นิทานถูกหรือผิด

20190614_rightorwrong

วันนี้วันศุกร์ มาฟังนิทานกันนะครับ

พระหนุ่มสามรูปเพิ่งบวชพรรษาแรก

พระหนุ่มรูปแรกตื่นแต่เช้ามืด เดินถือไฟฉายส่องทางเดิน เมื่อเจอหอยทากก็เก็บไปปล่อยยังที่ที่ปลอดภัยเพื่อไม่ให้พระสงฆ์เดินเหยียบ

พระหนุ่มรูปที่สองผ่านมาเห็นจึงเกิดความสงสัย

“ท่านทำเช่นนี้เพื่ออะไรกัน”

“ที่ผมทำเช่นนี้ก็เพื่อให้เกิดบารมี โดยการเพียรทำดีอยู่ทุกวัน”

“ท่านเอ๋ย รู้ตัวมั้ยว่าท่านกำลังทำให้ชาวนาเดือดร้อน ลองคิดดูว่าชาวนาต้องเสียแรงกำจัดหอยทากที่มากัดกินพืชสวนไร่นาสักเพียงใด แต่นี่ท่านกลับช่วยชีวิตให้มันขยายเผ่าพันธุ์ได้เต็มที่”

พระหนุ่มรูปที่สามได้ยิน จึงแสดงความเห็นต่าง

“มิได้เป็นดังที่ท่านว่าหรอก ท่านก็เพียงแต่อยากจะช่วยเหลือสัตว์โลกเท่านั้น ไม่ได้มีเจตนาสร้างความเดือดร้อนกับชาวไร่ชาวนาแต่อย่างใด”

พระหนุ่มทั้งสามโต้เถียงกันยาวนาน เมื่อไม่ได้ข้อสรุปจึงไปปรึกษาพระอาจารย์

“ผมมาบวชก็หวังแต่จะทำความดีงามให้บังเกิด ความดีก็เหมือนหยดน้ำ เมื่อสะสมทีละหยด นานวันเข้าย่อมเต็มภาชนะ แล้วเช่นนี้จะมาบอกว่าที่ผมทำเป็นบาปได้อย่างไร”

“เออ ถูกของเธอแล้ว” พระอาจารย์ตอบ

“แม้นักบวชจะเหยียบหอยทากในตอนเช้ามืด เราก็ย่อมไม่ผิดเพราะเราไม่ได้มีเจตนาจะฆ่า แต่เมื่อเราส่งเสริมให้หอยทากเหล่านี้ไม่ตาย ปล่อยให้ไปทำลายเรือกสวนไร่นาก็เท่ากับเป็นการสร้างเวรกรรมให้ชาวบ้าน สู้ปล่อยให้มันตายเองด้วยการที่เรามิได้เจตนาย่อมจะดีกว่า”

“เออ ถูกของเธอจริงๆ” พระอาจารย์กล่าว

พระหนุ่มรูปที่สามกล่าวต่อ “แม้จะเป็นสัตว์เล็กๆ ดูต้อยต่ำ แต่ทุกชีวิตก็มีคุณค่า การที่ท่านได้ช่วยชีวิตพวกมันให้รอดพ้น ก็เท่ากับเป็นการช่วยให้เราเหล่านักบวชไม่ต้องทำบาปที่เราไม่อยากทำ”

“เออ ถูกแล้วที่เธอพูดมา”

เณรน้อยที่นั่งอยู่ข้างๆ พระอาจารย์จึงเกิดความสงสัย

“ท่านอาจารย์บอกว่าที่พระพูดมาก็ถูกต้องทั้งสามท่านเลย ถ้าทุกคนถูกหมดแล้วจะมีใครผิดล่ะ และการจะถูกต้องทั้งสามคนนั้นจะเป็นไปได้ด้วยหรือ”

พระอาจารย์ยิ้มตอบ “ที่เจ้าพูดมาก็ถูกอีกนั่นแหละ”

