นิทานเสือโคร่งกับกรงล่องหน

วันนี้วันศุกร์ มาฟังนิทานกันนะครับ

เมื่อหลายสิบปีที่แล้ว รัฐบาลอินเดียได้มอบลูกเสือโคร่งขาวให้กับรัฐบาลสหรัฐเพื่อเป็นของขวัญในฐานะประเทศเพื่อนมิตร

รัฐบาลสหรัฐได้นำลูกเสือโคร่งไปไว้ในสวนสัตว์ โดยให้อยู่ในกรงขนาด 4 x 4 เมตรเพื่อให้คนได้เข้ามาเยี่ยมชม

ผ่านไปสองปี เสือโคร่งเติบใหญ่ สวนสัตว์ไม่อยากให้เสืออึดอัด จึงสร้างป่าจำลองขนาด 1 ไร่ขึ้นมา

แต่เมื่อเสือโคร่งถูกปล่อยลงไปในพื้นที่แห่งใหม่ มันกลับเดินไปที่มุมมุมหนึ่ง และเดินไปเดินมาในอาณาเขต 4 x 4 เมตรอย่างที่มันคุ้นเคย และไม่เคยเดินออกไปนอก “กรงล่องหน” จวบจนสิ้นอายุขัย

คนเราบางคนก็เป็นเหมือนเสือโคร่งตัวนี้เช่นกัน


ขอบคุณนิทานจากหนังสือ Radical Acceptance by Tara Brach

นิทานวัยเกรียนกับหมาป่า

วันนี้วันศุกร์ มาฟังนิทานกันนะครับ

เด็กวัยแสบคนหนึ่งถูกคนเลี้ยงสัตว์ทิ้งไว้บนหลังคาโรงเลี้ยงแกะเพื่อจะได้ปลอดภัยจากภยันตราย

เมื่อเด็กกวาดตามองสิ่งต่างๆ ด้านล่างก็เจอหมาป่า เขาจึงเริ่มเยาะเย้ยถากถาง ทำหน้าล้อเลียน

“ข้าได้ยินเจ้านะ แต่ข้าไม่โกรธเจ้าหรอก” หมาป่าเอ่ย “เพราะตราบใดที่เจ้ายังอยู่บนนั้น สิ่งที่พูดกับข้าคือหลังคา หาใช่ตัวเจ้าเลยสักนิด”


ขอบคุณนิทานจากเพจนิทานสอนใจ ลูกแพะกับหมาป่า

นิทานคุณยายไปแบงค์

วันนี้วันศุกร์ มาฟังนิทานกันนะครับ

บ่ายแก่ๆ วันหนึ่ง หญิงชราท่าทางงกๆ เงิ่นๆ เดินเข้าไปที่เคาท์เตอร์ธนาคาร ยื่นบัตรให้และบอกว่า

“ฉันอยากจะถอนเงิน $100 จ๊ะ”

“ถ้าถอนไม่เกิน $100 ยายต้องไปกดตู้ ATM นะคะ”

“…ทำไมล่ะ?”

“ก็มันเป็นกฎของที่นี่อ่ะค่ะ ถ้าไม่มีธุระเพิ่มเติมยายก็ช่วยขยับหน่อยนะคะ มีลูกค้าต่อคิวอีกหลายคน”

หญิงชรานิ่งไปสักครู่ แล้วยื่นการ์ดกลับไปให้เจ้าหน้าที่อีกครั้ง

“งั้นฉันขอถอนเงินทั้งหมดในบัญชี”

เจ้าหน้าที่รับการ์ดมารูดอย่างไม่สบอารมณ์ แต่เมื่อเห็นยอดในบัญชีก็ตกใจ และพูดกับหญิงชราด้วยเสียงสอง

“คุณยายมีเงินในบัญชีเกือบ $700,000 เกรงว่าทางสาขาจะเหลือเงินสดไม่พอ คุณยายเข้ามาทำธุรกรรมพรุ่งนี้ได้มั้ยคะ เดี๋ยวหนูทำนัดให้”

“แล้ววันนี้หนูให้ถอนได้เท่าไหร่”

“ไม่เกิน $10,000 ได้มั้ยคะ”

“ได้ งั้นฉันขอถอน $10,000”

เจ้าหน้าที่จึงทำเรื่องถอนเงิน เดินไปห้องด้านหลัง หยิบปึกธนบัตร $100 หนึ่งร้อยใบเข้าเครื่องนับแล้วยื่นให้หญิงชรา

คุณยายดึงแบงค์จากปึกมาหนึ่งใบเอาใส่กระเป๋า แล้วยื่นปึกธนบัตรที่เหลือคืนให้เจ้าหน้าที่

“ฉันขอฝากเงิน $9,900”


ขอบคุณนิทานจาก Quora: Richard Strachan’s post in The Greatest Stories Ever Told

นิทานสวัสดีคุณครู

วันนี้วันศุกร์ มาฟังนิทานกันนะครับ

ในสวนสาธารณะแห่งหนึ่ง ชายหนุ่มเดินไปทักชายชรา

“ครูจำผมได้มั้ยครับ”

“ขอโทษด้วยนะ ครูจำเธอไม่ได้”

“ผมเป็นลูกศิษย์ของครูสมัยประถมครับ”

“ขอบคุณที่เข้ามาทักทายนะ แล้วตอนนี้เธอทำอะไรอยู่เหรอ?”

“ตอนนี้ผมเป็นคุณครูครับ”

“อ้อ ก็เหมือนฉันเลยน่ะสิ”

“ใช่ครับ จริงๆ แล้วผมเลือกอาชีพนี้เพราะครูเลยนะครับ”

“เหรอ…เพราะอะไรล่ะ?”

