ชีวิตที่ดีไม่ใช่ชีวิตที่สะดวกสบาย

ชีวิตที่ดีคือที่ชีวิตที่พร้อมเผชิญอะไรก็ได้

เพราะนี่คือยุคที่ความไม่แน่นอนแสดงตนในอัตราเร่ง

คำถามสำคัญ คือเราจะรับมือกับความไม่แน่นอนได้อย่างไร

สมองของเรายังคงกระฉับกระเฉงเพียงพอที่จะเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ และปล่อยวางความรู้เก่าที่ใช้การไม่ได้แล้วรึเปล่า

งานที่ทำเปิดทางให้เราเก่งกว่าเราคนเมื่อวานหรือไม่ เพราะความมั่นคงในหน้าที่การงานไม่ใช่การได้อยู่กับบริษัทใหญ่ แต่มันคือการที่เรามีทักษะและวินัยในการทำงานที่ยอดเยี่ยมจนองค์กรที่ดีอยากได้เราไปร่วมงานด้วย – be so good they can’t ignore you.

เรามีเงินเก็บเพียงพอหรือไม่ถ้าจู่ๆ ตกงานหรือขายของไม่ได้

เราดูแลร่างกายได้ดีพอที่จะมีสุขภาพที่สมบูรณ์จนแก่เฒ่าหรือยัง

เราดูแลความสัมพันธ์ได้ดีพอที่จะมีคนพาเราไปหาหมอและนอนเฝ้าเราตอนไม่สบายหรือเปล่า

และสำคัญที่สุด จิตใจของเรามีปัญญาพอหรือไม่เมื่อต้องเจอเรื่องร้ายๆ ในชีวิต

ไม่ได้บอกว่าให้เราปฏิเสธชีวิตที่สะดวกสบาย เพราะมนุษย์ทุกคนมีสิทธิ์และสมควรมีความเป็นอยู่ที่ดี

แต่ขอให้ระลึกได้ด้วยว่าดีเกินดีคือไม่ดี

กายสบายเกินไปกล้ามเนื้อก็ฟีบ งานสบายเกินไปสมองก็ฝ่อ ชีวิตสุขเกินไปก็ไม่มีภูมิคุ้มกันความทุกข์

เราจึงไม่ควรละเลยที่จะสร้างภูมิคุ้มกันให้กับทุกๆ ด้านของชีวิต

เพราะชีวิตที่ดีไม่ใช่ชีวิตที่สะดวกสบาย

ชีวิตที่ดีคือที่ชีวิตที่พร้อมเผชิญอะไรก็ได้ครับ

หากจิตตกให้ลงมือทำอะไรก็ได้

เราจิตตกเพราะเราไม่อยู่กับปัจจุบัน เรามัวแต่คิดถึงสิ่งที่เราไม่อยากให้เกิดแต่มันดันเกิด หรือคิดถึงสิ่งที่เราอยากให้เกิดแต่มันดันไม่เกิด

การเริ่มต้นทำอะไรสักอย่างจะเปลี่ยนแปลงทุกอย่าง

เมื่อเราลงมือ ใจเราจะกลับมาอยู่กับปัจจุบันมากขึ้น ทางที่เราไม่เคยเห็นก็จะเริ่มมองเห็น เมฆหมอกที่ปกคลุมใจที่ขุ่นมัวจะโดนคลื่นลมแห่งการกระทำปัดเป่า

เมื่อเรา take action เราจะกังวลถึงอนาคตน้อยลง เพราะเราจะระลึกได้ว่าเรามีส่วนสำคัญที่จะเปลี่ยนแปลงผลลัพธ์และอนาคตของตัวเองได้

เลิกใช้ชีวิตอยู่ในหัวของตัวเอง ออกมาสบตากับความจริง แล้วลงมือทำครับ

ตั้งคำถามกับสิ่งที่เราฝังใจ

ผมเป็นคนไม่กินน้อยหน่าและไม่เคยกินน้อยหน่า เพราะตอนวัยอนุบาลและวัยประถม เคยได้ยินข่าวลือบ่อยๆ ว่ากินแล้วเม็ดน้อยหน่าติดคอตาย

เลย 10 ขวบ มาหลายสิบปี ผมไม่เคยได้ยินเรื่องเม็ดน้อยหน่าติดคออีกเลยแต่ก็ยังไม่คิดจะกินมันอยู่ดีเพราะผมกลายเป็น “คนไม่กินน้อยหน่า” ไปเรียบร้อยแล้ว

