นิทานกล้วยไม้

20190329_orchid

วันนี้วันศุกร์ มาฟังนิทานกันนะครับ

มีพระอาจารย์คนหนึ่งชอบดอกกล้วยไม้มาก ที่วัดปลูกกล้วยไม้เป็นร้อยๆ ชนิด ทุกคนพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า กล้วยไม้เป็นชีวิตของอาจารย์

วันหนึ่งอาจารย์มีธุระต้องออกไปข้างนอก อาจารย์สั่งให้ลูกศิษย์รดน้ำให้กล้วยไม้ แต่ลูกศิษย์ไม่ได้ระวัง ทำกระถางตกพื้น ทำให้กล้วยไม้ต้นหนึ่งตายไป

ลูกศิษย์วิตก ถ้าอาจารย์กลับมาเห็น ตนต้องแย่แน่ๆ

เมื่ออาจารย์กลับมา ได้รับรู้เรื่องราว กลับไม่โกรธลูกศิษย์

“อาตมาชอบปลูกกล้วยไม้เพราะใช้มาทำบุญ อีกหนึ่งทำให้สิ่งแวดล้อมของวัดดีขึ้น ไม่ใช่ปลูกมาเพื่อโกรธ”


ขอบคุณนิทานจากเพจนิทานเซน

นิทานบวชเลย

20190322_ordainnow

วันนี้วันศุกร์ มาฟังนิทานกันนะครับ

มีเรื่องเล่าว่าพระอาจารย์ฉือเจิ้นเป็นผู้ที่บวชให้แก่พระชิงหลวนแห่งญี่ปุ่น

โดยก่อนบวชนั้นพระอาจารย์ฉือเจิ้นได้กล่าวถามถึงเหตุผลในการบวช

“เจ้าหนูน้อย อายุเพียงเท่านี้ ทำไมอยากบวชแล้วหรือ?”

เด็กน้อยชิงหลวนตอบอย่างฉะฉานกลับมาว่า

“ที่กระผมบวช ก็มีเหตุมาจากพ่อแม่ที่เสียชีวิตไปแล้วครับ กระผมอยากรู้ว่าทำไมคนเราต้องตาย และที่ต้องแยกจากพ่อแม่มีสาเหตุมาจากอะไร กระผมหวังว่าการบวชจะช่วยให้พบคำตอบที่แท้จริงได้”

พระอาจารย์ฉือเจิ้นชื่นชอบในความคิดของเด็กน้อยผู้นี้มาก และเต็มใจอย่างยิ่งที่จะบวชให้ ติดที่ดึกเกินไปเสียแล้ว

“ความคิดของเจ้านับว่าดีแล้ว แต่น่าเสียดายที่ตอนนี้ดึกดื่นมากแล้ว ข้าจะรับเจ้าเป็นศิษย์เสียก่อนแล้วพรุ่งนี้เราค่อยมาบวชกัน”

ชิงหลวนกล่าวคัดค้านทันที

“ตัวกระผมอายุยังน้อย ความคิดอ่านยังไม่มั่นคง กลัวว่าพรุ่งนี้จะเปลี่ยนใจไม่บวชไปเสีย ส่วนท่านอาจารย์ก็อายุเยอะมากแล้ว ไม่แน่ว่าท่านจะมีอายุถึงพรุ่งนี้หรือไม่ กระผมว่าเราควรบวชเสียแต่ตอนนี้จะดีที่สุด”

ท่านอาจารย์อึ้งไปชั่วขณะ ก่อนจะยิ้มน้อยๆ ออกมา

“ที่เจ้าพูดมาก็ถูก เราสองคนไม่อาจจะรั้งรอได้อีกแล้ว เอาเป็นว่าเราบวชกันตอนนี้เลย”

ขอบคุณนิทานจากเพจนิทานเซน

ติดตามบทความทางไลน์ : bit.ly/tgimline

นิทานสมบูรณ์แบบ

20190315_perfect

วันนี้วันศุกร์ มาฟังนิทานกันนะครับ

อาจารย์เซนกำลังวาดภาพ โดยมีศิษย์อาวุโสนั่งอยู่ข้างๆ เพื่อบอกอาจารย์เวลาที่อาจารย์วาดภาพได้สมบูรณ์แบบ

