นิทานหนีเสือ

20191018

วันนี้วันศุกร์ มาฟังนิทานกันนะครับ

ในขณะที่ชายสองคนเดินป่า ก็มองเห็นเสือตัวหนึ่งอยู่ลิบๆ กำลังพุ่งตรงมาทางนี้

ชายคนแรกวิ่งหนีสุดชีวิต แต่ชายคนที่สองกลับหยิบรองเท้าวิ่งในกระเป๋าขึ้นมาใส่

เพื่อนอดสงสัยไม่ได้ หันไปตะโกน

“มึงบ้ารึเปล่า? คิดว่าเปลี่ยนรองเท้าแล้วจะวิ่งเร็วกว่าเสือรึไง?”

“กูไม่ต้องวิ่งเร็วกว่าเสือหรอก แค่เร็วกว่ามึงก็พอแล้ว”

—–

ขอบคุณนิทานจาก reddit

นิทานผลัดใบ

20191011

วันนี้วันศุกร์ มาฟังนิทานกันนะครับ

ณ ป่าแห่งหนึ่ง มีต้นมะกอกและต้นมะเดื่อยืนอยู่ใกล้ๆ กัน

เมื่อถึงฤดูหนาวต้นมะเดื่อก็ได้ผลัดใบออกจนเหลือแต่กิ่งก้านที่ไร้ใบ ต้นมะกอกเห็นดังนั้นจึงหัวเราะเยาะ

“เจ้าต้นมะเดื่อที่น่าเวทนา เจ้าคงต้องทนอยู่ในสภาพที่น่าเกลียดแบบนี้ไปอีกนานจนกว่าฤดูหนาวนี้จะผ่านพ้นไป ผิดกับข้าที่ยังคงมีใบเขียวชอุ่ม”

หลายวันต่อมาหิมะได้ตกลงมาอย่างหนักและจับตัวอยู่ตามใบและกิ่งก้านของต้นมะกอกจนเต็มไปหมด

ในไม่ช้าต้นมะกอกก็แบกรับน้ำหนักของหิมะไว้ไม่ไหว กิ่งก้านของมันหักลงระเนระนาด

ต้นมะเดื่อจึงกล่าวกับต้นมะกอกว่า

“แม้ข้าจะผลัดใบจนเหลือแต่กิ่งก้าน แต่นี่แหละคือเหตุผลที่ทำให้ข้าผ่านฤดูหนาวนี้ไปได้โดยไม่ได้รับอันตรายใดๆ”

—–

ขอบคุณนิทานจากเว็บเมืองไทย ต้นมะกอกและต้นมะเดื่อ

นิทานตรอกหกฟุต

20190926_sixfeet

วันนี้วันศุกร์ มาฟังนิทานที่สร้างจากเรื่องจริงกันนะครับ

เหตุเกิดในสมัยราชวงศ์ชิง (สมัยกรุงศรีอยุธยาตอนกลางถึงรัตนโกสินทร์) ที่บ้านเกิดของรัฐมนตรีจางถิงอี้ แห่งเมืองถงเฉิน มณฑลอานฮุย

ในระหว่างที่มีการซ่อมแซมกำแพงบ้าน เกิดมีกรณีพิพาทเรื่องที่ดินทับซ้อนกับบ้านข้างเคียง ตกลงกันไม่ได้ว่าที่ดินที่โต้เถียงกันเป็นของบ้านใครกันแน่

แม่ของท่านรัฐมนตรีจึงได้เขียนจดหมายถึงลูกที่รับราชการอยู่ที่ปักกิ่ง อยากให้ลูกสั่งการให้ข้าราชการท้องถิ่นออกมาจัดการเรื่องนี้

หลังได้รับจดหมายจากแม่แล้ว ท่านรัฐมนตรีจึงได้ตอบจดหมายถึงแม่ ความว่า

“จดหมายมาไกลเพียงเพราะเรื่องกำแพง
อย่าใจแข็งถอยสักสามฟุตจะเป็นไร
กำแพงเมืองจีนทุกวันนี้ยังยิ่งใหญ่
แต่ไฉนจึงไร้เงาจิ๋นซีฮ่องเต้”

