ทำอะไรอย่าลืมมองข้ามช็อตด้วย

20190902b

หลายคนน่าจะเคยเล่นบิลเลียดมาก่อน

บิลเลียดคล้ายกับสนุกเกอร์ อาจจะต่างกันตรงกติกา ขนาดของโต๊ะ และขนาดของหลุม แต่มีวิธีการเล่นคล้ายๆ กันคือใช้ไม้ยาวๆ ยิงลูกขาวไปโดนลูกเป้าหมายให้ลงหลุม ใครยิงครบ 8 ลูกก่อนชนะ

สำหรับมือสมัครเล่นอย่างผม แค่แทงลูกขาวให้โดนยังยาก ไหนยังต้องพยายามมองเหลี่ยมอีกว่าจะพาลูกขาวไปชนลูกเป้าหมายยังไง

จึงเป็นเรื่องปกติที่เราจะคิดถึงแค่ช็อตถัดไป ทำยังไงก็ได้ให้ลูกนั้นลงหลุม

แต่สำหรับมืออาชีพ การยิงให้ลงหลุมเป็นเรื่องง่าย สิ่งที่ยากและสำคัญกว่า คือเมื่อยิงลูกขาวออกไปแล้ว จะควบคุมลูกขาวอย่างไรเพื่อให้สามารถกินลูกถัดไปได้ด้วย

มืออาชีพจึงมองข้ามช็อตเสมอ

ไม่ต่างกับชีวิตและการทำงาน

การโฟกัสกับเรื่องที่อยู่ตรงหน้า กับเป้าหมายที่ตามองเห็นเป็นเรื่องสำคัญก็จริง แต่เราต้องไม่ลืมว่าเกมของเราไม่ได้จบแค่การยิงลูกถัดไปให้ลง

เกมของเราคือยิงลูกฝั่งของเราให้ครบ เพื่อจะได้สิทธิ์ชิงดำ

คำถามสำคัญก็คือ ลูกดำของเราคืออะไร?

ถ้าเราไม่รู้ว่าลูกดำของเราคืออะไร การเล่นบิลเลียดชีวิตก็จะสะเปะสะปะไร้ยุทธศาสตร์ เราอาจภูมิใจที่ยิงลง แต่หารู้ไม่ว่าบางช็อตที่เราไม่ระวังก็อาจทำให้ “ขาวเปลี่ยน” หรือลูกขาวลงหลุมจนเกมของเราต้องสะดุด

จะเอาเกียรตินิยม จะเก็บตังค์แต่งงาน จะซื้อบ้านหลังใหญ่ เหล่านี้ล้วนเป็นช็อตสำคัญ แต่มันอาจยังไม่ใช่ “ลูกดำ” ของเราก็ได้

ทำอะไรอย่าลืมมองข้ามช็อต เมื่อตาเนื้อกำลังเพ่งกับการยิงลูกถัดไปให้ลงหลุม ขอให้ตาใจมองเห็นการคอนโทรลลูกขาวด้วย

ถ้าไม่ระวัง กำลังแทงลงอยู่ดีๆ อาจพลิกกลับมาแพ้ได้เฉยเลยนะครับ

จะเจ็บตอนนี้หรือจะเจ็บทีหลัง

20190902

ผมว่าคนเราอาจแบ่งคร่าวๆ ได้สองประเภท

คือคนที่ยอมเจ็บตอนนี้ กับคนที่ยอมเจ็บทีหลัง

นักเรียนที่ยอมเจ็บตอนนี้ คือเด็กที่ตั้งใจเรียน ทำการบ้าน อ่านหนังสือก่อนสอบเป็นอาทิตย์

เขายอมเจ็บปวดตลอดเทอม แลกกับการไม่ต้องเจ็บปวดในห้องสอบ

นักเรียนที่ยอมเจ็บทีหลัง คือเด็กที่โดดเรียน ไม่ทำการบ้าน อ่านหนังสือหน้าห้องสอบ แล้วค่อยไปเจ็บปวดกับการทำข้อสอบไม่ได้ และความเจ็บปวดตอนต้องบอกเกรดให้พ่อแม่รู้

คนทำงานที่ยอมเจ็บตอนนี้ คือคนที่เลือกงานยากขึ้นมาทำก่อน

คนทำงานที่ยอมเจ็บทีหลัง คือคนที่ทำงานยากตอนไม่มีทางเลือก แล้วยอมโดนเจ้านายด่าที่งานออกมาไม่ดี

นักวิ่งที่ยอมเจ็บตอนนี้ คือนักวิ่งที่ซ้อมอย่างสม่ำเสมอ เก็บระยะจนวิ่งได้ครบเท่าที่ตัวเองต้องวิ่งในวันแข่ง

นักวิ่งที่ยอมเจ็บทีหลัง คือนักวิ่งที่ซ้อมๆ หายๆ แข่ง 21 โล ซ้อมได้แค่ 8 โล แล้วค่อยไปร่างพังในวันแข่งขัน