—–

ย่อความจากนิทานเรื่อง “ถูกต้องทั้งนั้น” หนังสือ เรียนชีวิตผ่าน…นิทานเซน กระตุกความคิด สะกิดปัญญา 

หนังสือ Thank God It’s Monday ขอบคุณโลกนี้ที่มีงานประจำ พิมพ์ครั้งที่ 4 แล้ว – ร่วมสนุกกับกิจกรรมแจกหนังสือได้ที่นี่ครับ bit.ly/tgimbook4

นิทานอันตราย

20190614_danger

วันนี้วันศุกร์ มาฟังนิทานกันนะครับ

อำมาตย์ท่านหนึ่งเดินทางไปเยี่ยมพระอาจารย์เซ็น เห็นพระอาจารย์นั่งอยู่บนต้นไม้

“พระอาจารย์ขอรับ รีบลงมาเถิด นั่งอยู่บนกิ่งไม้อันตรายเหลือเกิน”

“ท่านอำมาตย์ สิ่งที่อยู่รอบตัวท่านไม่อันตรายเสียยิ่งกว่านี้หรือ”

“พระอาจารย์ท่านลืมไปแล้วหรือว่าข้าเป็นถึงอำมาตย์ใหญ่เชียวนะ จะมีอันตรายใดมาทำร้ายข้าได้เล่า”

“ก็ที่ที่ท่านอยู่มีแต่คนประจบสอพลอ แก่งแย่งชิงดี เช่นนี้แล้วจะไม่เรียกว่าอันตรายได้อย่างไร”

—-

ย่อความจากนิทานเรื่อง “คนมีปัญญา” หนังสือ เรียนชีวิตผ่าน…นิทานเซน กระตุกความคิด สะกิดปัญญา 

นิทานเรือบาป

20190607_ship

วันนี้วันศุกร์ มาฟังนิทานกันนะครับ

ศิษย์และอาจารย์เดินผ่านท่าน้ำริมทะเล เห็นเรือกำลังออกจากท่าไปส่งผู้โดยสาร

หลังจากเรือลงน้ำไปแล้ว กุ้งหอยปูปลาโดนทับตายเป็นจำนวนมาก ลูกศิษย์เห็นแล้วสงสารยิ่งนัก

“ขณะที่ชาวเรือนำเรือออกไปนั้น กุ้งหอยปูปลาตายไปไม่น้อย นี่เป็นความผิดบาปของชาวเรือหรือผู้โดยสารครับ”

“ไม่ได้เป็นบาปของชาวเรือ และไม่ได้เป็นบาปของผู้โดยสาร” พระอาจารย์ตอบ

ลูกศิษย์งง “ถ้าไม่ได้เป็นบาปของทั้งสองฝ่าย แล้วจะเป็นบาปของใคร”

“ก็เป็นของเจ้านะสิ” พระอาจารย์ตอบ

“ชาวเรือประกอบอาชีพนี้เพื่อหาเลี้ยงปากท้อง ผู้โดยสารจำเป็นต้องขึ้นเรือเพราะต้องเดินทาง กุ้งหอยปูปลาโดนเรือทับเพราะซ่อนตัวอยู่ในทราย นี่จะเป็นความผิดของใครได้?

กรรมเกิดจากจิต ถ้าจิตไม่มี กรรมก็ไม่มี แต่นี่เจ้ากลับไปสร้างสิ่งที่ไม่มีให้มันมี สร้างผิดถูกขึ้นมาเอง ไม่ใช่ผิดบาปที่เจ้าหรอกหรือ?”