หลังจากแม่ได้อ่านจดหมายที่ลูกส่งมา จึงตัดสินใจย้ายแนวกำแพงถอยห่างเข้ามาสามฟุต

เมื่อคู่กรณีเห็นว่าเหตุกลับกลายเป็นเช่นนี้ เกิดความละอายใจขึ้นมา จึงถอยแนวกำแพงรั้วของบ้านตนร่นเข้าไปสามฟุตเช่นกัน

ระหว่างบ้านทั้งสองจึงกลายเป็นตรอกกว้างหกฟุตที่ผู้คนใช้สัญจรได้

เหตุการณ์ดังกล่าวได้ล่วงรู้ถึงจักรพรรดิคังซีในเวลาต่อมา พระองค์ทรงประทับใจในความเอื้ออาทร และการรู้จักมีความอลุ่มอล่วยต่อกัน เพื่อให้เป็นแบบอย่างที่ดีของประชาชนทั่วไป จึงทรงรับสั่งให้สร้างหลักจารึกคำว่า “เอื้ออาทร” ไปติดอยู่ที่บริเวณปากตรอก จนกลายเป็นที่มาของ “ตรอกหกฟุต” อันโด่งดัง และกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์อยู่จนทุกวันนี้

—–

ขอบคุณนิทานจาก นิทานน้ำใจไมตรี 101 ตรอกหกฟุต 

ขอบคุณภาพจาก AIAT

นิทานตากฝน

20190920_rain

วันนี้วันศุกร์ มาฟังนิทานกันนะครับ

บางครั้งบางคราว ก็มีฝนหลงฤดูตกมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย

ในขณะที่คนส่วนใหญ่วิ่งแตกตื่นหลบฝนอยู่นั้น กลับมีชายหนุ่มนามว่า “อาเต้า” เดินทอดน่องฝ่าสายฝนไปเรื่อยๆ

อาเวิ่น ซึ่งเป็นสหายของอาเต้าวิ่งฝ่าฝนผ่านมาพอดี พอเห็นเพื่อนจึงเอ่ยถามด้วยความสงสัย

“อาเต้า ทำไมเจ้าไม่รีบวิ่งเสียเล่า ฝนตกหนัก ฟ้าลมคะนองปานนี้”

“ฝนตกหนักเช่นนี้ ไม่ว่าจะวิ่งหรือเดินช้าๆ ก็ย่อมจะเปียกเหมือนกันหมด แล้วข้าจะวิ่งไปใย หากข้าวิ่งแล้วเกิดลื่นล้มแข้งขาเคล็ดขึ้นมา ไม่ยิ่งแย่ไปกันใหญ่รึ?”

—–

ดัดแปลงจากนิทานเดินเร็ว เดินช้า เว็บนิทานจีน เพื่อนักธุรกิจ สอนให้คิดแบบปรัชญา

นิทานคุณยายงมเข็ม

20190913

วันนี้วันศุกร์ มาฟังนิทานกันนะครับ

คุณยายคนหนึ่งอาศัยอยู่กับหลานสาวที่กำลังเรียนอยู่ปี 4

หลานคนนี้ติดเที่ยวกลางคืน ทิ้งให้ยายอยู่บ้านคนเดียวเป็นประจำ

กลางดึกคืนหนึ่ง หลานกลับมาเห็นคุณยายกำลังก้มๆ เงยๆ อยู่หน้าบ้าน

“ยายทำอะไรอยู่คะ?”

“ยายกำลังหาเข็มอยู่”

หลานสาวจึงช่วยยายหาเข็มด้วย แต่หาเท่าไหร่ก็หาไม่เจอ

“ยายทำเข็มหล่นตรงไหนนะ หนูจะได้ช่วยหาดีๆ”

“หล่นในห้องนอนน่ะ”

“อ้าว แล้วยายมาหาตรงนี้ทำไม?”

