Do The Verb Until You Become The Noun

ถ้าอยากเป็นนักวิ่งก็จงออกไปวิ่ง

ถ้าอยากเป็นบล็อกเกอร์ก็จงเขียนบล็อก

ถ้าอยากเป็นเจ้าของธุรกิจก็จงลงมือทำธุรกิจ

ถ้าอยากเป็นคนสำเร็จก็จงทำเรื่องสำคัญให้สำเร็จ

อยากเป็นอะไรก็จงทำสิ่งนั้น

Do the verb until you become the noun

ทำไม่หยุด เดี๋ยวก็เป็นเอง


ขอบคุณประกายความคิดจากหนังสือ I Hate Running and You Can Too by Brendan Leonard

ติดตาม Anontawong’s Musings ได้ที่

https://anontawong.com (subscribe เพื่อรับบทความทางอีเมลได้)
facebook.com/anontawongblog
blockdit.com/anontawong
twitter.com/anontawong
instagram.com/anontawong
http://bit.ly/LINEanontawong

Alignment -> Success

“What’s the most important thing to remember when it comes to success? One word: alignment. Success is not the result of any single quality; it’s about alignment between who you are and where you choose to be. The right skill in the right role. A good person surrounded by other good people.”
–Eric Barker

Alignment เป็นคำที่ผมชอบมากคำหนึ่ง

Align หมายถึงจัดให้อยู่ในแนวเดียวกัน

Alignment ในบริบทนี้ก็คือการจัดวางชีวิตให้สอดประสานและช่วยเหลือกันในทุกด้าน

ผมเคยเขียนเอาไว้ว่าหนึ่งในสัญญาณของการมีวุฒิภาวะก็คือ “ข้างนอกอย่างไร ข้างในอย่างนั้น”

สิ่งที่เราพูดและทำนั้นสะท้อนสิ่งที่เราคิด มันคือความจริงใจที่มีต่อทั้งตัวเองและผู้อื่น และมันคือการ align กันของความคิด การกระทำและคำพูด

ถ้างานที่เราทำมัน align กับเป้าหมายขององค์กร งานที่เราทำย่อมเกิด impact

ถ้าวิธีทำงานของเรา align กับวิธีการทำงานของหัวหน้า หัวหน้าก็จะไม่มาวุ่นวายกับเรามาก

ถ้ากิจวัตรของเรา align กับตัวตนที่เราอยากเป็น เราก็จะรู้สึกอยู่ลึกๆ ว่าเรามาถูกทางแล้ว

ในทางกลับกัน ถ้าเรารู้สึกว่ามีอะไรติดๆ ขัดๆ หรือมีความไม่สบายใจอะไรบางอย่าง ก็เป็นไปได้ว่ามันมี misalignment

อาจจะเป็นเป้าหมายที่เราตั้งไว้ตามคนอื่น ทั้งๆ ที่จริงๆ แล้วเราไม่ได้ให้ความสำคัญกับมันขนาดนั้น เช่นบางคนตั้งเป้าหมายว่าจะมีเงินล้านให้ได้ก่อนอายุ 30 โดยที่ยังไม่รู้ว่าจะมีเงินล้านไปเพื่ออะไร

หรืออาจจะเป็นงานบางอย่างที่เรารู้สึกว่าไม่ได้สร้างคุณค่า เราก็เลยรู้สึกต่อต้านอยู่ในใจมาตลอด นอกจากเหนื่อยงานแล้วเลยต้องมาเหนื่อยใจถามตัวเองด้วยว่านี่เรากำลังทำอะไรอยู่

หาให้เจอว่าเรามี misalignment อยู่ตรงไหนแล้วพยายามไปคลี่ปมตรงนั้น ถ้าเลี่ยงสิ่งที่ต้องทำไม่ได้ก็ต้องหาความหมายของมันให้เจอ

Success คือ Alignment และ Alignment นำไปสู่ Success

เมื่อมิติส่วนใหญ่ในชีวิตสอดประสานกัน เราก็จะรู้สึกสำเร็จได้โดยไม่ต้องเอาตัวเองไปเปรียบเทียบกับใครครับ


ติดตาม Anontawong’s Musings ได้ที่

https://anontawong.com (subscribe เพื่อรับบทความทางอีเมลได้)
facebook.com/anontawongblog
blockdit.com/anontawong
twitter.com/anontawong
instagram.com/anontawong
http://bit.ly/LINEanontawong

อย่ามัวกังวลสายตาของคนอื่น

อาจารย์เสกสรรค์ ประเสริฐกุลเคยกล่าวไว้ว่า ต้นทุนของการเป็นตัวของตัวเองนั้นอาจไม่ได้สูงอย่างที่คิด

เพราะไม่ว่าเราจะทำอะไร เพื่อนแท้ย่อมเข้าใจ คนทั่วไปไม่สังเกต ส่วนศัตรูนั้นยังไงมันก็มองเราไม่ขึ้น

ไม่ได้หมายความว่าเราจะเป็นคนไม่ฟังใคร เพราะหากคำทัดทานหรือคำวิจารณ์นั้นมาจากคนที่ปรารถนาดี เราก็ควรใส่ใจเช่นกัน

