นิทานหมากัดแกะ

20200212b

วันนี้วันศุกร์ มาฟังนิทานกันนะครับ

ชาวนาคนหนึ่งเลี้ยงแกะเอาไว้หลายสิบตัว

เพื่อนบ้านของชาวนาเป็นนายพรานซึ่งมีหมาล่าเนื้อสองตัวที่ดุร้ายมาก พวกมันมักจะมุดรั้วมาวิ่งไล่กัดแกะเป็นประจำ

ชาวนาพยายามขอให้นายพรานล็อกหมาไว้ในกรง แต่นายพรานทำอยู่ได้ไม่กี่วันก็ปล่อยหมาออกมาเพ่นพ่านและกัดแกะของชาวนาอีก

ชาวนาสุดจะทนจึงเข้าเมืองไปแจ้งความที่โรงพัก

สารวัตรซึ่งรู้จักทั้งชาวนาและนายพรานมานานได้ฟังแล้วจึงตอบว่า

“ผมจะจับนายพรานมาเข้าคุกก็ได้นะ แต่ถ้าผมทำอย่างนั้นคุณจะมีศัตรูเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งคน คุณอยากได้เพื่อนบ้านที่เป็นมิตรหรือเพื่อนบ้านที่เป็นศัตรูล่ะ”

“ผมก็ต้องอยากได้เพื่อนบ้านที่เป็นมิตรอยู่แล้วสิครับ”

“งั้นคุณลองทำตามที่ผมบอกดูก่อนมั้ย?”

ชาวนาฟังคำแนะนำของสารวัตรแล้วจึงกลับมาที่ฟาร์ม คัดเลือกลูกแกะที่น่ารักที่สุดมา 3 ตัวแล้วนำไปให้นายพราน

“คิดว่าเด็กๆ น่าจะชอบครับ” ชาวนากล่าวกับนายพราน

ลูกๆ ของนายพรานดีใจมาก และออกไปเล่นกับลูกแกะทุกวันหลังเลิกเรียน

นายพรานกลัวว่าถ้าปล่อยหมาออกมาเพ่นพ่าน ลูกๆ ของตนจะโดนกัด จึงจับหมาใส่กรงเอาไว้ตลอด

และฝูงแกะของชาวนาก็ไม่เคยโดนหมากัดอีกเลย

—–

ดัดแปลงมาจากนิทานภาษาจีนที่ส่งมาทางไลน์

นิทานดินสอกับยางลบ

20200212

วันนี้วันศุกร์ มาฟังนิทานกันนะครับ

ยางลบ: “เธอเป็นอะไรรึเปล่า หน้าตาดูจ๋อยๆ”

ดินสอ: “ฉันทำให้เธอต้องเจ็บตัวตลอดเลย เมื่อไหร่ก็ตามที่ฉันทำผิด เธอจะคอยมาช่วยฉันเสมอ และทุกครั้งที่เธอลบสิ่งที่ฉันเขียนผิด เธอก็จะสูญเสียบางส่วนของเธอไป เธอดูตัวเล็กลงทุกวันเลย”

ยางลบ: “ก็จริงนะ แต่ฉันไม่สนหรอก ฉันมีชีวิตอยู่ก็เพื่อสิ่งนี้ อยู่เพื่อคอยช่วยเหลือเมื่อใดก็ตามที่เธอพลาดพลั้ง ฉันรู้ดีว่าวันหนึ่งตัวฉันก็จะหายไป และเธอก็จะเปลี่ยนไปใช้ยางลบก้อนใหม่ แต่ฉันก็ยังยินดีที่จะทำมันอยู่ดี ดังนั้นอย่ากังวลไปเลย ฉันไม่อยากเห็นเธอเศร้าแบบนี้หรอกนะ”

ความสัมพันธ์ระหว่างยางลบกับดินสอ บางทีก็เหมือนความสัมพันธ์ของแม่กับลูก เพื่อนกับเพื่อน และชายหนุ่มกับหญิงสาวนะครับ

—–

ดัดแปลงมาจากนิทานภาษาจีนที่ส่งมาทางไลน์

นิทานสองหนุ่มสองมุม

20200602

วันนี้วันศุกร์ มาฟังนิทานกันนะครับ

ในคืนอันหนาวเหน็บ ชายไร้บ้านสองคนที่ไม่รู้จักกันมาใช้ตึกร้างเป็นที่ค้างคืน

ชายคนแรกมาถึงก่อน และเดินไปจับจองมุมหนึ่งของตึก

ชายคนที่สองมาถึงทีหลัง จึงเดินไปนั่งอีกมุมที่อยู่ห่างๆ

ชายคนแรกตัวสั่นเทา เปิดเป้หยิบขนมปังมากิน

ชายคนที่สองหิวโซ เปิดเป้หยิบผ้าห่มมาคลุมตัว

ต่างฝ่ายต่างไว้ท่า แต่ก็คิดอยู่ในใจว่าถ้าอีกฝ่ายเดินมาหา ก็พร้อมจะคุยกับเขา

แต่ไม่มีใครเดินไปหาใคร สองคนต่างซุกอยู่ในมุมของตัวเอง

เช้าวันรุ่งขึ้น มีคนมาพบศพของทั้งคู่

คนแรกตายเพราะความหนาว คนที่สองตายเพราะความหิว

—–

ดัดแปลงจากนิทานภาษาจีนที่ส่งมาทางไลน์

นิทานตุ๊กตาโครเชต์

20200117

วันนี้วันศุกร์ มาฟังนิทานกันนะครับ

สามีภรรยาวัยชราคู่หนึ่งอยู่กินกันมา 60 ปี เขาและเธอพูดคุยกันทุกเรื่องจึงไม่เคยมีความลับต่อกัน