พระท่านบอกว่าชีวิตนี้เป็นทุกข์ ยังไงเราก็เลี่ยงความเจ็บปวดไม่พ้น

คนที่ขยันขันแข็ง จริงๆ แล้วอาจไม่ใช่คนดีมีวินัยอะไร แค่เขาสามารถจินตนาการถึงความเจ็บปวดที่จะมาในตอนท้ายได้ดีกว่าคนอื่น ก็เลยเลือกที่จะเจ็บก่อนเท่านั้นเอง

เจ็บตอนนี้ ยังพอมีผลลัพธ์ดีๆ ให้ชื่นใจ

เจ็บทีหลัง นอกจากจะเจ็บหนักกว่า อาจยังต้องกลับบ้านมือเปล่าด้วยนะครับ

จะกลัวหรือไม่กลัวก็ต้องเจออยู่ดี

20190828b

ไม่ว่าจะเป็นความผิดพลาด ความเจ็บป่วย ความชรา หรือการพลัดพรากจากลา

คำถามคือเราจะเหมือนคนส่วนใหญ่ที่หลอกตัวเองไปเรื่อยๆ เป็นนกกระจอกเทศที่เอาหัวมุดทราย เพราะคิดว่าเมื่อมันมองไม่เห็นศัตรูแล้วศัตรูจะมองไม่เห็นมัน

หรือเราจะเป็นคนส่วนน้อยที่สบตา สบตาทั้งๆ ที่กลัว สบตาเพราะรู้อยู่แก่ใจว่าถึงจะกลัวหรือไม่กลัวก็ต้องเจออยู่ดี

เมื่อสบตาก็จะมองเห็น เมื่อมองเห็นก็จะได้ศึกษา เมื่อศึกษาก็เริ่มเข้าใจ เมื่อเข้าใจก็จะได้เตรียมตัว

ในวันที่สิ่งที่ต้องเกิดเดินทางมาถึง เราจะได้รับมือกับมันได้อย่างมีสติและมีวิชาครับ

ยิ่งสูงยิ่งต้องฟัง

20190826

ยิ่งสวยยิ่งต้องฟัง

ยิ่งแก่ยิ่งต้องฟัง

เมื่อเราอยู่สูง คนจะไม่กล้าเตือนอะไรเรา เพราะเขากลัวหัวจะหลุดจากบ่า

เมื่อเราสวยหรือหล่อ คนจะไม่ค่อยเตือนอะไรเรา เพราะคนหน้าตาดีมักได้รับการผ่อนปรนมากกว่าคนหน้าตาธรรมดา

เมื่อเราแก่ที่สุดในกลุ่ม คนจะไม่กล้าเตือนอะไรเรา เพราะเกรงใจในความอาวุโส

ถ้าเราตกอยู่ในกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งที่กล่าวมา ขอให้ระลึกว่ามันเป็นทุกขลาภ

เพราะแม้จะไม่ค่อยมีใครมากล้าขัดใจหรือพูดให้เราเจ็บปวด แต่ผลก็คือเราจะทำผิดซ้ำๆ โดยไม่มีใครคอยเตือน กว่าจะรู้ตัวก็เมื่อสายเกินไป

ลดอีโก้ของตัวเอง เอ่ยปากถามว่ามีอะไรที่เราควรปรับปรุงบ้างไหม

และถ้าเราโชคดี อาจจะมีกัลยาณมิตรที่พร้อมพูดความจริงให้เราฟังครับ

ยอมรับความไม่สมบูรณ์ แล้วชีวิตจะสมบูรณ์

20190826

นี่คือถ้อยคำของคุณ คามิน เลิศชัยประเสริฐ ศิลปินที่มีชื่อเสียงในระดับนานาชาติ

เพราะสิ่งต่างๆ ล้วนอยู่ใต้กฎไตรลักษณ์ – ทุกสิ่งเปลี่ยนผัน ทุกอย่างเผชิญแรงเสียดทาน และไม่มีอะไรที่เราบังคับควบคุมได้

เราจึงควรเตือนตัวเองว่าอย่าไปวุ่นวายใจกับสิ่งที่ต้องเกิดขึ้นเป็นธรรมดา

ใช้รถยนต์ย่อมมีรอยขีดข่วน ใช้ชีวิตย่อมมีบาดแผล ใช้คนย่อมมีข้อผิดพลาด

ดี 100 เสีย 10 เราควรพอใจกับ 90 ที่ดี ไม่ใช่หงุดหงิดกับ 10 ที่เสีย

ลองคิดภาพว่าตอนเราเป็นนักเรียน ถ้าเราสอบได้ 90 เต็ม 100 เราจะมามัวผิดหวังกับสิบคะแนนที่พลาดไปหรือเราจะซื้อขนมให้รางวัลตัวเอง

ทำให้ดี ทำให้เต็มที่ แต่ทดไว้ในใจด้วยว่า ความพยายามเป็นเรื่องของมนุษย์ ความสำเร็จเป็นเรื่องของฟ้าดิน

ยอมรับความไม่สมบูรณ์ แล้วชีวิตจะสมบูรณ์

ชีวิตที่ดีอาจมีได้ง่ายกว่าที่เราคิดครับ

—–

ขอบคุณ Quote จากหนังสือ Between Hello and Goodbye ครู่สนทนา โดย จิรเดช โอภาสพันธ์วงศ์ สำนักพิมพ์ SALMONBOOKS