุปนิสัยที่ดี ย่อมได้ผลลัพธ์ที่ดี

ดังนั้น เราสามารถสร้างข้อได้เปรียบได้ด้วยการใส่ใจขาเข้า

หากเราเป็นคน input-oriented และสร้างเหตุปัจจัยให้ถึงพร้อม ผลลัพธ์ที่เราหวังไว้ย่อมเกิดขึ้นตามครรลองครับ

เมื่อใครโฆษณาว่าเขาเป็นคนแบบไหน ให้เผื่อใจเอาไว้ด้วย

LinkedIn

ผมทำงานสาย HR จึงได้ดูโปรไฟล์คนมาเยอะมาก

สิ่งหนึ่งที่ผมค้นพบก็คือ ตัวเทพๆ ที่ผมรู้จักนั้น โปรไฟล์ LinkedIn จะไม่ค่อยอัพเดตเท่าไหร่

ไม่มีเขียนว่าหน้าที่ความรับผิดชอบหรือความสำเร็จตัวเองเป็นอย่างไร บางคนไม่ได้ใส่ที่ทำงานล่าสุดด้วยซ้ำ

นั่นอาจเป็นเพราะว่าคนที่ทำงานเก่งมากๆ เขาแทบไม่มีความจำเป็นต้องหางานเองเลย เพราะจะมีคนชวนไปทำอะไรตลอดเวลาอยู่แล้ว


Facebook

อีกสิ่งหนึ่งที่ผมสังเกตเห็นเกี่ยวกับคนทำงานเก่งๆ ก็คือเขามักจะไม่ค่อยโพสต์อะไรที่มีสาระบน Facebook

บางคนโพสต์เรื่องเกม บางคนโพสต์เรื่องหมาแมว บางคนใช้โปรไฟล์เป็นรูปหมาแมว

ส่วนคนที่โพสต์เรื่องมีสาระ มีความรู้ เท่าที่ผมรู้จักก็เป็นคนที่ตั้งใจทำงาน แต่ก็ไม่ได้มีผลงานที่โดดเด่นเท่าคนกลุ่มข้างบน

ไม่ได้หมายความว่าคนที่โพสต์ไร้สาระคือคนเก่ง และคนที่โพสต์มีสาระคือคนไม่เก่งนะครับ เพราะไม่มีอะไรขาวกับดำขนาดนั้นอยู่แล้ว

ที่กล่าวมาเป็นเพียงประสบการณ์ตรงของผมที่อาจขัดแย้งกับ common sense เท่านั้น


Instagram

Jonathan Haidt เคยบอกไว้ว่า โซเชียลมีเดียได้กลายร่างจากพื้นที่ที่ให้คนได้เชื่อมโยงและพูดคุยกัน (connect & communicate) เป็นพื้นที่สำหรับ “การแสดง” (performance) ไปเรียบร้อยแล้ว

Instagram เป็นพื้นที่การแสดงว่าชีวิตเราเป็นยังไง ไปเที่ยวไหนมา ไปกินไหนมา จนบางทีการเตรียมพร้อมเพื่อให้ได้รูปสวยๆ นั้นกินเวลามากกว่าการดื่มด่ำกับประสบการณ์ที่อยู่ตรงหน้าเสียอีก

ถ้าเรามีความสุขและมีความรู้สึกว่าเราจำเป็นต้องบอกให้คนอื่นรู้ว่าเรามีความสุข ก็น่าคิดเหมือนกันว่ามี “หลุม” อะไรที่เราพยายามถมให้เต็มอยู่หรือเปล่า


รถปอร์เช่

Morgan Housel เขียนไว้ในหนังสือ The Psychology of Money ว่า “ความมั่งคั่งคือรถปอร์เช่ที่เราไม่ได้ซื้อ” – Wealth is the Porche you didn’t buy.