—–

ขอบคุณนิทานจาก zulander: ผิดบาปที่ใคร 

นิทานสองม้า

20190530_twohorses

วันนี้วันศุกร์ มาฟังนิทานกันนะครับ

ม้าสองตัวขนสัมภาระ

ม้าตัวหน้าขยันขันแข็ง ส่วนม้าตัวหลังนั้นขี้เกียจและอิดออด

คนงานเลยย้ายสัมภาระจากม้าตัวหลังไปใส่ม้าตัวแรก

เมื่อย้ายสัมภาระจนหมด ม้าตัวหลังพบว่าตัวเองเดินตัวปลิว จึงกล่าวกับม้าตัวหน้า

“ขยันเยอะๆ นะเพื่อนเอ๋ย! ยิ่งแกออกแรงมากเท่าไหร่ ยิ่งทรมานมากเท่านั้น!”

เมื่อถึงที่พัก เจ้าของม้าก็นึกขึ้นได้

“จะมีม้าสองตัวไปทำไมในเมื่อตัวเดียวก็ขนไหว สู้เอาอาหารให้ตัวนึงกินให้อิ่มท้อง และฆ่าอีกตัวนึงทิ้งเสียดีกว่า อย่างน้อยก็เอาหนังมันไปขายได้”

ว่าแล้วเขาก็ลงมือ

ขอบคุณนิทาน Two Horses ของ Leo Tolstoy

นิทานรถเมล์

20190521_bus.png

วันนี้วันศุกร์ มาฟังนิทานกันนะครับ

บนรถเมล์ มีคุณป้าหิ้วตะกร้าผักเพื่อไปตลาดขึ้นรถมา

ชายหนุ่มคนหนึ่งรีบลุกให้นั่ง

คุณป้ายิ้มแล้วถามว่า

“ไอ้หนุ่ม ปีนี้อายุเท่าไหร่แล้วล่ะ”

“28 แล้วครับ”

“28 แล้วยังต้องขึ้นรถเมล์อีกเหรอ ลูกสาวป้า 24 ก็ซื้อรถเองแล้ว”

ชายหนุ่มสะดุดเล็กน้อย ก่อนยิ้มตอบ

“ผมก็ซื้อรถไว้คันหนึ่งเหมือนกันครับ”

“อ้าว แล้วทำไมมาขึ้นรถเมล์ล่ะ?”

“ผมซื้อให้แม่ใช้ครับ แกไปจ่ายตลาดบ่อย เลยไม่อยากให้ต้องลำบากขึ้นรถเมล์ครับ”

—–

ขอบคุณนิทานที่ส่งต่อมาทางไลน์ (ต้นฉบับน่าจะเป็นของจีน ผมนำมาดัดแปลงเล็กน้อยครับ)

ขอบคุณภาพจาก Wikipedia

นิทานก้อนหินขี้ขโมย

20191005_stoneburglar

วันนี้วันศุกร์ มาฟังนิทานกันนะครับ

อาเนี้ยว เด็กชายกำพร้า อยู่กับย่าสองคนในหมู่บ้านมณฑลกวางตุ้ง

ทุกเช้าอาเนี้ยวจะเอาปาท่องโก๋ที่ย่าทำออกเดินขายในตลาด

ลูกค้าขาประจำที่อาเนี้ยวต้องแวะส่งปาท่องโก๋ 20 ตัว ให้ทุกวัน เป็นคฤหาสน์หลังใหญ่ มีคนไปมาพลุกพล่าน เจ้าของบ้านอาเนี้ยวคุ้นหน้า เรียกตามคนอื่นว่า “ปอกง”

อาเนี้ยวไม่รู้ว่าปอกงเป็นใคร รู้แต่ว่า เป็นผู้ใหญ่ที่มีคนนับถือและยำเกรง

ย่าทำปาท่องโก๋วันละ 300 ตัว สั่งให้ขายตัวละ 1 อีแปะ เงินที่ขายปาท่องโก๋เลี้ยงดูชีวิตย่าหลานมานานปี