ทั้งศิษย์และอาจารย์ต่างรู้สึกกังวล เพราะศิษย์ไม่เคยเห็นอาจารย์ทำอะไรไม่สมบูรณ์แบบ แต่วันนั้นเริ่มมีสิ่งผิดปกติเกิดขึ้น อาจารย์ใช้ความพยายาม และยิ่งเขาใช้ความพยายามมากเท่าไร ภาพวาดก็ยิ่งออกมาเละ

อาจารย์พยายามแล้วพยายามอีก เหงื่อเริ่มแตกพล่าน แล้วพอศิษย์ที่นั่งอยู่ข้างๆ ส่ายหน้าปฏิเสธครั้งแล้วครั้งเล่าว่า “ไม่ขอรับ นี่ยังไม่สมบูรณ์แบบ” อาจารย์ก็ยิ่งพลาดมากขึ้น

พอหมึกใกล้หมด อาจารย์จึงกล่าวว่า “เจ้าออกไปฝนหมึกมาเพิ่มที” ขณะที่ศิษย์ฝนหมึกอยู่ข้างนอก อาจารย์ก็สร้างผลงานชิ้นเอกขึ้นมา เมื่อศิษย์กลับเข้ามาเห็นจึงกล่าวว่า “อาจารย์ขอรับ นี่แหละสมบูรณ์แบบ! เกิดอะไรขึ้นขอรับ”

อาจารย์หัวเราะและกล่าวว่า “ข้าเริ่มตระหนักขึ้นมาว่า การอยู่ตรงนั้นของเจ้า การคิดว่าจะมีใครมาชื่นชมหรือประณาม มาบอกว่าใช่หรือไม่ใช่ เหล่านั้นล้วนรบกวนความสงบภายในใจข้า ตอนนี้ข้าไม่ถูกรบกวนแล้ว ข้ารู้แล้วว่าสาเหตุเดียวที่ทำให้มันไม่สมบูรณ์แบบก็คือการที่ข้าพยายามทำให้มันสมบูรณ์แบบ”

—–

ขอบคุณนิทานจากหนังสือพลังสร้างสรรค์: ของกำนัลแด่ผู้ฉีกกรอบ (Creativity: Unleashing the Forces Within) เขียนโดย OSHO แปลโดย ภัทรินี เจริญจินดา 

นิทานอย่างนั้นหรอกหรือ

20190308_isthatso

วันนี้วันศุกร์ มาฟังนิทานกันนะครับ

ยังมีอาจารย์เซนผู้เลื่องชื่อแห่งแดนอาทิตย์อุทัยนาม “ไป๋อิ่น” ซึ่งในสายตาของผู้คนในละแวกนั้นเห็นว่าท่านเป็นผู้บริสุทธิ์ผุดผ่องทั้งยังเปี่ยมเมตตา

ครั้งหนึ่ง บุตรีของเพื่อนบ้านเกิดตั้งครรภ์โดยที่ยังไม่ได้แต่งงาน ทำให้บิดามารดาของนางโกรธมาก และขู่เข็ญในนางสารภาพว่าบิดาของเด็กในครรภ์คือใคร นางจึงบอกว่าบิดาของเด็กในครรภ์คืออาจารย์เซนไป๋อิ่น

เมื่อทราบความ บิดามารดาของสตรีนางนั้นจึงเกิดบันดาลโทสะ เดินทางมาต่อว่าอาจารย์เซนอย่างหยาบคาย บรรดาชาวบ้านใกล้เคียงที่หมดศรัทธาต่อนักบวชรูปนี้ก็พากันมารุมประณาม ทว่าอาจารย์เซนไป๋อิ่นเพียงกล่าวคำเดียวว่า “อย่างนั้นหรอกหรือ?” และรับปากอุปการะเด็กที่จะเกิดมา

เมื่อทารกถือกำเนิดขึ้นมา อาจารย์เซนก็รับมาอาศัยอยู่ที่อารามเซน ทั้งยังรับผิดชอบดูแลทารกน้อยไม่ขาดตกบกพร่อง

เวลาผ่านไปราว 1 ปี สตรีผู้เป็นมารดาของทารกน้อยอดรนทนไม่ไหว สารภาพต่อบุพการีของตนเองว่าที่แท้แล้วสามีของนางคือชายหนุ่มเพื่อนบ้านผู้หนึ่งที่มีฐานะยากจนมาก ตอนแรกนางกลัวว่าบุพการีจะไม่ยอมรับลูกเขยจึงได้สร้างเรื่องเท็จใหญ่โตจนเดือดร้อนไปถึงอาจารย์เซน