“ยายเห็นว่าตรงนี้มันสว่างดี จะได้หาเจอง่ายๆ”

“ยายตลกอ่ะ ทำเข็มหล่นในห้อง มาหาหน้าบ้าน แล้วมันจะเจอได้ไง?”

“ทำไมจะไม่ได้ล่ะ ทีหลานทำความสุขหล่นหาย ยังไปตามหาในผับได้ทุกวันเลย”

—–

ดัดแปลงจากนิทานคุณยายเจ้าปัญญาโดย bloggang:jintean 

นิทานคิดเลขเร็ว

20190830

วันนี้วันศุกร์ มาฟังนิทานกันนะครับ

ในห้องสัมภาษณ์งาน ณ บริษัทแห่งหนึ่ง

“เล่าจุดแข็งของคุณให้ผมฟังหน่อย”

“ผมคิดเลขเร็วมากครับ”

“เหรอ สแควร์รูท 700 ได้เท่าไหร่?”

“4 ครับ”

“ไม่ได้ใกล้เคียงเลยนะ”

“แต่ก็เร็วใช่มั้ยล่ะครับ”

—–

Interviewer: Tell me about your qualifications.

Candidate: I’m very quick at math.

Interviewer: What’s the square root of 700?

Candidate: 4.

Interviewer: That’s not even close.

Candidate: Yeah, but it was quick.

—–

ขอบคุณนิทานจาก Jermeiah Lowin’s tweet

นิทานไม่เหงา

20190828

วันนี้วันศุกร์ มาฟังนิทานกันนะครับ

ผมนั่งคนเดียวมืดๆ ก็เกิดคำถามหยอกเย้าตัวเองเล่น

“เอ๊ะ แกทำไมไม่เหงาล่ะ”

ไอ้ตัวหนึ่งก็ตอบ

“เหงาทำไม ก็รู้ตัวอยู่นี่ไง”

—–

ขอบคุณนิทานจากหนังสือดวงตาแห่งชีวิต โดยท่านเขมานันทะ สำนักพิมพ์อมรินทร์ธรรมะ

นิทานปลาขาดน้ำ

20190823

วันนี้วันศุกร์ มาฟังนิทานกันนะครับ

ครอบครัวของจวงโจวยากจนมาก เขาจึงไปขอยืมข้าวจากเจียนเหอโหว

เจียนเหอโหว กล่าวว่า

“ทำไมจะไม่ได้ล่ะ เร็วๆ นี้ข้าจะได้รับเงินภาษีจากไพร่ในที่ดินศักดินาของข้า เมื่อได้มาแล้วข้าจะให้ท่านยืมสามร้อยตำลึงทอง”

จวงโจวหน้าแดงด้วยความโกรธ กล่าวว่า

“เมื่อวานนี้ ขณะที่ข้ากำลังเดินทางมาที่นี่ ก็ได้ยินเสียงร้องเรียกชื่อข้า เมื่อหันไปรอบๆก็เห็นปลาหมอตัวหนึ่งนอนดิ้นกระเสือกกระสนอยู่ในรอยเกวียน ข้าจึงร้องถามไปว่า “เจ้าปลา เจ้ามาทำอะไรที่นี่?”

มันตอบว่า “ข้าคืออำมาตย์แห่งทะเลบูรพา ขอน้ำแก่ข้าสักกระบวยหนึ่ง เพื่อยังชีวิตอยู่ต่อไป”

ข้าก็บอกมันไปว่า “ทำไมจะไม่ได้ล่ะ ข้ากำลังมุ่งสู่แดนใต้ไปยังแคว้นอู๋และแคว้นเย่ว์ และจะขุดร่องเปลี่ยนเส้นทางน้ำมายังที่ที่ท่านนอนอยู่นี้”

ปลากล่าวตอบด้วยความโกรธว่า “ข้ากำลังสูญสิ้นพลังชีวิต! ไม่อาจดิ้นรนไปไหนได้อีก หากท่านให้น้ำแก่ข้าสักกระบวยหนึ่ง ข้าก็จะมีชีวิตอยู่ต่อไป แต่ถ้าท่านให้คำตอบแก่ข้าเช่นนั้น ท่านก็จะได้เห็นข้ากลายเป็นปลาแห้งที่แผงขายปลาในตลาด”

