นิทานโยนกระดาษ

วันนี้วันศุกร์ มาฟังนิทานกันนะครับ

สมัยผมอยู่ม.ปลาย ผมมีอาจารย์ท่านหนึ่งที่สอนเรื่องความเหลื่อมล้ำทางสังคมให้พวกเราเข้าใจได้ง่ายๆ

อาจารย์แจกกระดาษให้พวกเราคนละ 1 แผ่น และบอกให้เราขยำกระดาษแผ่นนั้น

แล้วอาจารย์ก็เอาถังขยะไปวางไว้หน้ากระดานดำ

“เกมนี้ง่ายมาก พวกคุณคือตัวแทนของประชาชนในประเทศนี้ และทุกคนมีสิทธิ์ที่จะร่ำรวยและได้กลายเป็นชนชั้นบน (upper class) กติกามีเพียงอย่างเดียวคือคุณต้องโยนกระดาษให้ลงถังโดยห้ามลุกจากที่นั่ง”

เด็กที่นั่งอยู่หลังห้องประท้วงทันที “มันไม่แฟร์เลยอาจารย์!”

แล้วทุกคนก็พยายามโยนกระดาษลงถังขยะ และก็เป็นไปอย่างที่คาด คนที่โยนลงถังส่วนใหญ่นั้นนั่งอยู่แถวหน้าๆ เกือบหมด

“ยิ่งคุณอยู่ใกล้ถังเท่าไหร่ โอกาสสำเร็จของคุณก็ยิ่งมากขึ้น นี่แหละคือสิ่งที่เรียกว่าอภิสิทธิ์หรือข้อได้เปรียบ น่าคิดมั้ยว่า มีแต่คนที่นั่งอยู่หลังห้องเท่านั้นที่ทักท้วงเรื่องความแฟร์?

แต่คนที่นั่งอยู่หน้าห้องนั้นมักจะไม่เคยคิดถึงว่าตัวเองมีอภิสิทธิ์เหนือกว่าคนอื่นมากขนาดไหน สิ่งเดียวที่เขาเห็นก็คือระยะห่าง 3 เมตรระหว่างตัวเขากับเป้าหมายเท่านั้นเอง


ขอบคุณนิทานจาก Quora: Faizan Ahmed’s answer to Screenshot gives the hope of humanity?

นิทานภรรยาดีเด่น

วันนี้วันศุกร์ มาฟังนิทานที่สร้างจากเรื่องจริงกันนะครับ

ในปี 1140 เกิดศึกที่ได้รับการขนานนามว่า “การล้อมไวนส์เบิร์ก” (Siege of Weinsberg) เมื่อพระเจ้าคอนราดที่ 3 ได้ทรงบุกปราสาทไวนส์เบิร์กเพื่อกำราบบรรดาดุ๊กแห่งเวลฟ์และประชาชนบางส่วนที่ลุกขึ้นขัดขืนการขึ้นครองราชย์ของพระองค์

พระเจ้าคอนราดตั้งใจจะจับกบฏทุกคนขังคุกและทำลายไวนส์เบิร์กให้ราบเป็นหน้ากลอง แต่หลังจากอีกฝ่ายประกาศยอมแพ้และขอเจรจาสงบศึก พระเจ้าคอนราดจึงทรงอนุญาตให้เหล่าหญิงสาวและแม่บ้านสามารถออกจากปราสาทไปโดยไม่ต้องรับการลงโทษ และพวกเธอสามารถขนสัมภาระอะไรออกไปก็ได้เพื่อไปตั้งต้นชีวิตใหม่

แทนที่เหล่าแม่บ้านจะขนข้าวของเครื่องใช้ พวกเธอเลือกที่จะแบกสามีขึ้นบนหลังและวิ่งหนีออกจากปราสาทไปแทน

“ทำแบบนี้มันผิดกติกานะพระองค์!” ราชองครักษ์กล่าวทักท้วงกับพระเจ้าคอนราด

พระเจ้าคอนราดจึงตอบไปว่า

“อิสตรีเมืองนี้ช่างเจ้าเล่ห์นัก แต่พระราชาตรัสแล้วย่อมไม่คืนคำ”

เหล่าสามีแห่งไวนส์เบิร์กจึงรอดตัวมาได้ด้วยประการฉะนี้


ขอบคุณนิทานจากเหตุการณ์จริงในประวัติศาสตร์ – Wikipedia: Siege of Weinsberg

นิทานเสือโคร่งกับกรงล่องหน

วันนี้วันศุกร์ มาฟังนิทานกันนะครับ

เมื่อหลายสิบปีที่แล้ว รัฐบาลอินเดียได้มอบลูกเสือโคร่งขาวให้กับรัฐบาลสหรัฐเพื่อเป็นของขวัญในฐานะประเทศเพื่อนมิตร

รัฐบาลสหรัฐได้นำลูกเสือโคร่งไปไว้ในสวนสัตว์ โดยให้อยู่ในกรงขนาด 4 x 4 เมตรเพื่อให้คนได้เข้ามาเยี่ยมชม

ผ่านไปสองปี เสือโคร่งเติบใหญ่ สวนสัตว์ไม่อยากให้เสืออึดอัด จึงสร้างป่าจำลองขนาด 1 ไร่ขึ้นมา

แต่เมื่อเสือโคร่งถูกปล่อยลงไปในพื้นที่แห่งใหม่ มันกลับเดินไปที่มุมมุมหนึ่ง และเดินไปเดินมาในอาณาเขต 4 x 4 เมตรอย่างที่มันคุ้นเคย และไม่เคยเดินออกไปนอก “กรงล่องหน” จวบจนสิ้นอายุขัย

คนเราบางคนก็เป็นเหมือนเสือโคร่งตัวนี้เช่นกัน


ขอบคุณนิทานจากหนังสือ Radical Acceptance by Tara Brach