เมื่อความจริงเปิดเผย บิดามารดาของสตรีผู้นั้นต่างตกตะลึง ทั้งหมดรีบเดินทางไปกราบขอขมาอาจารย์เซนด้วยความสำนึกเสียใจอย่างสุดซึ้ง ส่วนชาวบ้านที่ทราบความจริงต่างก็เดินทางไปขออภัยที่เคยพูดจาล่วงเกินอาจารย์เซนไป๋อิ่นเอาไว้อย่างมากมาย

เมื่อฟังความจบ อาจารย์เซนยังคงสงบสำรวม จากนั้นกล่าวเพียงประโยคเดียวว่า “อย่างนั้นหรอกหรือ?” และคืนทารกให้แก่สตรีผู้นั้นไป

—–

ขอบคุณนิทานจากเพจนิทานเซน 

ป.ล.คิดเล่นๆ ว่าถ้าเป็นยุคนี้อาจารย์คงจะใช้คำพูดว่า “อ๋อเหรอ โอเคๆ”

นิทานกบเลือกเกิด

20190301_frog

วันนี้วันศุกร์ มาฟังนิทานกันนะครับ

กบตัวหนึ่งเฝ้าดูพระออกเดินบิณฑบาตตั้งแต่เช้ามืด พอพระกลับมาถึงวัดก็เทอาหารรวมกันในบาตเพื่อฉันมื้อเช้า

กบนึกในใจ อยากเกิดเป็นพระจริงๆ มีคนถวายอาหารให้ทุกวัน

เมื่อพระฉันเสร็จ ก็นำอาหารที่เหลือมากมายไปให้เด็กวัดกินต่อ

กบเปลี่ยนใจ อยากเกิดเป็นเด็กวัด สบายกว่าพระอีก เพราะเด็กวัดตื่นสายได้ ไม่ต้องออกตามพระไปบิณฑบาตก็ได้

เมื่อเด็กวัดกินเสร็จ ก็โกยเศษอาหารที่เหลือทั้งหมดให้หมาวัดไปกินก่อนจะไปช่วยกันล้างจาน

ถึงตอนนี้ กบเปลี่ยนใจ อยากเกิดเป็นหมาวัดแล้ว ไม่ต้องล้างจานเหมือนเด็กวัด

พอหมาวัดกินอาหารเสร็จ มันก็แยกย้ายไปทำหน้าที่เฝ้าวัด คอยเห่าคนแปลกหน้า ฝูงแมลงวันก็บินมาตอมและกินเศษอาหารต่อจากหมาวัด

กบเปลี่ยนใจอีกครั้ง เกิดเป็นแมลงวันนี่สิดีที่สุด ไม่ต้องทำอะไรเลยก็มีให้กินไม่มีวันหมด

ขณะที่กำลังคิดเพลินๆ ก็มีแมลงวันบินมาใกล้ๆ มันจึงใช้ลิ้นตวัดเอาแมลงวันเข้าปากกินอย่างเอร็ดอร่อย

—–

ขอบคุณนิทานจากเว็บ Campus Star

นิทานนมวัว

20190222_milk

วันนี้วันศุกร์ มาฟังนิทานกันนะครับ

หญิงชาวบ้านคนหนึ่งหิ้วถังนมวัวที่เพิ่งรีดเสร็จไปขายในตลาด

เธอเดินคิดไปยิ้มไป

“พอขายนมวัวได้ ฉันจะเอาเงินไปซื้อลูกไก่มาเลี้ยง อีกไม่นานลูกไก่ก็จะโตมาเป็นพ่อแม่ไก่และออกไข่ทุกวัน เมื่อฟักไข่เป็นตัวแล้วฉันจะมีพ่อไก่แม่ไก่หลายสิบคู่ที่ออกไข่มามากมาย ฉันจะนำไข่ไก่ไปขาย แล้วเอาเงินที่ได้ไปซื้อหมูมาเลี้ยง อีกหลายเดือนหมูจะกินข้าวกินรำจนอ้วนท้วนขายได้ราคา คราวนี้ฉันจะเอาเงินไปซื้อแม่วัวมาเลี้ยง เมื่อแม่วัวออกลูก ฉันจะเอามันไปขายในตลาดพร้อมกับแม่วัว แม่ไก่และไข่ไก่อีกหลายโหล ถึงตอนนั้นฉันคงจะมีเงินซื้อเสื้อผ้าสวยๆ มาใส่ หนุ่มๆ เห็นเข้าก็จะต้องตามจีบและขอแต่งงาน ในตอนแรกฉันจะเล่นตัว แกล้งโบกมือไล่พวกเขา”