เมื่อใดก็ตามที่เราเอาเงินไปซื้ออะไรมาเพื่ออวดว่าเรามีตังค์ ความมั่งคั่งของเราก็จะลดลงทันทีเพราะมันเป็นสินทรัพย์ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้

ไม่ได้บอกว่าคนขับรถปอร์เช่ทุกคนไม่ได้รวยจริง แค่จะบอกว่าคนที่รวยจริงบางคนก็ไม่ได้รู้สึกว่าจำเป็นต้องซื้อของแพงๆ มาแจ้งให้คนอื่นรู้ว่าตัวเองรวย


ผมเคยเขียนไว้ในบทความ “ไม่มีอะไรต้องพิสูจน์” ว่าคนที่หน้าตาดีจริงๆ ไม่ต้องพิสูจน์ว่าตัวเองหน้าตาดี คนที่มีฐานะจริงๆ ไม่จำเป็นต้องพิสูจน์ว่าตัวเองมีฐานะ และคนที่มีบารมีจริงๆ ไม่จำเป็นต้องพิสูจน์ว่าตัวเองมีบารมี

เมื่อใครโฆษณาว่าเขาเป็นคนแบบไหน เราจึงควรเผื่อใจเอาไว้

คนที่พร่ำบอกว่าตัวเองเป็นคนเก่ง อาจไม่ได้เก่งขนาดนั้น

คนที่พร่ำบอกว่าตัวเองเป็นคนรวย อาจไม่ได้รวยขนาดนั้น

คนที่พร่ำบอกว่าตัวเองมีความสุข อาจไม่ได้มีความสุขขนาดนั้น

และโดยเฉพาะคนที่บอกว่าตัวเองเป็นคนดี อาจไม่ได้ดีขนาดนั้นครับ

สิ่งที่ John Wooden โค้ชในตำนานสอนนักกีฬาบาสเกตบอลในวันแรก

แม้ว่าพวกเขาจะเป็นนักบาสเกตบอลที่ยอดเยี่ยมที่สุดกลุ่มหนึ่งของประเทศ และแม้ว่าพวกเขาจะทำสิ่งนี้มาแทบทุกวันทั้งชีวิต โค้ช John Wooden ก็ยังเริ่มต้นการซ้อมวันแรกของทีมบาสเกตบอล UCLA ด้วยการฝึกที่แสนเรียบง่าย

“พ่อหนุ่มทั้งหลาย นี่คือวิธีการใส่ถุงเท้าและรองเท้า”

แน่นอนว่านี่ไม่ใช่สิ่งที่นักกีฬาคาดหวัง ไม่ใช่สิ่งที่พวกเขาคิดว่าโค้ชที่ประสบความสำเร็จที่สุดคนหนึ่งในประวัติศาสตร์จะสอนในการซ้อมครั้งแรก

แต่แท้จริงแล้วนี่แหละคือสิ่งที่จำเป็นสำหรับพวกเขา มันคือเคล็ดลับสำหรับความสำเร็จทั้งในสนามและในชีวิตส่วนตัว

เกมบาสเกตบอลนั้นเล่นกันบนพื้นแข็ง ถุงเท้าและรองเท้าที่ใส่จึงเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง การใส่รองเท้าไม่เรียบร้อยอาจทำให้เท้าพอง จนอาจทำให้เท้าติดเชื้อ นำไปสู่การเล่นที่พึ่งพาเท้าข้างใดข้างหนึ่งมากเกินไป และทำให้กระโดดทำรีบาวด์แบบผิดๆ จนเพิ่มความเสี่ยงที่จข้อเท้าหักหรือเอ็นหัวเข่าขาด

“มันใช้เวลาเดี๋ยวเดียวเท่านั้น” โค้ชวูดเด้นอธิบาย “แต่ผมได้แสดงให้ผู้เล่นเห็นว่าผมอยากให้เขาใส่ถุงเท้ารองเท้ากันอย่างไร ดึงถุงเท้าขึ้นให้ตึง คอยระวังบริเวณรอบนิ้วก้อยและตรงส้นเท้าไม่ให้มีรอยย่น รีดถุงเท้าให้เรียบทั่วบริเวณ แล้วก็ดึงถุงเท้าค้างเอาไว้ตอนที่คุณใส่รองเท้า เวลาที่ผูกเชือกรองเท้าก็ต้องไม่ดึงให้ตึงแค่รูบนสุด แต่ต้องค่อยๆ ดึงให้ตึงที่ละรู จากนั้นคุณค่อยผูกเชือก แล้วก็ผูกอีกครั้ง เชือกจะได้ไม่หลุด เพราะผมไม่ต้องการให้เชือกหลุดไม่ว่าจะเป็นตอนซ้อมหรือตอนแแข่ง”