—–

ขอบคุณนิทานจาก Manager Online: จวงจื่อขอยืมข้าวจากเจียนเหอโหว

นิทานสาวกขงจื่อ

20190816

วันนี้วันศุกร์ มาฟังนิทานกันนะครับ

จวงจื่อไปเยี่ยมคารวะหลู่ไอกง หลู่ไอกงเอ่ยขึ้นว่า “ในเขตแคว้นหลู่นี้มีสาวกขงจื่อมากมาย แต่ดูเหมือนจะมีน้อยคนนักที่ศึกษามรรคาของท่าน”

“ภายในแคว้นหลู่นี้แทบไม่มีใครเป็นสาวกขงจื่อเลย” จวงจื่อโต้แย้ง

“แต่ประชาชนทั่วทั้งแคว้นนี้ ล้วนสวมอาภรณ์สำนักขงจื่อ” หลู่ไอกงโต้ “ท่านกลับมาพูดว่าแทบไม่มีใครเป็นสาวกขงจื่อได้อย่างไรกัน?”

“ข้าได้ยินมาว่าบรรดาสาวกขงจื่อสวมหมวกทรงกลม เพื่อแสดงว่าพวกเขาหยั่งรู้วัฏจักรแห่งฟ้า พวกเขาสวมรองเท้ารูปทรงสี่เหลี่ยม เพื่ออวดแสดงว่าหยั่งรู้รูปทรงของพิภพ พวกเขาติดเครื่องประดับหยกครึ่งเสี้ยวที่สายคาดเอวห้าสีเพื่ออวดอ้างความมีวิจารณญาณ

แต่วิญญูชนผู้รอบรู้ในหลักการไม่จำเป็นต้องสวมอาภรณ์ที่แสดงถึงสำนักคิด ขณะเดียวกันผู้คนก็อาจสวมเครื่องแบบโดยปราศจากความรู้เข้าใจในหลักการ หากท่านไม่เชื่อก็ลองติดประกาศว่า ‘บรรดาผู้ที่สวมชุดอาภรณ์สำนักขงจื่อโดยไม่ปฏิบัติตามหลักการดังกล่าว จะต้องโดนประหารชีวิต’”

ไอกงจึงออกประกาศดังกล่าว และภายในห้าวันก็ไม่มีผู้ใดในแคว้นหลู่กล้าสวมชุดอาภรณ์ขงจื่ออีกเลย มีเพียงชายชราผู้หนึ่งสวมอาภรณ์สำนักขงจื่อ มาหยุดยืนที่หน้าประตูจวนของไอกง

ไอกงเชิญชายชราผู้นั้นเข้ามาและตั้งคำถามเกี่ยวกับกิจการของแผ่นดิน ถกเถียงประเด็นซับซ้อนลึกซึ้งนับพัน ชายชราผู้นั้นก็ตอบอย่างถูกต้องแม่นยำไม่ตกหล่นแม้คำเดียว

จวงจื่อจึงกล่าวขึ้นว่า “ทั่วทั้งแคว้นหลู่นี้ มีเพียงชายชราผู้นี้เท่านั้นที่เป็นขงจื่ออย่างแท้จริง ท่านพูดได้อย่างไรว่ามีสาวกขงจื่อทั่วทั้งแผ่นดิน”

—–

ขอบคุณนิทานจาก MgrOnline: หลู่ไอกงปราบผู้ทรงคุณธรรมจอมปลอม

นิทานตั๊กแตนจับจั๊กจั่น

20190809

วันนี้วันศุกร์ มาฟังนิทานกันนะครับ

ในสมัยชุนชิว อ๋องรัฐอู๋ นามโซ่วเมิ่ง วางแผนที่จะทำสงครามกับรัฐฉู่ ทว่ากลับถูกบรรดาเสนาบดีและขุนนางระดับสูงทัดทาน อ๋องอู๋จึงทรงพิโรธเป็นอันมาก ถึงกับลั่นว่าจาต่อหน้าสถานที่ว่าราชการท่ามกลางบรรดาขุนนางทั้งหลายว่า “ใครกล้าทัดทาน ให้บั่นคอมันเสีย! ”