ยกเว้นเพียงเรื่องเดียว

ในตู้เสื้อผ้าของคุณย่ามีกล่องรองเท้าอยู่ใบหนึ่ง เธอเคยขอคุณปู่ตอนแต่งงานใหม่ๆ ว่าอย่าเปิดกล่องนี้ ซึ่งคุณปู่ก็รักษาคำสัญญาเป็นอย่างดีจนเกือบลืมไปแล้วด้วยซ้ำว่ามีกล่องรองเท้าใบนี้อยู่

แต่แล้ววันหนึ่งคุณย่าก็ป่วยหนัก หมอบอกว่าคุณย่าจะอยู่ได้อีกไม่นาน ในระหว่างที่สะสางและจัดแจงเรื่องราวต่างๆ คุณปู่ก็ไปเจอกล่องใบนี้อีกครั้ง จึงนำกล่องใบนั้นไปหาคุณย่าที่นอนอยู่บนเตียง

ถึงเวลาที่เขาควรจะได้รู้ความลับของกล่องใบนี้แล้ว

“ที่รัก…จะบอกผมได้รึยังว่าในกล่องนี้มีอะไร?”

“คืนก่อนวันแต่งงาน คุณยายฉันสอนว่า หากอยากมีชีวิตคู่ที่ดี จงอย่าทะเลาะกับสามี เมื่อไหร่ก็ตามที่ฉันโกรธคุณ คุณยายแนะนำให้ถักตุ๊กตาโครเชต์”

พูดจบเธอก็เปิดกล่องใบนั้นขึ้นมา ภายในกล่องเป็นตุ๊กตาและเงินจำนวนหนึ่ง

“ในกล่องมีตุ๊กตาโครเชต์แค่ 2 ตัวเท่านั้นเอง…” คุณปู่น้ำตารื้นและระลึกถึงเรื่องแย่ๆ ที่เขาทำตลอด 60 ปีที่ผ่านมา

คุณย่ายิ้มน้อยๆ

“แล้วเงินปึกนี้คืออะไรเหรอ น่าจะหลายหมื่นอยู่” คุณปู่อดถามต่อไม่ได้

“เงินที่ได้จากการขายตุ๊กตาน่ะจ้ะ”

—–

แปลและดัดแปลงมาจากนิทานภาษาจีนที่ส่งมาทางไลน์

“ช้างกูอยู่ไหน” หนังสือเล่มใหม่ของผมที่ว่าด้วยการลดทอนสิ่งที่ไม่ใช่ออกจากชีวิต มีวางขายที่นายอินทร์ ซีเอ็ด B2S และ Kinokuniya แล้วนะครับ อ่านรายละเอียดได้ที่ bit.ly/eitrfacebook และอ่านรีวิวได้ที่นี่ครับ bit.ly/eitrreportingengineer

นิทานห้องปิดตาย

20200124

“พิม” หญิงสาววัย 25 ปีเป็นเจ้าหน้าที่ตรวจสอบเครื่องจักรในโรงงานแห่งนี้มาได้ปีเศษแล้ว

บ่ายแก่ๆ วันหนึ่ง ในขณะที่เธอเข้าไปตรวจความเรียบร้อยในห้องเย็น ประตูเกิดล็อคจากข้างนอก พิมพยายามตะโกนขอความช่วยเหลือแต่ไม่มีใครได้ยินเพราะเสียงเครื่องจักรกลบ

เวลาผ่านไปหลายชั่วโมง ทุกคนกลับบ้านไปหมดแล้ว มีแต่ความเงียบสงัด พิมนอนทรุดอยู่ตรงประตู ร่างกายเย็นเฉียบ ความหวังริบหรี่ เธอคงอยู่ไม่พ้นคืนนี้

แต่แล้วพิมก็ได้ยินเสียงเคาะประตู

“คุณพิมครับ…คุณพิมอยู่ในนั้นมั้ยครับ?”

เสียงคุ้นหูแต่พิมนึกไม่ออกว่าเป็นใคร เธอตะโกนสุดเสียง

“ใช่ค่ะ หนูติดอยู่ในนี้ ช่วยหนูด้วย”

พิมได้ยินเสียงพวงกุญแจกรุ๊งกริ๊ง แล้วประตูก็เปิดออก

ที่ยืนอยู่ตรงหน้าพิมคือ “ลุงขาว” ภารโรงเก่าแก่ของโรงงาน

หลังจากได้ห่มผ้าและดื่มชาร้อนๆ ที่ลุงขาวหามาให้ พิมจึงมีแรงพอเปิดบทสนทนา

“ลุงขาวรู้ได้ยังไงคะว่าพิมอยู่ในห้องนี้”

“ผมก็ไม่รู้หรอกครับว่าคุณพิมอยู่ห้องไหน แต่คิดว่าคุณพิมน่าจะยังไม่ได้ออกไปจากโรงงาน”

เมื่อเห็นสีหน้าแปลกใจของพิม ลุงขาวจึงอธิบายต่อ

“ผมทำงานโรงงานนี้มา 25 ปี ไม่เคยมีใครทักทายผมเลย มีแต่คุณพิมคนเดียวที่ทักผมทุกเช้าและลาผมทุกเย็น คุณพิมเป็นคนเดียวที่ทำให้ผมรู้สึกว่าผมมีตัวตนและมีค่าในโรงงานแห่งนี้”

“เช้านี้คุณพิมทักทายผมเหมือนเช่นเคย แต่ตอนเย็นผมกลับไม่เจอคุณพิม คิดว่าคุณน่าจะอยู่ที่ไหนในโรงงานสักแห่ง ผมเลยลองเดินหาคุณพิมครับ”

—-

แปลและดัดแปลงมาจากนิทานภาษาจีนที่ส่งมาทางไลน์