แน่นอนว่าเราคิดว่าเรื่องพวกนี้ไม่จำเป็นสำหรับเราแล้ว

เราอยากคิดถึงสิ่งที่สำคัญกว่านี้ อยากทำสิ่งที่ตื่นเต้นกว่านี้ อะไรก็ได้ที่ไม่ใช่เรื่องเบสิค เราอยากทำอะไรที่ท้าทาย ไม่ใช่มามัวเสียเวลาทำตามเช็คลิสต์ หรือยืดเส้นก่อนออกกำลังกาย หรืออ่านคู่มือก่อนเริ่มใช้งาน

แต่ประเด็นมันอยู่ตรงนี้แหละ เราจะพร้อมรับมือกับปัญหาใหญ่ๆ ก็ต่อเมื่อเราทำเรื่องเล็กๆ ได้อย่างถูกต้องเท่านั้น แม้ยุทธศาสตร์จะเยี่ยมยอดเพียงใด ก็ไม่อาจทำสำเร็จได้หากเราละเลยรายละเอียดปลีกย่อย


แปลจากช่วงตอนหนึ่งในหนังสือ Discipline is Destiny by Ryan Holiday

66 ข้อคิดต้อนรับปี 2566

  1. มนุษย์ชอบดูบรรทัดสุดท้าย พระเจ้าชอบดูทีละบรรทัด
  2. อย่าทุกข์ใจไปกับปัญหาที่มโนขึ้นมาเอง
  3. คนที่ทำให้เราหงุดหงิด ป่านนี้เขานั่งกินไอติมสบายใจเฉิบไปแล้ว!
  4. วันที่เราอ่อนแออย่าเพิ่งรีบเข้มแข็ง เดี๋ยวแผลจะใหญ่กว่าเดิม -พี่อ้อย
  5. ถ้าเราชอบตัวเองมากพอ เราจะไม่ขอให้คนอื่นมาชอบเรา
  6. ถ้าเราโกรธ แสดงว่ามันมีความจริงอยู่บางส่วน
  7. ยกโทษให้คนอื่นที่เขาเป็นคนแบบนี้ ยกโทษให้ตัวเองที่แอบหวังว่าเขาจะเป็นแบบอื่น
  8. สู้ไม่ได้ก็ให้หนี
  9. อย่าใช้ชีวิตเหมือนเพลงรักที่ไม่มีท่อนฮุค
  10. เอาช่วงเช้าให้อยู่หมัด – own the morning.
  11. การดูเป็นคนเก่งกับการเป็นคนเก่งนั้นไม่เหมือนกัน เลือกให้ดีว่าจะเอาดีด้านไหน
  12. จงเป็นคนใจเย็นที่ทำงานเร็ว จงเป็นคนใจดีที่เด็ดขาด
  13. ไม่มีทีมงานที่ไม่ดี มีแต่หัวหน้าที่ไม่ดี
  14. “พี่พลาดเอง” คือประโยคที่หัวหน้าควรพูดให้บ่อยกว่านี้
  15. ถ้าความคาดหวังของเราเติบโตเร็วกว่ารายได้ เราจะไม่มีวันมีความสุขกับเงิน
  16. ถึงจุดหนึ่งเงินเดือนจะไม่สำคัญเท่าเพื่อนร่วมงาน
  17. บริษัทหนึ่งมีผู้บริหารได้หลายคน เด็กหนึ่งคนมีพ่อได้คนเดียว
  18. อย่ารู้สึกผิดต่อการใช้ชีวิตให้สนุก
  19. บางที เรื่องสนุกของชีวิตก็เป็นเรื่องเดียวกับที่เรากลัวที่สุดนั่นแหละ -นิ้วกลม
  20. ง่ายที่สุดคือพูด ยากที่สุดคือทำ
  21. ลมจะดับเปลวเทียน แต่จะโหมกองไฟ
  22. มองให้ไกลกว่าหนึ่งช็อต
  23. เมื่อทำสิ่งถูกมันจะยากที่สุดแค่ตอนแรก เมื่อทำสิ่งที่ผิดมันจะง่ายที่สุดแค่ตอนแรก
  24. สิ่งใดทำให้เรารำคาญใจทุกวัน จงจัดการมันให้เรียบร้อย
  25. สิ่งไหนสำคัญกับเรา จงทำมันให้เป็นกิจวัตร
  26. ทำเล่นๆ แต่เป็นประจำดีกว่าทำจริงจังแต่ไม่ต่อเนื่อง
  27. จงสม่ำเสมอแล้วผลลัพธ์จะปรากฏ ไม่มีเส้นทางไหนไกลเกินความสม่ำเสมอของเรา -นิ้วกลม
  28. ความเร็วไม่สำคัญเท่ากับการไม่ล้มเลิก
  29. ปัจจัยสำคัญที่สุดของความสำเร็จคือ network หรือคนที่รายล้อมตัวเรา เพราะเราจะเลียนแบบคนใกล้ตัวโดยไม่ตั้งใจ -ศิริวัฒน์ วงศ์จารุกร