แต่เมื่อคิดมาดีแล้ว ฟังคนที่เราควรฟังแล้ว ตัดสินใจไปแล้ว ก็อย่าไปกังวลสายตาของคนอื่นเลย

“It never ceases to amaze me: we all love ourselves more than other people, but care more about their opinion than our own.”
-Marcus Aurelius

รักตัวเองกับรักตัวตน เป็นคนละอย่างกันนะครับ


ติดตาม Anontawong’s Musings ได้ที่

https://anontawong.com (subscribe เพื่อรับบทความทางอีเมลได้)
blockdit.com/anontawong
twitter.com/anontawong
instagram.com/anontawong
http://bit.ly/LINEanontawong

ก็แค่ทำตามคำแนะนำที่เราให้ไว้กับคนอื่น

ในหนังสือ 12 Rules for Life ของ Jordan Peterson กฎข้อที่ 2 ระบุไว้ว่า

Treat yourself like someone you are responsible for helping – จงดูแลตัวเองเหมือนที่เราอยากดูแลคนที่เรารัก

เวลาเราคุยกับเพื่อนสนิท แฟน หรือลูก เราคงไม่บอกให้เขาดูทีวีให้เยอะๆ นอนให้น้อยๆ กินของไม่มีประโยชน์ ใช้เงินเกินกว่าที่หามาได้ และใช้ชีวิตแบบเช้าชามเย็นชาม

เราล้วนแต่ปรารถนาที่จะให้คนที่เรารักมีชีวิตที่ดีและมีความสุข ดังนั้นเราต้องเผื่อแผ่ความรักแบบนั้นให้กับตัวเราเองด้วย

เรารู้อยู่แก่ใจว่าอะไรควรอะไรไม่ควร ที่เหลือก็แค่ทำตามคำแนะนำที่เรามักบอกคนอื่นเท่านั้นเอง – just follow your own advice

รู้ว่ามันไม่ง่าย เพราะชีวิตมันไม่ง่าย สิ่งล่อตาล่อใจมันเยอะ กิเลสนั้นเหมือนภูเขาที่ตั้งตระหง่านสูงเสียดฟ้า ขณะที่ใจนั้นเหมือนทะเลที่น้ำขึ้นน้ำลง

แต่ถ้าเราดูแลตัวเองเหมือนที่เราดูแลคนที่เรารักได้ ปัญหาทั้งหลายก็อาจไม่ยากเย็นอย่างที่คิดนะครับ

ถ้าชีวิตไม่ได้ดีอย่างที่ควรจะเป็น ลองพูดความจริงดูมั้ย

“If your life is not what it could be, try telling the truth.

If you cling desperately to an ideology, or wallow in nihilism, try telling the truth.

If you feel weak and rejected, and desperate, and confused, try telling the truth.

In Paradise, everyone speaks the truth. That is what makes it Paradise.”

‐Jordan Peterson

“ถ้าชีวิตไม่ได้ดีอย่างที่ควรจะเป็น ลองพูดความจริงดูมั้ย

ถ้ากำลังยึดมั่นถือมั่นในอุดมการณ์อะไรบางอย่าง หรือปล่อยเนื้อปล่อยตัวเพราะเห็นว่าทุกสิ่งช่างไร้ความหมาย ลองพูดความจริงดูมั้ย

ถ้ารู้สึกอ่อนแอ พ่ายแพ้ ร้อนรน และสับสน ลองพูดความจริงดูมั้ย

บนสรวงสวรรค์นั้นทุกคนพูดความจริง เพราะการพูดความจริงนั่นเองที่ทำให้สถานที่นั้นเป็นสรวงสวรรค์”

– จอห์แดน ปีเตอร์สัน ผู้เขียนหนังสือ 12 Rules for Life

หลังจากอ่านถ้อยคำนี้แล้ว เราอาจจะแย้งว่า ธรรมดาเราก็ไม่ได้พูดโกหกเสียหน่อย

แต่ถ้าลองคิดดีๆ เราอาจจะพบว่ามันมีหนึ่งคนที่เราโกหกเป็นประจำ และคนคนนั้นก็คือตัวเราเอง

โกหกว่าเรามีความสุขดีอยู่แล้ว

โกหกว่าเราเปลี่ยนแปลงอะไรไม่ได้

โกหกว่าเดี๋ยวมันก็ดีขึ้น

ยังมีอีกหลายคำที่เราพร่ำบอกตัวเองตลอดมา และเราก็ยังยึดมั่นว่ามันยังเป็นความจริง ทั้งๆ ที่โลกเปลี่ยนไปแล้ว บริบทเปลี่ยนไปแล้ว และตัวเราเองก็ได้เปลี่ยนไปแล้ว

ลองสบตากับความจริงอีกครั้ง ถามตัวเองให้ดีว่ายังมีแง่มุมไหนของชีวิตที่เรายังไม่ซื่อตรงกับตัวเองอยู่

หาให้เจอแล้วลงมือทำอะไรบางอย่าง

แล้วจะพบว่าชีวิตนี้ยังไปได้อีกไกลครับ