ความสม่ำเสมอสำคัญกว่าความกระตือรือร้น

สิ้นเดือนที่หนึ่งของปี 2021 แล้ว

ใครมี New Year’s Resolutions ที่กำลังหลุดลอยขอให้ยกมือขึ้น!

ทุกต้นปีเราจะมีเป้าหมายใหม่ๆ ที่แสนเร้าใจและชวนเราออกไปแตะขอบฟ้า

แต่เมื่อกลับมาเจอชีวิตจริงที่ต้องเข้าออฟฟิศ เจองานด่วนงานแทรก ไหนจะสิ่งล่อตาล่อใจอีกมากมาย ความเป็นไปได้ที่จะบรรลุเป้าหมายอันยิ่งใหญ่ก็ลดน้อยถอยลง

ใครที่คิดว่าปีนี้จะเหมือนกับปีก่อนๆ ที่ฮึดได้แค่ไม่กี่สัปดาห์แล้วก็เข้าอีหรอบเดิม ขอให้ท่องประโยคนี้เอาไว้:

ความสม่ำเสมอสำคัญกว่าความกระตือรือร้น

ตอนต้นปีเรามีความกระตือรือร้นมากมาย แต่ความกระตือรือร้นนั้นมาแล้วก็ไป พึ่งพาได้ไม่นาน

สิ่งที่พึ่งพาได้มากกว่าคือความสม่ำเสมอ

ถ้าอยากลดน้ำหนัก การเข้าฟิตเนสรวดเดียว 10 ชั่วโมงคงไม่ได้พาเราไปสู่เป้าหมาย แต่การเข้าฟิตเนสคราวละ 20 นาทีทุกวันตลอด 1 เดือน รวมเวลาออกกำลังกายก็ 10 ชั่วโมงเท่ากันแต่ผลลัพธ์ย่อมต่างกันและมีโอกาสจะยืนระยะได้นานกว่า

ความสม่ำเสมอจึงสำคัญกว่าความกระตือรือร้น

ไม่ต้องทำอะไรยิ่งใหญ่ ไม่ต้องใช้ motivation อะไรมากมาย แค่ทำเรื่องเดิมๆ ซ้ำๆ ที่เรารู้ว่าอยู่แก่ใจว่ากำลังพาเราไปในทิศทางที่ถูกต้อง

ใจเย็นๆ อย่ารีบร้อน หัดเป็นคนที่รอได้

แล้วขอบฟ้าไหนก็ไม่ไกลเกินเอื้อมครับ

โรงงานผลิตข้ออ้าง

มาสายเพราะรถติด (ออกจากบ้านช้า)

เช็คเมลเพราะเผื่อมีงานสำคัญ (เคยชิน)

เข้าเฟซเพื่อคลายเครียด (ทุกสิบห้านาที)

ไม่มีเวลาทำงานสำคัญเพราะงานแทรก (งานสำคัญมันยาก งานแทรกมันง่ายดี)

ทำงานผิดเพราะหัวหน้าสั่งไม่เคลียร์ (สงสัยแล้วเราไม่ถาม)

เพื่อนร่วมงานทำตัวแย่เราเลยต้องทำตัวแย่กลับ (เหรอ?)

เราจึงเป็นโรงงานผลิตข้ออ้าง

เปิดทำการตั้งแต่ฟ้าสางยันหลับไหล

มันคือกลไกของกิเลสที่ช่วยให้เราไม่ต้องสบตากับความจริง

ความจริงที่ว่าเราเองนี่แหละที่เป็นต้นเหตุของปัญหาทั้งหมดครับ


ขอบคุณประกายความคิดจากหนังสือ วิธีพาตัวเองออกจากกล่องใบเล็ก ของ The Arbinger Institute

อย่า Copy & Paste ชีวิตในฝันของคนอื่น

ในโลกที่เต็มไปด้วยเรื่องราวของคนสำเร็จ เป็นการง่ายเหลือเกินที่เราจะเคลิบเคลิ้มไปกับสิ่งเหล่านั้น