  30. ถ้าอยากได้ไอเดียใหม่ๆ ให้อ่านหนังสือเก่าๆ
  31. ทุกอย่างมีราคา ขึ้นอยู่กับว่าเราจะจ่ายตอนนี้หรือจะจ่ายทีหลัง
  32. “You cannot get away with anything, ever.” -Jordan Peterson
  33. อย่า Copy & Paste ชีวิตในฝันของคนอื่น
  34. ถามตัวเองให้ดีว่ามันคือความฝันหรือการชดเชยปมด้อย
  35. อย่าลืมว่าโชคชะตานั้นเอาแต่ใจ
  36. โลกนี้มันโหดร้ายหรือเราเองที่เปราะบาง
  37. พายุบางลูกก็มาเพื่อเคลียร์เส้นทาง
  38. เราไม่ได้มีเวลาอันจำกัด เราคือเวลาอันจำกัด –Four Thousand Weeks
  39. เมื่อพยายามมากเกินไปที่จะใช้เวลาให้คุ้มค่า เราอาจพลาดที่จะใช้ชีวิตไปเสียสิ้น
  40. จะมีเวลามากมายไปทำไม ถ้าไม่ได้ใช้ร่วมกับคนที่เรารัก
  41. เป้าหมายคือมีเรื่องเสียดายให้น้อยที่สุด
  42. สำเร็จเพราะมั่นใจ มั่นใจเพราะเตรียมตัว
  43. ประโยชน์ของถ้วยชาอยู่ที่ความว่างเปล่าของมัน
  44. ถ้าข้างในเราถูก ข้างนอกจะถูกเอง
  45. ครึ่งหลังของชีวิตจะเป็นอย่างไร ขึ้นอยู่กับสิ่งที่เราทำเอาไว้ในครึ่งแรก
  46. หากไม่ใช่สิ่งที่ถูกต้อง จงอย่าทำ ถ้าไม่ใช่ความจริง จงอย่าพูด -มาร์คัส ออเรเลียส
  47. เมื่อเรารู้ว่าเรากำลังไปไหน เราจะไม่กลัว
  48. ถ้าประตูมันไม่เปิด มันอาจไม่ใช่ประตูของเรา
  49. ถ้าอยากตัดสินใจผิดพลาด ให้ถามความเห็นของทุกคน
  50. BURL – Buy Utility, Rent Luxury – ซื้อประโยชน์ใช้สอย เช่าความหรูหรา
  51. ไม่ว่าเรื่องราวจะแย่แค่ไหน เราทำให้มันเลวร้ายกว่านี้ได้เสมอ
  52. บางสิ่งบางอย่างอาจจะสายเกินไป แต่ก็มีอีกมากมายที่เราเริ่มได้ตอนนี้
  53. อย่าให้ในสิ่งที่เราไม่มี อย่าขอในสิ่งที่เราเองก็ยังทำไม่ได้ -โน้ต อุดม
  54. เมื่อเราอยากเป็นคนพิเศษ เราจะเป็นแค่คนธรรมดา เมื่อเราพร้อมเป็นคนธรรรมดา เราจะกลายเป็นคนพิเศษ -พศิน อินทรวงค์
  55. ชีวิตที่ดีคือรางวัลของการทำหน้าที่ได้อย่างสมบูรณ์
  56. สิ่งหนึ่งที่มีอยู่ในธรรมชาติคือหยิน-หยางหรือความสมดุล ถ้าสิ่งใดมีปัญหาแสดงว่าสิ่งนั้นยังขาดสมดุลอยู่ -ศิริวัฒน์ วงศ์จารุกร
  57. ดีเกินดีคือไม่ดี
  58. วิธีแก้น้ำขุ่นคือปล่อยมันไว้เฉยๆ
  59. วันเวลาเป็นฝ่ายชนะเสมอ -พงศ์พรหม สนิทวงศ์ ณ อยุธยา
  60. สิ่งที่เราขาดไปไม่ใช่โอกาส แต่เป็นการเตรียมพร้อมที่จะคว้ามันไว้
  61. สิ่งที่เราควรเรียนรู้จากประวัติศาสตร์ก็คืออดีตนั้นไม่ได้หอมหวานอย่างที่เราระลึกถึง ปัจจุบันไม่ได้แย่อย่างที่เราคิด และอนาคตนั้นจะดีกว่าที่เราคาดการณ์ -Morgan Housel
  62. ถึงโลกจะเปลี่ยนไปแค่ไหนแต่มนุษย์ก็ยังเหมือนเดิม
  63. คนเราเปลี่ยนกันได้ ที่ยังไม่เปลี่ยนเพราะว่ายังเจ็บไม่พอ
  64. สู้ทีละวัน รอดทีละวัน เดี๋ยวก็รอดทุกวัน -พี่อ้อย
  65. ถ้าอยากยอมแพ้ ให้รอวันพรุ่งนี้
  66. อุปสรรคคือมรรคา – อัตตาคือศัตรู