เมื่อหญิงสาวยกมือขึ้นโบก ถังนมที่ถืออยู่ก็ตกลงพื้น

ทั้ง นม ไก่ วัว เสื้อตัวใหม่และชายหนุ่มอันตรธานไปจนหมดสิ้น

—–

ขอบคุณนิทานจากเว็บ นิทานน้ำใจไมตรี

นิทานนามบัตร

20190215_namecard

วันนี้วันศุกร์ มาฟังนิทานกันนะครับ

ท่านไคชู อาจารย์เซนในยุคเมจิเป็นเจ้าสำนักเซนที่มีชื่อเสียงในเมืองเกียวโต

วันหนึ่งผู้ว่าราชการของนครเกียวโตต้องการขอเข้าพบท่านอาจารย์ จึงมอบนามบัตรให้ลูกศิษย์ของท่านไคชู

นามบัตรเขียนไว้ว่า:

คิทาคางิ
ผู้ว่าราชการนครเกียวโต

ลูกศิษย์ผู้ดูแลท่านไคชูหายเข้าไปในกุฏิสักครู่ ก็มีเสียงของท่านไคชูดังลอดออกมา

“ใครกันฉันไม่รู้จัก ให้รอก่อน”

ลูกศิษย์นำนามบัตรกลับมาพร้อมกับคำขอโทษที่ยังไม่สามารถให้เข้าพบได้

ผู้ว่าราชการรับนามบัตรกลับมา แล้วกล่าวว่า

“นั่นคือข้อผิดพลาดของผมเอง”

เขาจัดแจงขีดฆ่าคำว่า “ผู้ว่าราชการนครเกียวโต” ออกเสีย แล้วยื่นนามบัตรใบนั้นกลับไปให้พระหนุ่ม

“รบกวนนำไปให้อาจารย์ของท่านอีกครั้งขอรับ”

คราวนี้เมื่อได้รับนามบัตร อาจารย์ไคชูถึงกับพูดเสียงดัง

“โอ้ คิทาคางิ เหรอ ไปๆ รีบไปเชิญเขาเข้ามา กำลังอยากคุยด้วยพอดี”

——

ขอบคุณนิทานจาก ธรรมะ.นะครับ.com

นิทานคนละชั้น

20190206_firstclass

วันนี้วันศุกร์ มาฟังนิทานกันนะครับ

ระหว่างเที่ยวบินจากนิวยอร์คไปชิคาโก ผู้โดยสารหญิงวัยห้าสิบเศษพบว่าตัวเองได้ที่นั่งติดกับชายผิวดำ เธอจึงกดปุ่มเรียกแอร์โฮสเตส

“มีอะไรให้หนูช่วยคะคุณผู้หญิง”

“เธอไม่เห็นเหรอว่าที่นั่งชั้นติดกับคนดำ ชั้นรับไม่ได้หรอกนะที่จะต้องมานั่งติดกับคนสกปรกอย่างนี้ ช่วยหาที่นั่งใหม่ให้ชั้นด้วย”

“วันนี้เที่ยวบินค่อนข้างเต็มค่ะ แต่หนูขออนุญาตไปเช็คก่อนว่าพอจะมีที่นั่งว่างในชั้นธุรกิจหรือชั้นเฟิร์สคลาสมั้ยนะคะ”

ไม่กี่นาที น้องแอร์ก็เดินกลับมา

“ที่นั่งชั้นธุรกิจเต็มแล้ว แต่ว่าเรามีที่นั่งชั้นเฟิร์สคลาสเหลืออยู่หนึ่งที่ หนูปรึกษากัปตันแล้ว กัปตันเห็นว่าคงไม่ดีที่จะบังคับให้ใครมานั่งข้างคนน่ารังเกียจ”

มนุษย์ป้ายิ้มอย่างผู้ชนะและเตรียมจะลุกจากที่นั่ง ทันใดนั้นน้องแอร์ก็หันไปคุยกับชายผิวดำ

“ทางเราขอเชิญคุณไปนั่งในชั้นเฟิร์สคลาสที่เราจัดเตรียมไว้ให้ด้วยค่ะ”

ชายผิวดำกว้างยิ้มฟันขาว ผู้โดยสารรอบข้างต่างปรบมือ ส่วนมนุษย์ป้าก็นั่งหน้าแดงก่ำไปตามระเบียบ

—-

ขอบคุณนิทานจากเว็บ Kittdoo

นิทานอะลาดิน 4.0

20190131_aladdin

วันนี้วันศุกร์ มาฟังนิทานกันนะครับ

อะลาดินหยิบตะเกียงวิเศษขึ้นมาถู แล้วยักษ์จินนี่ก็โผล่ออกมาจากตะเกียงในพริบตา

“มีอะไรให้ข้ารับใช้ล่ะนายท่าน แต่ข้าเป็นยักษ์ 4.0 นะ”

“ว่าไงนะ?”

