คนเราตายสามครั้ง

20200628

ครั้งที่หนึ่ง ตอนหัวใจหยุดเต้น

ครั้งที่สอง ตอนเผา

และครั้งที่สาม ตอนที่ใครสักคนเอ่ยถึงเราเป็นครั้งสุดท้าย

ครั้งที่หนึ่งและสองเราคุ้นเคยกันดีอยู่แล้ว แต่ครั้งที่สามเราอาจจะไม่เคยคิด

วันใดวันหนึ่งในอนาคต ชื่อของเราจะโดนใครสักคนพูด เขียน หรือนึกถึง โดยเขาคนนั้นจะเป็นคนสุดท้ายที่รับรู้ถึงตัวตนของเรา และหลังจากคนคนนั้นจากไป จะไม่มีใครรู้เลยว่าเราเคยมีตัวตนอยู่บนโลกใบนี้มาก่อน

การตายครั้งที่หนึ่งและสองนั้นเหลื่อมล้ำกันไม่มากระหว่างมนุษย์แต่ละคน แต่การตายครั้งที่สามจะช้าจะเร็วขึ้นอยู่กับ “งาน” ที่เขาทำตอนที่ยังมีชีวิต

ถ้าเราสร้างงาน หรือสร้างประโยชน์เอาไว้มาก* คนรุ่นหลังก็จะพูดถึงเราได้ยาวนาน แต่ถ้าเราสร้างประโยชน์เอาไว้น้อย ชื่อของเราก็จะถูกลืมได้ง่ายหน่อย

อายุทางกายภาพนั้นอย่างมากก็แค่ร้อยกว่าปี แต่อายุในใจคนนั้นยาวนานได้หลายร้อยหลายพันปี ขึ้นอยู่กับว่าเราจะเลือกใช้ชีวิตแบบไหนครับ

—–

* คนบางคนสร้างโทษเอาไว้มากก็โดนพูดถึงยาวนานเช่นกัน

ขอบคุณประกายความคิดจาก Derek Sivers’ book notes on Sum: Forty Tales from the Afterlives – by David Eagleman

โปรดระวังคำดูถูก

20200624

บางครั้งเราก็เผลอทำวจีกรรมด้วยการพูดจาค่อนแคะคนที่สถานะต่ำกว่าเรา

อาจจะเป็นน้องที่ทำงาน คนขายของในห้าง รปภ.ในหมู่บ้าน

บางคนผ่านมาแล้วผ่านไป แต่บางคนต้องกลับมาเจอกันใหม่ และบางครั้งคนเหล่านั้นอาจกลับมาด้วยสถานะที่สูงกว่าเราก็ได้

มนุษย์นั้นเป็นสัตว์ที่ขี้ลืม เราลืมอะไรได้หลายต่อหลายอย่าง แต่เราไม่เคยลืมคำดูถูกของใคร

ใครที่ทำผิดโดยสุจริตใจ เราให้อภัยเขาได้ไม่ยาก แต่ใครที่มาพูดจาดูแคลนเราโดยเจตนา การให้อภัยเขาช่างแสนลำบาก

เมื่อธรรมชาติของมนุษย์เป็นอย่างนี้ เราจึงไม่ควรสร้างบาดแผลให้ใครด้วยคำดูถูกเหยียดหยาม

เพราะความสะใจที่ได้มาหลังจากพ่นคำเหล่านั้นออกไป ไม่คุ้มกันเลยกับความเสียหายที่อาจจะย้อนกลับมาหาเราในอนาคตครับ

เรากำลัง “ซื้อ” อะไรอยู่บ้าง

20200622b

ช่วงค่ำตอนกลับบ้าน ผมจะเลี่ยงรถติดด้วยการขับรถลัดเลาะเข้าซอยไปออกแถวเอกมัย

ตอนที่ผมขับผ่านซอยเล็กและเปลี่ยวซอยหนึ่ง เห็นป้ายโฆษณาคอนโดเขียนไว้ว่า “A preferable life”

A preferable life เหรอ?