แม้ว่าอ๋องรัฐอู๋จะคาดโทษไว้หนักหนาเช่นนั้น แต่กลับยังมีผู้ที่ไม่เห็นด้วยกับการก่อศึกสงครามอีกไม่น้อยที่คิดจะทัดทานไม่ให้พระองค์เคลื่อนกองทัพออกไปสู้รบอยู่ดี

ซึ่งในวังหลวงนั้นมีราชองครักษ์วัยฉกรรจ์อยู่ผู้หนึ่ง เขาคิดแผนการออกมาได้วิธีหนึ่ง โดยในทุกๆ วัน ยามเช้าตรู่ เขาจะแบกคันศรและลูกธนูเข้าไปเดินไปเดินมาอยู่ในอุทยานหลังวังหลวง ทั้งยังปล่อยให้น้ำค้างตามต้นไม้ ร่วงหล่นลงมารดตัวจนเสื้อผ้าเครื่องแต่งกายเปียกปอน

ราชองครักษ์เดินวนอยู่ในอุทยานอยู่อย่างนั้น 3 วัน จนอ๋องอู๋เกิดความสงสัย ตรัสถามไถ่ว่า “ท่านกำลังทำอะไรอยู่ เหตุใดจึงมาเดินวนเวียน ปล่อยให้เสื้อผ้าและร่างกายเปียกปอน”

ราชองครักษ์จึงกล่าวตอบว่า “เสื้อผ้าของข้าน้อยเปียก เนื่องเพราะต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่งในอุทยานแห่งนี้มีจักจั่นตัวหนึ่งอาศัยอยู่สูงขึ้นไปบนต้นไม้ ทั้งยังเปล่งเสียงร้องไม่ยอมหยุด จนทำให้เกิดน้ำค้างพร่างพรมลงมา แต่มันก็ยังร้องเพลงต่อไปโดยไม่รู้ตัวว่า ด้านหลังของมัน มีตั๊กแตนตัวหนึ่งกำลังตั้งท่าจะขย้ำเจ้าจั๊กจั่นนั้นเป็นอาหาร…

ตั๊กแตนค่อยๆ ยืดตัวขึ้น ขยับเข้าใกล้จั๊กจั่นเพื่อเตรียมลงมือ ทว่าตัวมันเองนั้นก็มิได้ตระหนักเลยว่า ด้านหลังของมันยังมีนกขมิ้นอีกตัวหนึ่งที่กำลังตั้งท่ายืดคอ จะจิกกินตั๊กแตนโชคร้ายอย่างมันเช่นกัน…

แต่กระนั้น เจ้านกขมิ้นก็ไม่ได้รับรู้อีกว่า ใต้ต้นไม้ต้นนี้ยังมีข้าน้อย มนุษย์ผู้ที่กำลังน้าวคันศรเล็งลูกธนูไปที่มันอยู่ด้วย

จากเหตุการณ์นี้ เห็นได้ชัดว่าเจ้าสัตว์ทั้ง 3 ตัวนั้นต่างมองเห็นเพียงผลประโยชน์เล็กๆ น้อยๆ เฉพาะหน้า โดยลืมคำนึงถึงผลเสียที่เลวร้ายในระยะยาว”

เมื่อราชองครักษ์กล่าวจบ อ๋องอู๋จึงกล่าวว่า “ท่านกล่าวได้ดีมาก” จากนั้นจึงตัดสินใจล้มเลิกแผนการโจมตีรัฐฉู่ไปในที่สุด

—–

ขอบคุณนิทานจาก Mgr Online: ถางหลางปู่ฉาน : ตั๊กแตนจับจั๊กจั่น

รับสมัคร Time Management รอบสุดท้ายของปีนี้ วันเสาร์ที่ 7 กันยายน รอบเช้าเหลือ 3 ที่ รอบบ่ายเหลือ 12 ที่ครับ >> http://bit.ly/2ODqv0M