สายวันนั้น อาเนี้ยวขายปาท่องโก๋หมดกระจาด เอาเงินอีแปะซุกใต้กระดาษรองปาท่องโก๋ แล้วก็บ่ายหน้ากลับบ้าน ระหว่างทางเจอหญิงชรากระเดียดกระจาดล้มลง ผลไม้หล่นกระจาย

อาเนี้ยววางกระจาดปาท่องโก๋ สาละวนช่วยหญิงชราเก็บผลไม้ เสร็จแล้วกลับมาที่กระจาดปาท่องโก๋ แต่มันหายไป เขาเดินตามหาเจอกระจาดวางอยู่ใกล้หินก้อนใหญ่

อาเนี้ยวล้วงใต้กระดาษ เงิน 300 อีแปะ ไม่เหลืออยู่เลยสักอีแปะเดียว

อาเนี้ยวร้องไห้โฮๆ เขารู้ดี ถ้าไม่มีเงินค่าปาท่องโก๋ ย่าและเขาจะลำบากมาก ผู้คนละแวกนั้นได้ยินเสียงเด็กร้องไห้ก็พากันวิ่งเข้ามาดู แต่ไม่มีใครจะช่วยอาเนี้ยวได้เลย

จุดที่อาเนี้ยวยืนร้องไห้อยู่ใกล้บ้านปอกง ปอกงแท้จริงเป็นขุนนางใหญ่ อาเนี้ยววิ่งเข้าไปร้องให้ปอกงช่วย ปอกงไม่รั้งรอ เขาไล่เรียงถามผู้คนที่อยู่ใกล้ๆ

ชายคนแรกชายร่างใหญ่ คนที่สองคนแก่ คนอ้วน และคนจมูกใหญ่ และอีกหลายๆคน ทุกคนปฏิเสธเสียงเดียวกัน “ไม่ได้เอาเงินของอาเนี้ยวไป”

“เมื่อไม่มีใครเอาเงินไป” ปอกงเสียงดัง แล้วชี้ไปที่ก้อนหินใหญ่ “เพราะฉะนั้น ก้อนหินก้อนนี้จะต้องเอาเงินไป” คนแถวนั้น ได้ยินก็หัวเราะลั่น ก้อนหินจะเป็นขโมยได้อย่างไร

แต่คนพวกนั้นก็ต้องแปลกใจมากขึ้น เมื่อได้ยินปอกงสั่งบริวารให้มาช่วยกันขนก้อนหินก้อนนั้นไปชำระคดีในบ้าน ซึ่งก็คือศาล พวกเขาเดินตามไปยืนออหน้าประตู

ปอกงประกาศ ใครอยากดูการตัดสินคดีก้อนหินขโมยก็ต้องจ่ายเงินคนละ 20 อีแปะ แน่ล่ะ เรื่องแปลกๆอย่างนี้ไม่เคยมี ทุกคนต่างก็ควักเงิน 20 อีแปะ พร้อมจ่าย

ปอกงสั่งให้คนเอาเงินโยนลงอ่างน้ำ แล้วยืนดู คนอ้วน คนแก่ ชายร่างใหญ่ หลายคนที่ปอกงเคยถาม โยนเงินลงอ่างน้ำ จนมาถึงคนจมูกใหญ่ เขายืนโอ้เอ้ แล้วโยนเงินเป็นคนสุดท้าย

ทันใดนั้นปอกงก็สั่งให้จับคนจมูกใหญ่ ค้นตัวก็เจอเงินค่าปาท่องโก๋อยู่ในกระเป๋า

ทุกคนสงสัย ปอกงจับคนจมูกใหญ่เป็นขโมยได้อย่างไร

ปอกงบอกว่า เงินของอาเนี้ยวซุกอยู่่ใต้กระดาษรองปาท่องโก๋ชุ่มน้ำมัน เมื่อเอาโยนลงน้ำ น้ำมันก็กระจายในน้ำ

ผู้คนอุทานสรรเสริญวิธีจับขโมย ปอกงสั่งให้เอาเงินในอ่างน้ำ รวมทั้งเงินที่ถูกขโมยคืนให้อาเนี้ยวไป