“โลกนี้ไม่มีอะไรฟรี ข้ายังสามารถมอบพรให้ท่านได้ 3 ประการนั่นแหละ แต่ข้ามีข้อแม้”

“ข้อแม้อะไรล่ะจินนี่?”

“ท่านต้องให้อะไรตอบแทนข้าด้วยเช่นกัน”

“ก็เอาสิ!”

“งั้นท่านก็ขอพรได้เลย”

“ข้าอยากรวยมากๆ อยากมีเงินซักร้อยล้าน”

“ท่านได้พรนั้นเดี๋ยวนี้! แต่ก่อนที่ข้าจะเสกให้เงินเข้าบัญชีท่าน ท่านต้องมอบหูทั้งสองข้างกับข้าเป็นการตอบแทน”

“ใครจะบ้าทำอย่างนั้น! มีเงินร้อยล้านแต่ไร้หูเนี่ยนะ ข้าไม่เอาด้วยหรอก”

“(ยักษ์จินนี่หัวเราะหึๆ) งั้นข้าก็คงทำตามความปรารถนาของท่านไม่ได้”

“ด้ายยยย!! ข้ายอมเสียหูให้เจ้าก็ได้ แต่ไม่ใช่เพื่อเงินแค่ร้อยล้านหรอก ข้าต้องการเงินหนึ่งหมื่นล้านบาท!”

“ไม่ยากเลยเจ้านาย แต่ถ้าท่านต้องการเงินหมื่นล้าน ข้าก็ต้องการดวงตาทั้งสองดวงของท่านเป็นค่าตอบแทน”

“จะเอาดวงตาข้าเนี่ยนะ! ใครมันจะไปยอม! มีเงินหมื่นล้านแต่อดเห็นของสวยๆ งามๆ มันจะไปคุ้มกันได้ยังไง”

(ยักษ์จินนี่หัวเราะหึๆ แต่ไม่พูดอะไร)

“เอางั้นก็ได้!! ข้ายอมมอบดวงตาให้เจ้าก็ได้ แต่ข้าไม่อยากได้เงินแค่หมื่นล้านแล้ว ข้าอยากได้เงินทั้งหมดในโลกใบนี้เลย!”

“ได้เลยเจ้านาย แต่ก่อนที่ข้าจะเอาเงินทั้งหมดใส่ลงบัญชีของท่าน ข้าต้องขอให้ท่านมอบสติสัมปชัญญะให้ข้าเป็นการตอบแทน”

“จะบ้าเหรอจินนี่! จะมีประโยชน์อะไรที่ข้าจะมีเงินหมดทั้งโลก แต่ต้องกลายเป็นคนปัญญาอ่อนง่อยเปลี้ยเสียขา ข้าไม่เอาด้วยหรอก กลับไปเถอะ กลับไปสู่ตะเกียงของเจ้าซะ!”

ยักษ์จินนี่ค่อยๆ ลอยเข้าไปในตะเกียง หันมายิ้มให้แล้วเอ่ยว่า

“ขอโทษจริงๆ ที่ข้าไม่สามารถช่วยอะไรเจ้านายได้ แต่ดูเหมือนเจ้านายก็รวยอยู่แล้วนะ”

—–

ขอบคุณนิทานจาก Quora: Genius Turner’s answer to What did you learn too late in life?

