เพื่อนก็เหมือนดวงดาว

20161219_stars

“Good friends are like stars. You don’t always see them but you know they’re there.”

– Christy Evans

ช่วงสิบวันที่ผ่านมามีโอกาสได้เจอเพื่อนเก่าสองกลุ่ม

ทุกครั้งที่เจอเพื่อน ผมจะได้พลังและข้อคิดอะไรบางอย่างกลับมาเสมอ

เพื่อนที่ดี ต่อให้ไม่คุยกันแรมปี แต่กลับเจออีกครั้งก็ต่อติดแบบไม่ต้องใช้ความพยายามใดๆ

เพื่อนที่ดีจึงเป็นเหมือนของขวัญชิ้นพิเศษ ที่เราได้มาฟรีๆ แบบไม่เสียตังค์ แต่ต้องสละเวลาและออกแรงซักนิดหากอยากรักษาพวกเขาเหล่านี้ไว้

ยี่สิบปีที่แล้ว เราใช้โทรศัพท์โทร.หาเพื่อน

มาวันนี้เราใช้โทรศัพท์เป็นเพื่อน

เราจ้องหน้าเพื่อนคนนี้วันละหลายชั่วโมง และบ่อยครั้งเพื่อนคนนี้ก็เป็นหน้าต่างให้เราได้คุยกับเพื่อนคนอื่นๆ

บ่อยครั้ง ที่เพื่อนคนนี้อาจทำให้เรายิ้มได้ หัวเราะได้

แต่มันไม่อาจหัวเราะร่วมกับเราได้

ที่สำคัญ ยิ่งอยูกับเพื่อนคนนี้มากเท่าไหร่ เรายิ่งเหงามากขึ้นเท่านั้น

ถ้าเพื่อนเป็นเหมือนดวงดาว มือถือก็เป็นเหมือนดาวเทียม ที่อยู่ใกล้ตัว ใช้สะดวก แต่ยังไงมันก็ไม่ใช่ดาว

ผมคงต้องทอนเวลากับดาวเทียมดวงนี้ลงบ้าง และให้เวลากับดาวแท้ให้มากขึ้นครับ


facebook.com/anontawongblog
anontawong.com/archives
Download eBook – เกิดใหม่

ขอบคุณภาพจาก Pixabay.com

คำที่ควรละไว้เวลาขอโทษ

20161204_gap

วันนี้พอดีได้อ่านเจอคำตอบหนึ่งใน Quora ที่ได้รับโหวตไปมากกว่า 12,000 โหวต

เป็นคำตอบสำหรับคำถามที่ว่า What can I learn in one minute that will be useful for the rest of my life – มีอะไรที่เราเรียนรู้ได้ในหนึ่งนาทีและจะมีประโยชน์ไปตลอดชีวิต

คุณ Lalith Natarajan ให้คำตอบไว้ว่า อย่าพูดคำว่า “แต่” เวลาเราเอ่ยคำขอโทษครับ

เพราะถ้าเราใช้คำว่าแต่เมื่อไหร่ ประโยคขอโทษก่อนหน้านี้จะดูไม่จริงใจไปทันที

แทนที่จะใช้คำว่า “แต่” ให้เราเว้นช่วงเงียบๆ นิดนึงพอ

ยกตัวอย่างเช่น

ผมขอโทษสำหรับโค้ดที่ธรรมดาไปหน่อย แต่พวกเรามีเส้นตายที่ต้องส่งงานให้ทัน

ผมขอโทษสำหรับโค้ดที่ธรรมดาไปหน่อย <หยุดนิดนึง> พวกเรามีเส้นตายที่ต้องส่งงานให้ทัน


จริงๆ แล้วไม่ใช่เฉพาะประโยคขอโทษนะครับ จะเป็นประโยคอะไรก็ตาม ถ้าเราใส่ “แต่” ลงไป อะไรที่เราพูดก่อนคำว่าแต่จะดูด้อยคุณค่าลงทันที

ดังนั้นแทนที่จะใช้คำว่า แต่ ก็ให้ใช้การหยุด หรือใช้คำว่า “และ” แทน

แน่นอน ในบางสถานการณ์คำว่า “แต่” ก็จำเป็นจริงๆ แต่ถ้าเลี่ยงไปใช้คำอื่นหรือใช้การหยุดนิดนึงได้ ก็น่าลองดูนะครับ


ขอบคุณข้อมูลจาก Quora: Lalith  Natarajan’s answer to What can I learn in one minute that will be useful for the rest of my life.