ซอยนั้นมีจุดดีอย่างเดียวคือใกล้สถานีรถไฟฟ้า แต่ก็ไม่ได้ใกล้ขนาดเดินไปถึงได้ ไฟตามทางมืดสลัว มืดพอที่ผมจะไม่กล้าเดินคนเดียว พื้นที่โดยรอบไม่มีสีเขียวใดๆ ถ้าลูกผมมาอยู่ที่นี่คงไม่มีที่ให้วิ่งเล่น

มันไม่ใช่ “ชีวิตที่ดีกว่า” สำหรับผมแน่ๆ แต่ก็อาจจะเป็นชีวิตที่คนอีกไม่น้อยยอมเป็นหนี้หลายล้านเพื่อให้ได้มาครอบครอง

สิ่งหนึ่งที่จะกำหนดทิศทางชีวิตเราได้มหาศาล คือสิ่งที่เราซื้อ

ซื้อในที่นี้ไม่ใช่ซื้อของ แต่เป็นการซื้อความเชื่อ

ก่อนจะมีคนซื้อได้ มันต้องมีคนขายก่อน

ขายความเชื่ออะไรบางอย่าง โดยเฉพาะความเชื่อเรื่องการมีชีวิตที่ดี

คุณจะมีชีวิตที่ดีเมื่อมีคอนโดอยู่ใกล้รถไฟฟ้า

ภรรยาคุณจะมีชีวิตที่ดีเมื่อได้ขับรถคันนี้

ลูกคุณจะมีชีวิตที่ดีเมื่อได้เข้าโรงเรียนดัง

เมื่อเราซื้อความเชื่อซึ่งเป็นเรื่องนามธรรมแล้ว เราก็ต้องวิ่งหาเงินมาซื้อสิ่งเหล่านี้ในทางกายภาพ

ซึ่งสำหรับบางความเชื่อ อาจต้องใช้เวลาหลายเดือน หลายปี หรือกระทั่งทั้งชีวิตเพื่อให้ได้มา

ดังนั้น ก่อนจะ “ซื้อ” อะไร ลองคิดให้รอบคอบ ลองคิดแย้งกับตนเองบ้างว่ามันดีอย่างที่เขาว่าจริงๆ หรือเขาแค่พยายามจะขาย ‘a preferable life’ ให้เราซื้อเท่านั้นเอง

เพราะชีวิตที่น่าเขกหัว คือชีวิตที่เปล่าเปลืองไปกับของที่เขาว่าดีทั้งๆ ที่เราเองไม่ได้ต้องการจริงๆ ด้วยซ้ำไป

เค้าไม่เหนื่อย หรือเค้าไม่บ่น

20200622

เวลาเรามองคนที่เราชื่นชม และเห็นเขาทำอะไรได้ตั้งมากมายทั้งเพื่อตัวเองและเพื่อคนอื่น เราอดถามไม่ได้ว่า “ไม่เหนื่อยบ้างเหรอ”

แล้วเราก็คิดเอาว่า คนแบบนี้น่าจะต้องมีความสามารถพิเศษ หรือรู้อะไรบางอย่างที่เราไม่รู้

แต่พอได้เข้าใกล้ เราก็จะเข้าใจว่าจริงๆ แล้วเขาไม่ได้มีอะไรพิเศษกว่าคนธรรมดาเลย สิ่งที่เขาทำไม่ได้ราบรื่น ทุกอย่างล้วนเต็มไปด้วยความยากลำบากและข้อผิดพลาด

เพียงแต่เขาไม่ส่งพลังงานลบออกมาให้คนรอบข้างเท่านั้นเอง

ขึ้นชื่อว่าการทำงาน การใช้ชีวิต มันมีเรื่องให้ต้องคิด ต้องทำ ต้องฝ่าฟันกันทุกราย

ดังนั้นอย่าถามเลยว่าเหนื่อยมั้ย มันเหนื่อยอยู่แล้ว

แต่เหนื่อยแล้วจะบ่นหรือไม่มันขึ้นอยู่กับเรา

เหนื่อยก็หยุดพัก ถอยหลังออกมาให้เห็นชัดว่าเรากำลังพยายามทำอะไร เมื่อมีแรงแล้วก็กลับไปทำต่อ ไม่มีความจำเป็นต้องซ้ำเติมด้วยคำพูดที่บั่นทอน

เค้าไม่เหนื่อย หรือเค้าไม่บ่น*

มองให้ดี แล้วจะรู้ว่าเรามีทางเลือกเสมอครับ

—–

* ประโยคนี้ผมได้มาจากบทความ “ทำไมพ่อถึงเหนื่อยล่ะคะ” ของคุณบิว เจ้าของเพจวิศวกรรีพอร์ตที่ถ่ายทอดความรู้ด้านการใช้ Excel แบบไม่มีเม้ม แนะนำให้ติดตามกันครับ

อย่างมงายกับตรรกะ

20200618

ขอสานต่อจากบทความเมื่อวาน ที่ผมบอกว่า OKR ไม่ใช่เป้าหมาย เป็นเพียงแค่เครื่องมือที่พาเราไปสู่เป้าหมายเท่านั้น