“ปาท่องโก๋ ย่าเจ้าอร่อยมาก” ปอกงกำชับ “อย่าลืมทีเดียว พรุ่งนี้เอามาส่งบ้านข้า 20 ตัว”

—–

ขอบคุณนิทานจาก Thairath: กิเลนประลองเชิง ขาประจำของอาเนี้ยว

นิทานน้ำแอปเปิ้ล

20190503_applejuice

วันนีวันศุกร์ มาฟังนิทานกันนะครับ

หลายปีก่อน หลวงปู่ต้องดูแลเด็กๆ ที่อพยพมาจากเวียดนาม

น้ำเป็นเด็กคนหนึ่งในจำนวนนั้น น้ำพักอยู่กับหลวงปู่เพราะคุณพ่อของเธอต้องไปทำงานในเมือง น้ำและเพื่อนๆ เห็นว่าหลวงปู่ต้องนั่งสมาธิทุกวัน และในเวลาเช่นนั้นเธอกับเพื่อนๆ จะต้องเงียบ ไม่เล่นส่งเสียงดัง

วันหนึ่งน้ำและเพื่อนๆ รู้สึกกระหายน้ำจึงวิ่งมาขอน้ำดื่มจากหลวงปู่ หลวงปู่จึงนำน้ำแอปเปิ้ลที่เพื่อนบ้านนำมาถวายรินใส่แก้วให้เด็กๆ น้ำได้รับน้ำแอปเปิ้ลเป็นคนสุดท้าย และน้ำแอปเปิ้ลที่ได้นั้นขุ่นมาก (เพราะมีเนื้อแอปเปิ้ลปนอยู่จำนวนมาก) จนเธอไม่อยากดื่ม เธอจึงวิ่งไปเล่นอีกและไม่ดื่มน้ำแอปเปิ้ลแก้วนั้น

เวลาผ่านไปหนึ่งชั่วโมง น้ำกลับมาหาหลวงปู่ขอน้ำดื่มอีก หลวงปู่จึงชี้ไปที่แก้วน้ำแอปเปิ้ลและบอกว่า

“ทำไมไม่ดื่มน้ำแอปเปิ้ลนี้ล่ะ อร่อยมากนะ”

น้ำมองไปที่แก้วอีกครั้งและเห็นว่าน้ำในแก้วใสมาก ตะกอนตกลงไปที่ก้นแก้วแล้ว เธอจึงดื่มน้ำแก้วนั้นด้วยความยินดี

น้ำถามหลวงปู่ว่า “ทำไมน้ำแอปเปิ้ลจึงใสขึ้นล่ะคะ”

หลวงปู่ตอบว่า “เพราะน้ำแอปเปิ้ลนั่งสมาธิน่ะสิ นี่คือเหตุผลที่หลวงปู่นั่งสมาธิทุกวัน เราเลียนแบบน้ำแอปเปิ้ล และน้ำแอปเปิ้ลก็เลียนแบบเรา”

—–

ขอบคุณนิทานจาก The Plum Village

นิทานลูกสาวพระพาย

20190426_wind

วันนี้วันศุกร์ มาฟังนิทานกันนะครับ

ชายหนุ่มหลงรักหญิงสาวคนหนึ่งมานานแล้ว เขาจึงคิดว่าจะต้องรวบรวมความกล้าเพื่อบอกรักเธอเสียที

แต่หญิงสาวคนนี้เป็นคนเฉลียวฉลาดมาก เขาจึงใคร่ครวญอยู่นานว่าจะบอกรักเธออย่างไรดี

วันหนึ่งเมื่อสบโอกาสเหมาะ เขาจึงถามเธอว่า

“คุณเป็นลูกสาวของพระพายหรือเปล่า”

หญิงสาวแปลกใจ

“ทำไมถึงคิดอย่างนั้นล่ะ”