ขอบคุณภาพจาก Pixabay.com

facebook.com/anontawongblog
anontawong.com/archives
Download eBook – เกิดใหม่

 

แม้อยากให้คนอื่นได้ไออุ่น

20161129_onfire

แต่คุณก็ไม่จำเป็นต้องจุดไฟเผาตัวเอง

You are not required to set yourself on fire to keep other people warm.
-Unknown


บ่อยครั้งที่เราสวมบทผู้เสียสละ

อาจจะยอมอดหลับอดนอนทำงานดึกๆ ดื่นๆ เพื่อเอาใจเจ้านาย หรือรับงานบางชิ้นที่คนอื่นโยนมาให้ทำแบบงงๆ

เรายอมลำบาก เพื่อให้ชีวิตหรืออารมณ์ของใครบางคนดีขึ้น

ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องเลวร้าย เพราะยิ่งได้ทำงาน ยิ่งได้มีโอกาสโชว์ฝีมือ ยิ่งเป็นการสร้างแบรนด์ให้ตัวเอง

แต่ทางที่ดีเราก็ควรขีดเส้นให้ชัด ไม่อย่างนั้นเราก็จะโดนล้ำเส้นอยู่เรื่อยๆ

เส้นนั้นอยู่ตรงไหนก็ขึ้นอยู่กับแต่ละคน แต่มาตรฐานขั้นต่ำคือเราไม่ควรเอาใจคนอื่นจนสุขภาพกายและสุขภาพใจเราเสีย

เพราะเวลาเราป่วย คนที่จะมาดูแลเรากลับไม่ใช่คนที่เราคอยเอาใจ แต่เป็นคนที่เรารักที่เรามักมองข้ามและจัดอันดับไว้ท้ายๆ ตลอดมาต่างหาก

You are not required to set yourself on fire to keep other people warm.

เวลาเราจุดไฟ คนอื่นอาจจะอุ่นสบาย

แต่คนที่ถูกแผดเผาคือตัวเราและคนที่รักเราที่สุดครับ


facebook.com/anontawongblog
anontawong.com/archives
Download eBook – เกิดใหม่

ขอบคุณภาพจาก Pixabay.com

หยุดปลูกดอกไม้

20161128_stopflowers

ในสวนที่เจ้าของไม่รดน้ำ

Stop planting flowers in people’s yards who aren’t going to water them

-Unknown


เป็นเรื่องธรรมดา ที่เราอยากจะแจกจ่ายดอกไม้ให้ทุกคนที่อยู่รอบข้าง

ดอกไม้นั้นอาจจะเป็นความสุข ความปรารถนาดี ความรู้ หรืออะไรก็ได้ที่ดีงาม

แต่ถ้าคนที่เราแจกให้ รับไปแล้วก็ทิ้งขว้าง ไม่เคยรักษา ก็ถึงเวลาทบทวนแล้วว่า ควรจะเอาดอกไม้ของเราไปให้คนอื่นที่เห็นค่าดีกว่ามั้ย

ดอกไม้บางชนิดมีไม่จำกัด (เช่นความเมตตาของคนมีเมตตา) ดังนั้นจะแจกจ่ายให้ถ้วนทั่วก็ไม่ใช่เรื่องเสียหายอะไร

แต่ดอกที่มีจำกัด เช่นดอกไม้เวลา เราก็ต้องเลือกให้ดีว่า ใครกันที่จะเคารพ และเห็นคุณค่าดอกไม้ที่เราจะมอบให้ครับ


facebook.com/anontawongblog
anontawong.com/archives
Download eBook – เกิดใหม่

ขอบคุณภาพจาก Pexels.com

ถ้าดอกไม้มันไม่บาน

20161122_flower

When a flower doesn’t bloom, you fix the environment in which it grows, not the flower.

ถ้าดอกไม้ไม่บาน คุณต้องแก้ที่สภาพแวดล้อม ไม่ใช่แก้ที่ดอกไม้

– Unknown


ดอกไม้ในที่นี้อาจจะตีความได้หลายอย่าง

อาจจะเป็นลูกของเราก็ได้

หรือนักเรียนของเราก็ได้

หรือพนักงานของเราก็ได้

เป็นเรื่องง่ายที่เราจะเผลอไปแก้ที่ดอกไม้ เพราะนึกว่ามันเป็นต้นตอของปัญหา

ทั้งๆ ที่จริงๆ แล้วดอกไม้เป็นเพียงผลลัพธ์

ผลลัพธ์จากการรดน้ำ ใส่ปุ๋ย พรวนดิน และให้แสงสว่าง

ผลลัพธ์จากความรักและความใส่ใจของเจ้าของดอกไม้ ซึ่งก็คือตัวเราเอง

ถ้าเราเข้าใจผิด มัวแต่ไปแก้ที่ดอกไม้ โดยไม่คิดจะแก้ที่ตัวเจ้าของ

ดอกไม้อาจจะเฉากว่าเดิมก็ได้นะครับ


facebook.com/anontawongblog
anontawong.com/archives
Download eBook – เกิดใหม่

ขอบคุณภาพจาก Pixabay.com