เงินก็ไม่ใช่เป้าหมาย เป็นเพียงเครื่องมือที่นำไปสู่เป้าหมายเท่านั้นเช่นกัน

ถ้าเราเผลอไปยึดถือเครื่องมือเป็นเป้าหมายเสียเอง เราจะหลงทาง

และถ้าเรายึดถือเครื่องมือใดเครื่องมือหนึ่งมากเกินไป เราก็จะเจอทางตัน เพราะทุกเครื่องมือมีข้อจำกัดของมัน

คนที่จบวิศวะมา มักจะใช้ตรรกะและการคำนวณเป็นเครื่องมือ สิ่งที่ตามมาก็คืออาการ over-engineer หรือพยายามใส่อะไรเข้ามาเยอะเกินงามและเกินความจำเป็น

คนที่จบสายศิลป์มาอาจพึ่งพาความรู้สึกและอารมณ์มากเกินไป จนพาตัวเองไปเจอปัญหาที่ควรหลีกเลี่ยงได้

คนที่เพิ่งอินกับการปฏิบัติธรรม ก็อาจพยายามมากเสียจนจนกลายเป็นคนเฉื่อยเนือย ยกหนอย่างหนอจนทำอะไรไม่ทันการ

ไม่ได้บอกว่าธรรมะไม่ดี ไม่ได้บอกว่าเราไม่ควรใช้อารมณ์หรือตรรกะ แค่จะบอกว่าเราควรจะมีเครื่องมือหลายๆ อย่างติดมือเอาไว้

เพราะถ้าเรามีแค่ค้อนอยู่ในมือ เราจะมองทุกอย่างเป็นตะปูไปเสียหมด

“If all you have is a hammer, everything looks like a nail”
-English proverb

KPI หรือ OKR เป็นตัวชี้วัดที่มีประโยชน์ แต่ถ้าองค์กรใดใช้มันเป็นเครื่องมือเพียงอย่างเดียวในการประเมินคุณค่าของพนักงาน องค์กรนั้นก็จะขาดความเป็นมนุษย์

ตรรกะเป็นกระบวนการคิดที่เป็นระบบ แต่อาจใช้กับคู่รักที่ทะเลาะกันไม่ได้ หลายครั้งที่ความสัมพันธ์มันพังทลายไม่ใช่เพราะว่าเราใช้อารมณ์มากเกินไป แต่เพราะเราใช้เหตุผลกันมากเกินไปต่างหาก

วิทยาศาสตร์เป็นเครื่องมือที่ดี แต่เรื่องที่วิทยาศาสตร์ยังเข้าไม่ถึงนั้นมีอีกมาก คนที่ดูแคลนหรือดูเบาสิ่งใดเพียงเพราะวิทยาศาสตร์ยังพิสูจน์ไม่ได้ย่อมสูญเสียโอกาสไปไม่น้อย

อุปกรณ์อย่างทีวีหรือไอแพดเป็นเครื่องมือทุ่นแรงที่พ่อแม่หลายคนใช้กับลูกเล็ก เปิดอะไรให้ดูเค้าก็นั่งนิ่งอยู่กับที่ แต่ถ้าเรา outsource การเล่นกับลูกไปให้ไอแพดมากเกินไป วันหนึ่งพ่อแม่อย่างเราก็จะถูกลูก outsource เช่นกัน

ดังนั้น นอกจากมองให้ออกว่าสิ่งใดเป็นเป้าหมาย สิ่งใดเป็นเครื่องมือแล้ว เราต้องมีเครื่องมือหลายชิ้นติดตัวเอาไว้ด้วย อย่างมงายกับเครื่องมือใดเครื่องมือหนึ่งมากจนเกินไป

อย่างมงายกับตรรกะ อย่างมงายกับ OKR อย่างมงายกับเทคโนโลยีและวิทยาศาสตร์

เข้าใจข้อจำกัดของมันและใช้มันให้ถูกบริบท แล้วเราจะรับมือกับความท้าทายที่หลายหลากของชีวิตได้ครับ

—–

หนังสือ “ช้างกูอยู่ไหน” ว่าด้วยการลดทอนสิ่งที่ไม่ใช่ ตามหาได้ที่ whatisitpress.com และร้านหนังสือทั่วไปครับ นายอินทร์จะหาง่ายหน่อย ส่วนที่ซีเอ็ดจะหายากหน่อยครับ