ตั้งค่า defaults ของเราเสียใหม่

2019013_defaults

ค่า defaults (อ่านว่าดีฟ้อลท์) เป็นศัพท์เทคนิค แปลว่าค่าตั้งต้นที่ทางผู้ผลิตเขาตั้งไว้ให้ เช่นบัตร ATM ถอนเงินได้ไม่เกินวันละ 50,000 บาท หรือ Windows ให้เราใช้ Internet Explorer (IE) เป็นเว็บบราวเซอร์ (พอกดลิงค์อะไรก็แล้วแต่มันจะเปิดหน้า Internet Explorer ขึ้นมาทันที)

ค่า defaults พวกนี้เปลี่ยนไม่ยาก ถ้าอยากจะเพิ่มวงเงินที่ถอนได้ในแต่ละวันก็แค่โทร.ไปที่ call center หรือปรับข้อมูลในแอปของธนาคาร ส่วนถ้าเราไม่ชอบใช้ IE เราก็ดาวน์โหลด Chrome แล้วตั้งให้มันเป็น default web browser แทนก็ได้

แม้จะเปลี่ยนไม่ยาก แต่คนจำนวนไม่น้อยก็ยังใช้ชีวิตในโหมด default อยู่

นี่คือพฤติกรรม default ของหลายคน

– ตื่นมาต้องเช็คมือถือก่อน
– เปิดมือถือแล้วต้องเข้าเฟซบุ๊คก่อน
– ถึงออฟฟิศแล้วต้องเช็คอีเมลก่อน
– เมื่อได้รับ notifications ต้องหยิบมือถือขึ้นมาดู

etc.

เราติดกับโหมด default เพราะว่ามันไม่ต้องคิด ไม่ต้องใช้สติอะไร ทำเพราะความเคยชิน ไม่ได้ทำเพราะว่ามันดีกับเรา

ถ้าไม่ชอบโหมด default ที่เราเป็นอยู่ เราก็ต้องเปลี่ยน defaults ของเราเสียใหม่ เหมือนที่เราเปลี่ยน default web browser จาก IE เป็น Chrome นั่นแหละ

– ตื่นมาเดินไปกินน้ำแล้วออกกำลังกายก่อน
– เอาแอป social media ต่างๆ ออกจาก home screen ในมือถือ หรือจะ log out และ forget users ไปเลยก็ได้
– ถึงออฟฟิศแล้วนั่งวางแผนประจำวันก่อน
– ปิด notifications ในมือถือให้หมด เปิดเฉพาะแอปที่จำเป็นเช่น calendar ก็พอ

แค่ปรับเปลี่ยนค่า defaults ไม่กี่ตัว หลายมิติของชีวิตก็น่าจะดีขึ้นแล้วครับ

—–

ขอบคุณประกายความคิดจากหนังสือ Make Time โดย Jake Knapp และ John Zeratsky

เศรษฐีบนรถเข็น

20190112_wheelchairmillionaire

อยากกินก็กินไม่ได้เพราะหมอห้าม อยากเที่ยวก็เที่ยวไม่ได้เพราะสังขารไม่อำนวย

เราควรจะหลีกเลี่ยงที่จะตกอยู่ในสถานการณ์นี้

สถานการณ์ที่มีเงิน แต่ไม่มีปัญญาใช้เงิน

ขยันนั้นดี ทำงานหนักก็ดี อดออมวันนี้เพื่ออนาคตก็ดี แต่อย่าลืมดูแลร่างกายตัวเองด้วย เพราะทั้งชีวิตนี้เรามีได้แค่ร่างเดียว

กินของที่มีประโยชน์ ออกกำลังกายบ้าง พักผ่อนให้เพียงพอ

ถ้าไม่ได้สนใจเรื่องกินเรื่องเที่ยว อย่างน้อยก็ควรมองว่า ว่าถ้าแก่ตัวไปแล้วร่างกายพังจนทำงานที่รักไม่ได้ คงจะหงุดหงิดน่าดู

—–

Storytelling with Powerpoint รุ่นที่ 2 เรียนเสาร์ที่ 19 มกราคมนี้ เหลืออีก 10 ที่ ดูรายละเอียดได้ที่  http://bit.ly/tgimstory2fb

บทความวันละตอนจาก Anontawong’s Musings:

LINE: bit.ly/tgimline

Facebook: bit.ly/tgimfb

Twitter: bit.ly/tgimtwt

สิ่งที่ดีทำให้เราพลาดสิ่งที่ดีที่สุด

20190110_good_vs_best

เราไม่ได้มีปัญหาที่จะแยกแยะระหว่างสิ่งที่ดีกับสิ่งที่เลวร้าย เพราะเราเกิดมาพร้อมสมองและจิตสำนึกที่ดีอยู่แล้ว

โจทย์ที่ยากกว่านั้นมาก ก็คือการแยะแยะให้ได้ระหว่างสิ่งที่ดี กับสิ่งที่ดีที่สุด เพราะถ้าเราไม่ระวัง เราจะเอาแต่ทำสิ่งดีๆ มากมาย จนไม่มีเวลาและกำลังเหลือไปทำสิ่งที่ดีที่สุด

ขอยกตัวอย่างสามเรื่องที่เกี่ยวพันกับคอนเซ็ปต์นี้

งานที่ทำ – แต่ละวันเรามีงานให้ต้องทำหลายสิบอย่าง และปัญหาไม่ได้เกิดจากการที่เราไม่ขยัน เพราะจริงๆ แล้วเราขยันกันมาก ทำงานกันแบบหามรุ่งหามค่ำ แต่พอใครมาถามว่าสัปดาห์ที่ผ่านมาภูมิใจกับงานชิ้นไหนบ้าง เรากลับตอบไม่ได้ เพราะทุกอย่างมันเบลอๆ เหมือนๆ กันไปหมด

“There are so many people working so hard and achieving so little.”

-Andy Grove

เราขยันกันมาก แต่เราอาจขยันผิดจุด

การจะเติบโตได้ในโลกปัจจุบัน การเป็นคนขยันอย่างเดียวจึงไม่พอ แต่ต้องขยันแบบมียุทธศาสตร์ เพราะต่อให้ทำเร็วแค่ไหนงานก็ไม่มีทางเสร็จหมด สู้หันกลับมาช้าลง คิดให้มากขึ้น แล้วลงมือแบบซามูไรที่จ้องอยู่นานก่อนจะฟันแค่ดาบเดียว

—–

จัดบ้านแบบ konmari – หลายต่อหลายคนมักจะรู้สึกว่า “ไม่มีเสื้อผ้าใส่” ทั้งๆ ที่มีเสื้อผ้าอยู่เต็มตู้ ต้นเหตุที่แท้จริงก็คือ “เสื้อผ้าดีๆ” มาเบียดบัง “เสื้อผ้าที่ดีที่สุด” จนเราเกิดความรู้สึกว่าต้องซื้อเสื้อผ้ามาเพิ่มตลอดเวลา ซึ่งก็แก้ปัญหาได้เพียงชั่วคราวก่อนจะกลับเข้าสู่วงจรเดิม

สิ่งที่ คนโด มาริเอะ สอนก็คือ เราควรจะหยิบเสื้อผ้าทุกตัวมากองเอาไว้ หยิบมันขึ้นมาทีละชิ้นและถามตัวเองว่ามันยัง spark joy หรือยังทำให้เราชื่นใจได้หรือไม่

เสื้อผ้าที่ spark joy คือ “เสื้อผ้าที่ดีที่สุด” ส่วนเสื้อผ้าที่ไม่ spark joy แล้วคือ “เสื้อผ้าที่ดี” ที่เราควรปล่อยมันไปหาเจ้านายใหม่

—–

กิจกรรมต่างๆ ในชีวิต – เรามีทางเลือกมากมายเหลือเกิน จะเล่นมือถือทั้งวันก็ได้ อ่านการ์ตูนใน iPad ก็ได้ เข้า Youtube ก็ได้ เล่น ROV ก็ได้ ดู Netflix ก็ได้

เรื่องเหล่านี้เป็นเรื่องดีๆ ทั้งนั้น เพลิดเพลินทั้งนั้น แต่ถ้าเราใช้เวลาอยู่กับเรื่องเหล่านี้มากเกินไป เราก็จะไม่เหลือเวลาให้กับ “กิจกรรมที่ดีที่สุด” เช่นการดูแลร่างกายตนเอง (กินให้ดี นอนให้เพียงพอ ออกกำลังกาย) การพูดคุยกับคนในครอบครัว การได้อยู่กับตัวเอง รวมถึงการได้ลงมือทำตามความฝันหรือสิ่งที่ตัวเองรักอย่างแท้จริง