“ตอนที่ครูเป็นครูประจำชั้นห้องผม มีวันหนึ่งผมเห็นเพื่อนเอากล่องดินสอใหม่มาโรงเรียน ผมอยากได้มาก ตอนพักเที่ยงที่ไม่มีคนอยู่ในห้องผมเลยไปหยิบกล่องดินสอของเพื่อนมาเก็บไว้ในกระเป๋าของผมเอง

พอเพื่อนรู้ตัว ก็เลยไปฟ้องคุณครู ครูเลยประกาศว่าใครเอาไปให้เอามาคืนเดี๋ยวนี้ แต่ผมก็นั่งนิ่งเพราะไม่อยากคืน

ครูก็เลยปิดประตูห้องเรียน และบอกว่าครูจะขอค้นกระเป๋านักเรียนของทุกคน โดยขอให้ทุกคนในห้องหลับตาด้วย

พวกเราก็เลยหลับตา แล้วครูก็เดินค้นกระเป๋าไปทีละโต๊ะ ผมได้แต่กลั้นหายใจตอนที่คุณครูเปิดกระเป๋าของผม…แล้วคุณครูก็เดินค้นกระเป๋าโต๊ะอื่นๆ ไปจนครบทุกโต๊ะก่อนจะเดินกลับไปหน้าชั้นเรียน

จากนั้นคุณครูก็ให้พวกเราทุกคนลืมตา แล้วผมก็เห็นว่าครูเจอกล่องดินสอที่หายไปแล้ว ครูเรียกให้เพื่อนมาเอากล่องดินสอคืน และครูก็สอนหนังสือต่อราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น

ครูไม่เคยเรียกผมไปคุยเรื่องนี้ ครูไม่เคยประกาศว่าใครเป็นคนขโมย

นั่นเป็นวันที่ผมรู้สึกอับอายมากที่สุดในชีวิต แต่มันก็เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญด้วย หากครูไม่ได้ทำอย่างนั้น ผมอาจจะโดนไล่ออก หรืออาจกลายเป็นคนขี้ขโมยไปแล้ว

และแม้ว่าครูจะไม่ได้พูดอะไรออกมาสักคำ แต่ครูก็ได้สอนบทเรียนที่ผมไม่มีวันลืม ผมเลยตั้งใจว่าถ้าโตขึ้นผมอยากจะเป็นให้ได้อย่างครูบ้าง

ครูยังจำเหตุการณ์นั้นได้มั้ยครับ?”

ชายชรายิ้มและตอบว่า

“จำได้สิ จำได้ด้วยว่าเป็นกล่องดินสอสีแดงลายยอดมนุษย์ แต่ครูจำไม่ได้หรอกว่าใครขโมย เพราะครูก็หลับตาเหมือนกัน”


ขอบคุณนิทานจาก Quora: Richard Strachan’s post in The Greatest Stories Ever Told

นิทานการเดินทางของตุ๊กตา

วันนี้วันศุกร์ มาฟังนิทานกันนะครับ

ฟรานซ์ คาฟก้า (Franz Kafka 1883-1924) นักเขียนวัย 40 ผู้ไม่เคยแต่งงานและไม่เคยมีลูก กำลังเดินเล่นในสวนสาธารณะในเบอร์ลินตอนที่เขาเจอกับเด็กผู้หญิงตัวน้อยที่กำลังร้องไห้เพราะทำตุ๊กตาตัวโปรดหายไป คาฟก้าช่วยเธอหาแต่ก็ไม่เจอ

คาฟก้าบอกกับเด็กน้อยว่า พรุ่งนี้เรามาเจอกันแล้วมาหาตุ๊กตากันใหม่นะ

วันถัดมา คาฟก้ายื่นจดหมายที่ “ตุ๊กตา” เขียนมาให้

“อย่าร้องไห้ไปเลยนะจ๊ะ ฉันกำลังออกเดินทางท่องโลก ไว้ฉันจะเขียนมาเล่าให้เธอฟังถึงการผจญภัยของฉันนะ”

ทุกครั้งที่ทั้งสองมาเจอกัน คาฟก้าจะอ่านจดหมายที่ตุ๊กตาบรรจงเขียนมาหาเด็กน้อย พรรณนาถึงการผจญภัยและบทสนทนาที่เด็กน้อยฟังแล้วชอบใจ

วันหนึ่งคาฟก้าก็นำตุ๊กตามายื่นให้เด็กน้อย บอกว่าตุ๊กตากลับมาถึงเบอร์ลินแล้ว

“ไม่เห็นเหมือนตุ๊กตาของหนูเลย”

คาฟก้ายื่นจดหมายอีกฉบับให้เธอ

“การเดินทางได้เปลี่ยนฉันไปมากมายเลยทีเดียว”

เด็กสาวกอดตุ๊กตาไว้แน่นและพามันกลับบ้านไป

ปีถัดมา คาฟก้าก็เสียชีวิต

วันเวลาล่วงเลยจนถึงวันที่เด็กน้อยโตเป็นผู้ใหญ่ เธอจึงพบจดหมายที่ซ่อนอยู่ในตุ๊กตาตัวนั้น มีเพียงข้อความสั้นๆ ว่า

“ทุกสิ่งที่เธอรักอาจจะจากเธอไป แต่มันจะกลับมาหาเธอในรูปแบบที่ต่างไปจากเดิม”


ขอบคุณนิทานที่สร้างจากเรื่องจริงจาก Quora: Richard Joseph Strachan’s post in Loving and Amazing World