ไม่มีหมาป่าก็ไม่มีฮีโร่

ไม่มีหมาป่าก็ไม่มีฮีโร่

นิทานวัยเด็กแทบทุกเรื่องจะต้องมีตัวร้าย และมักจะหนีไม่พ้น

แม่มด แม่เลี้ยง หมาป่า หมาจิ้งจอก จระเข้

ตัวร้ายมักจะก่อให้เกิดความเสียหายและมีคนเดือดร้อน จนเราอดคิดไม่ได้ว่าอยากจะหลีกเลี่ยงคนหรือสัตว์เหล่านี้ให้ได้มากที่สุด

แต่จริงๆ แล้วตัวร้ายเหล่านี้จำเป็นมาก หากไม่มีตัวร้าย นิทานก็จะแทบไม่เป็นนิทาน และคงไม่มีบทสรุปว่านิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่าอะไร

ดังนั้น หากเราเจอหมาป่าในชีวิตจริง ก็อย่ารังเกียจเดียดฉันท์ เขาคือครูผู้ปลุกให้เราได้ใช้ศักยภาพความเป็นมนุษย์

ไม่มีฟ้าร้องก็ไม่มีฝน

ไม่มีอุปสรรคก็ไม่มีการเติบโต

ไม่มีความมืดมิดก็มองไม่เห็นดวงดาว

ไม่มีความทุกข์ก็ไม่เห็นค่าของความสุข

ไม่มีความตายชีวิตก็ไม่มีความหมาย

ไม่มีหมาป่าก็ไม่มีฮีโร่ครับ