ชีวิตคนในศตวรรษที่ 21 นั้นมีทางเลือกมากกว่าบรรพบุรุษของเรานับร้อยนับพันเท่า เราจึงเป็นเหมือนเด็กวัยรุ่นหลุดเข้าไปในร้านบุฟเฟ่ต์ อันนั้นก็ดี อันนี้ก็ใช่ เมื่อตัดสินใจไม่ได้ เราจึงหยิบกินมันเสียทุกอย่าง

เราจึงอิ่มท้องเสมอแต่แทบไม่เคยอิ่มใจ

ด้วยเหตุผลที่กล่าวมา ผมจึงเชื่อว่าการแยกแยะให้ออกระหว่าง “สิ่งที่ดีที่สุด” กับ “สิ่งที่ดี” เป็นหนึ่งในทักษะที่ขาดไม่ได้สำหรับพ.ศ.นี้ครับ

—–

Storytelling with Powerpoint รุ่นที่ 2 เรียนเสาร์ที่ 19 มกราคมนี้ เหลืออีก 10 ที่ ดูรายละเอียดได้ที่  http://bit.ly/tgimstory2fb

บทความวันละตอนจาก Anontawong’s Musings:

LINE: bit.ly/tgimline

Facebook: bit.ly/tgimfb

Twitter: bit.ly/tgimtwt

เรื่องยากๆ ทิ้งเอาไว้มันก็ไม่ง่ายขึ้นหรอก

20190103

เข้าใจว่าของบางอย่างก็ต้องใช้เวลาทำใจ แต่ก็อย่าทำใจนานเกินไป

ปัญหาเรื่องเงิน ปัญหาเรื่องลูกน้องในทีม ปัญหาเรื่องสุขภาพ

ตอนนี้มันยากก็จริง แต่ถ้ารู้ว่ายิ่งทอดเวลามันจะยิ่งยากขึ้น แสดงว่าแก้ตอนนี้ก็ง่ายที่สุดแล้ว

กัดฟันจัดการกับมัน เดี๋ยวก็จบ

ดีกว่าทนอยู่กับมันแบบเจ็บรอนๆ กลับไม่ได้ไปไม่ถึงให้เปลืองพลังงานชีวิตครับ

เลือกบันได

20181231_stairs.png

บันได vs บันไดเลื่อน -> บันได

มือถือ vs ลูก -> ลูก

งานง่าย vs งานยาก -> งานยาก

ทำงานต่อ vs กลับไปหาลูก -> กลับไปหาลูก

เป็นคนถูก vs เป็นคนมีเมตตา -> เป็นคนมีเมตตา

ถามคำถาม vs นั่งเงียบๆ -> ถามคำถาม

ยอมรับผิด vs ปากแข็ง -> ยอมรับผิด

นอนต่อ vs ลุกขึ้น -> ลุกขึ้น

แพลงค์ vs ไถเฟซ -> แพลงค์

เสพ vs สร้าง -> สร้าง

มีสติรู้เนื้อรู้ตัว vs ปล่อยใจคิดไปมั่วซั่ว -> มีสติรู้เนื้อรู้ตัว

ปีใหม่นี้ ลองสร้างความคุ้นเคยกับการเลือกทางที่ยากกว่า

ลงจาก BTS เห็นบันไดกับบันไดเลื่อน ขาควรจะเดินไปที่บันไดโดยไม่ต้องคิด

ข้อเสียคือเหนื่อยและช้ากว่าหน่อย ข้อดีคือคนน้อยและเราจะเข้มแข็งขึ้นอีกนิด

สร้างภูมิคุ้มกันความยากเสียแต่วันนี้ ไม่ว่าพรุ่งนี้จะนำพาอะไรมา เราจะได้พร้อมเผชิญหน้ากับมัน

สวัสดีปีใหม่ 2562 ครับทุกคน


Storytelling with Powerpoint รุ่นที่ 2 เรียนเสาร์ที่ 19 มกราคมนี้เปิดรับสมัครแล้วดูรายละเอียดได้ที่  http://bit.ly/tgimstory2fb

บทความวันละตอนจาก Anontawong’s Musings:

LINE: bit.ly/tgimline

Facebook: bit.ly/tgimfb

Twitter: bit.ly/tgimtwt