ทำให้นึกถึงเรื่องเล่าที่คนเลี้ยงช้างจะเอาช้างตัวเล็กผูกเชือกไว้กับเสาไม้ปักดิน แม้ช้างตัวน้อยจะออกแรงดึงแต่ก็ไม่สามารถหนีไปไหนได้ จนแม้กระทั่งมันโตแล้วก็ไม่เคยคิดจะเดินหนีไปไหนทั้งๆ ที่ถ้ามันออกแรงสักหน่อยเสาไม้ไม่มีทางต้านทานแรงของช้างที่โตเต็มวัยได้

ความฝังใจวัยเด็กเพียงไม่กี่ปีสามารถส่งผลต่อตัวตนของเราได้ทั้งชีวิต

ลองสำรวจตัวเองดูนะครับว่าเราได้นิยามตัวเองว่าเป็นคนแบบไหน

เป็นคนวาดรูปไม่เก่ง เป็นคนร้องเพลงไม่เพราะ เป็นคนอ่อนคณิตศาสตร์ เป็นคนอ้วน เป็นคนไม่ฉลาด เป็นคนไม่มีเสน่ห์ เป็นคนขาดความมั่นใจ เป็นคนไม่มีใครรัก

เป็นคนไม่กินน้อยหน่า

เหล่านี้อาจจะเป็นความฝังใจวัยเด็ก เป็นเพียงเสาไม้ที่ผูกเราไว้กับตัวตนในอดีต

ตั้งคำถามกับสิ่งที่เราฝังใจ แล้วเราอาจจะพบว่าเราเป็นอะไรได้มากกว่าที่เราเคยคิดครับ

มนุษย์ไมโครเวฟ

แต่ก่อนจะดูหนังก็ต้องไปโรงหนัง จะช็อปปิ้งก็ต้องไปเดินห้าง จะทานข้าวก็ต้องไปที่ร้าน

เดี๋ยวนี้จะดูหนังก็เปิดเน็ตฟลิกซ์ จะช็อปปิ้งก็เข้าแอป จะทานข้าวก็สั่งเดลิเวอรี่

เราไม่จำเป็นต้องออกจากบ้าน ไม่ต้องวนหาที่จอดรถ ไม่ต้องไปเข้าคิวอีกต่อไป

เมื่อเจอแต่ความสะดวกสบาย เราต้องเตือนตัวเองไม่ให้กลายเป็นมนุษย์ไมโครเวฟ

มนุษย์ไมโครเวฟคือคนที่คาดหวังว่าทุกอย่างมันต้องได้มาโดยง่าย ซึ่งในการ “เสพ” อาจเป็นอย่างนั้นก็จริง แต่ในการ “สร้าง” มันยังไม่ใช่

เราเลยอยากเงินเดือนขึ้นเร็วๆ โดยที่ทักษะเรายังไปไม่ถึง หรือมองหาการลงทุนที่ผลตอบแทนสูงโดยที่เราไม่ได้เข้าใจมันอย่างถ่องแท้

อาจจะฟังดู old fashioned ไปหน่อย แต่สิ่งที่จะมีคุณค่าอย่างแท้จริงนั้นต้องใช้เวลาเสมอ – Good things take time.

อย่าให้การได้อะไรมาโดยง่ายทำให้เรากลายเป็นมนุษย์ไมโครเวฟครับ

ชีวิตนี้ไม่ได้สั้นเกินไป

เราแค่ใช้มันอย่างทิ้งขว้างเกินไปเท่านั้นเอง

“It’s not that we have a short time to live, but that we waste a lot of it.”
-Seneca

นี่คือเหตุผลที่คนเราควรมีเป้าหมาย

ไม่ใช่เพื่อจะได้บรรลุเป้าหมายนั้น และไม่ใช่เพื่อความยิ่งใหญ่ใดๆ

แต่เพียงเพื่อให้มันเป็นตัวช่วยให้เราตัดสินใจว่าวันนี้เราจะใช้เวลาไปกับอะไรบ้าง

ถ้าชีวิตไม่มีเป้าหมาย เราก็เหมือนเรือที่ไม่รู้จะไปจอดท่าไหน จะมีลมอะไรก็ไม่เกื้อหนุนทั้งนั้น

เราจะใช้เวลาอย่างทิ้งขว้าง จะทำร้ายตัวเองอย่างช้าๆ ผ่านกิจกรรมที่สร้างความเพลิดเพลิน แต่ไม่ได้ทำให้เราสุขใจ

เราจะทำอะไรก็ได้ แต่เราไม่สามารถทำได้ทุกอย่าง – You can do anything, but not everything.

เลือกให้ดีว่าอยากได้อะไร อยากจะเป็นคนแบบไหน แล้วใช้เวลาที่เรามีมุ่งไปในทิศทางนั้นดูครับ