นิทานออกเดต

20190126_date

เมื่อวานวันศุกร์ มาฟังนิทานกันนะครับ

ผู้หญิงคนหนึ่งชื่อซินเทียเคยเล่าให้ผมฟังถึงตอนที่พ่อของเธอวางแผนพาเธอไปเที่ยวเมืองซานฟรานซิสโกยามค่ำคืน

ซินเทียในวัย 12 ปีและพ่อของเธอวางแผน “ออกเดต” กันมาเป็นเดือนๆ โดยวางแผนอย่างละเอียดถึงขั้นที่กำหนดว่าพวกเขาจะทำอะไรในนาทีไหน โดยเธอจะเข้าฟังการนำเสนอชั่วโมงสุดท้ายของเขา จากนั้นก็ไปพบเขาที่หลังห้องบรรยายตอนประมาณบ่ายสี่โมงครึ่ง แล้วปลีกตัวออกไปอย่างรวดเร็วก่อนที่จะมีคนมาพูดคุยกับพ่อของเธอ

พวกเขาจะนั่งรถรางไปยังไชนาทาวน์ กินอาหารจีน (ของโปรดของพวกเขา) ซื้อของฝาก เดินเล่นสักพักและดูหนังสักเรื่อง จากนั้นพวกเขาจะนั่งรถแท็กซี่ไปที่โรงแรม เล่นน้ำที่สระว่ายน้ำสักพัก (พ่อของเธอช่ำชองเรื่องการแอบเข้าไปเล่นน้ำหลังสระปิด) และสั่งไอศกรีมฮอตฟัดจ์ซันเดมากินในห้องพักพลางดูโทรศทัศน์ พวกเขาพูดคุยรายละเอียดกันครั้งแล้วครั้งเล่าก่อนถึงวันนัด การรอคอยด้วยความตื่นเต้นคือส่วนหนึ่งของประสบการณ์ทั้งหมด

ทุกอย่างเป็นไปตามแผนจนกระทั่งตอนที่พ่อของเธอออกจากห้องบรรยาย เขาบังเอิญเจอเพื่อนเก่าสมัยเรียนมหาวิทยาลัยที่ตอนนี้ร่วมทำธุรกิจด้วย พวกเขาไม่ได้พบกันมาหลายปีแล้ว และซินเทียก็ยืนดูพวกเขาโอบกอดกันอย่างกระตือรือร้น

เพื่อนคนนั้นพูดว่า

“ฉันดีใจเหลือเกินที่ตอนนี้นายร่วมงานกับบริษัทของเรา ตอนที่ฉันกับโอลิสได้ยินแบบนั้นเราคิดว่าเยี่ยมไปเลย เราอยากเชิญนายกับซินเทียไปกินอาหารทะเลสุดอร่อยเป็นมื้อเย็นกันที่ท่าเรือ!”

พ่อของซินเทียตอบว่า

“บ็อบ ดีใจที่ได้เจอนานยนะ มื้อเย็นที่ท่าเรือฟังดูดีมากเลย!”

ซินเทียคอตก ความฝันที่เธอจะได้ไปขึ้นรถรางและกินไอศกรีมซันเดหายวับไปทันที แถมเธอยังเกลียดอาหารทะเลด้วย และมันน่าเบื่อขนาดไหนที่ต้องไปนั่งฟังพวกผู้ใหญ่คุยกันทั้งคืน

แต่แล้วพ่อของเธอก็พูดต่อว่า

“แต่ไม่ใช่คืนนี้ ซินเทียกับฉันวางแผนออกเด็ตกันไว้แล้ว ใช่ไหมลูก”

เขาขยิบตาให้ซินเทียแล้วคว้ามือเธอวิ่งออกประตูไป และทำตามแผนเพื่อทำให้คืนนั้นในซานฟรานซิสโกลายเป็นค่ำคืนอันน่าจดจำ

พ่อของซินเทียคือสตีเฟน อาร์. โควีย์ นักคิดด้านการบริหารจัดการ และผู้เขียนหนังสือชื่อดังอย่าง The Seven Habits of Highly Effective People ซึ่งเพิ่งเสียชีวิตไปไม่กี่สัปดาห์ก่อนที่ซินเทียจะเล่าเรื่องนี้ให้ผมฟัง เธอจึงนึกถึงค่ำวันนั้นในซานฟรานซิสโกด้วยอารมณ์ที่ลึกซึ้ง

การตัดสินใจที่เรียบง่ายของเขา “สร้างความผูกพันที่เหนียวแน่นระหว่างพ่อกับฉันไปตลอดกาล เพราะฉันรู้ว่าตัวเองคือสิ่งสำคัญที่สุดสำหรับเขา!”

—–

ขอบคุณนิทานจากหนังสือ จงทิ้งสิ่งที่ดี เพื่อสิ่งที่ดีที่สุด – Essentialism by Greg McKeown สำนักพิมพ์ WeLearn สำนวนแปลไทยโดย อัญชลี ชัยชนะวิจิตร