แต่ภาพที่เราเห็นอยู่ในฟีดของเฟซบุ๊คและอินสตาแกรมเป็นเพียง 1% เป็นเพียงสิ่งที่เขาอยากให้เราเห็น

ของมียี่ห้อและงานการที่ดูโก้หรูมีต้นทุนที่เราไม่อาจหยั่งรู้แอบแฝง

มันคือเวลาและสุขภาพที่เสียไปเพื่อให้ได้มาซึ่งเงินทอง

เงินทองที่ผ่านมือเราเพียงแค่เดี๋ยวเดียวก่อนไหลกลับเข้าระบบที่ออกแบบมาให้คนส่วนใหญ่ไม่อาจเอาชนะ

ไม่ผิดที่จะมีความฝัน แต่ขอให้เดินตามฝันนั้นด้วยเท้าที่ติดดิน

อย่า copy & paste ชีวิตในฝันของคนอื่น

เพราะชีวิตแบบนั้นไม่ยั่งยืน และอาจพังครืนลงมาง่ายๆ ครับ

ไม่ต้องเล่นท่ายากก็ได้

นักวิ่งสายอุปกรณ์บางคนซื้อ gadget มาเต็มไปหมดเพื่อช่วยให้การวิ่งมีประสิทธิภาพขึ้น

คนทำงานบางคนจัดการอีเมลด้วยการตั้ง rules เสียมากมาย หากส่งมาจากคนนี้ให้เอาเข้าโฟลเดอร์นั้นและตั้งเมลให้เป็นสีนี้

ส่วนบางคนก็มีแอปในมือถือเป็นสิบๆ แอปที่ช่วยเพิ่มความ productive ในด้านต่างๆ

แต่ถ้าเราใส่พลังไปกับของเล่น เราจะละเลยเรื่องพื้นฐาน

จะวิ่งให้ดีก็แค่ต้องขยันซ้อม จะจัดการอีเมลให้ดีก็แค่ทำ inbox zero และถ้าอยาก productive จริงๆ ก็แค่ต้องกล้าลุยงานสำคัญ

วางของเล่นลง กลับมาที่เรื่องพื้นฐาน ลงมือทำอย่างจริงจัง แล้วจะได้ผลลัพธ์ที่ยั่งยืนกว่าครับ

ลดเรื่องปวดหัวด้วยการหลีกเลี่ยง unforced errors

Unforced errors เป็นศัพท์ที่คนดูเทนนิสจะรู้จักกันดี

มันคือการที่นักเทนนิสตีเสียแต้มเพราะตีพลาดเอง

เช่นเสิร์ฟติดเน็ต หรืออีกฝ่ายตีลูกมาธรรมดาแต่เรากลับตีออกเสียเอง

มันคือการพลาดแบบไม่น่าพลาด หรือถ้าใช้คำแรงหน่อยก็คือพลาดแบบโง่ๆ

ในชีวิตการทำงานเราก็มี unforced errors มากมาย

ส่งอีเมลแล้วลืม attach ไฟล์

นั่งทำงานติดเก้าอี้ไม่ยอมเข้าห้องน้ำจนเป็นกระเพาะปัสสาวะอักเสบ

พูดจาสนุกปากจนไปเข้าหูคนที่เรานินทา

ในชีวิตส่วนตัวเราก็มี unforced errors ได้เช่นกัน

ดูซีรี่ส์ดึกดื่นจนนอนไม่พอ

ไมจ่ายค่าไฟจนมิเตอร์โดนตัด

ผิดใจกับคนในบ้านด้วยเรื่องไม่เป็นเรื่อง

ปัญหาเหล่านี้เราป้องกันได้เพียงใช้สติและความระมัดระวังเพิ่มขึ้นอีกนิดเดียวเท่านั้น

อย่าพลาดอะไรที่ทำให้เราอยากเขกหัวตัวเองทีหลัง

ลด unforced errors ได้สักครึ่งหนึ่ง ชีวิตก็ราบรื่นขึ้นเยอะแล้วครับ