ชายหนุ่มมีกำลังใจขึ้น

“เวลาผมอยู่ใกล้คุณ ผมรู้สึกสบายใจจังเลย คุณทำให้ผมผ่อนคลาย เบาสบาย เหมือนมีสายลมอันสดชื่นพัดผ่านตลอดเวลา”

หญิงสาวยิ้ม

“เหรอคะ แต่บางครั้งสายลมอันเบาสบายก็อาจกลับกลายเป็นพายุได้เช่นกัน ในเวลาเช่นนั้น คุณจะทำยังไงคะ?”

—–

ขอบคุณนิทานจาก Thai Plum Village

นิทานวัวหาย

20190419_lostcow

วันนี้วันศุกร์ มาฟังนิทานกันนะครับ

วันหนึ่ง พระพุทธองค์ประทับอยู่ในป่ากับเหล่าภิกษุ

หลังจากฉันเพลในความเงียบ ขณะที่กำลังจะเริ่มปาฐกถาธรรมนั้น ก็มีชาวนาผู้หนึ่งหน้าตาเศร้าหมอง เอ่ยถามว่า

“ภิกษุ ท่านเห็นวัวของฉันผ่านมาทางนี้บ้างไหม”

พระพุทธองค์ตรัสตอบว่า “พวกเราไม่เห็นวัวสักตัวผ่านมาทางนี้เลย”

ชาวนาพูดต่อ “ภิกษุ ฉันเป็นคนที่โชคร้ายและไม่มีความสุขเลย ฉันมีวัวอยู่เพียง 12 ตัว แต่ไม่รู้ว่าด้วยเหตุใด เมื่อเช้านี้วัวทุกตัวของฉันหนีหายไปหมด ไม่เพียงเท่านั้น งาที่ฉันปลูกไว้ 20ไร่ ยังถูกแมลงแทะกินเสียจนเกลี้ยง ฉันคงต้องตายเป็นแน่แท้ ฉันจะอยู่รอดได้อย่างไรเล่าหากปราศจากวัวและเมล็ดงาของฉัน”

พระพุทธเจ้าทรงทอดพระเนตรไปที่ชายผู้นั้นด้วยสายตาแห่งความกรุณา แล้วตรัสว่า

“เสียใจด้วยเพื่อนเอ๋ย เราไม่เห็นวัวสักตัวผ่านมาทางนี้เลยจริงๆ ท่านคงต้องลองไปหาดูที่อื่น”

เมื่อชาวนาจากไปแล้ว พระพุทธองค์ทรงหันมายังเหล่าภิกษุ ทรงมองอย่างลึกซึ้ง แย้มสรวลแล้วตรัสว่า

“เพื่อนรักทั้งหลาย เธอรู้หรือไม่ว่าเธอเป็นคนโชคดีมาก เธอไม่มีวัวสักตัวให้สูญหาย”

—–

ขอบคุณนิทานจากเพจ Thai Plum Village 

นิทานปลาทู

20190412_mackerel

วันนี้วันศุกร์ มาฟังนิทานกันนะครับ

คืนหนึ่งแม่กลับบ้านมาด้วยความเหนื่อยล้า แต่ก็ยังทำอาหารเย็นให้เราตามปกติ

ที่โต๊ะอาหารแม่วางจานที่มีปลาทูที่ไหม้เกรียมต่อหน้าพ่อและทุกๆ คน

พ่อไม่พูดอะไร ตั้งหน้าตั้งตากินปลาทูไหม้ตัวนั้น และหันมาถามผมว่าที่โรงเรียนเป็นอย่างไรบ้าง

แม่ขอโทษพ่อที่ทอดปลาทูไหม้ แต่พ่อกลับตอบแม่ว่า

“โอย…ผมชอบปลาทูทอดเกรียมๆ จะตาย อร่อยมากนะแม่”

คืนนั้น ตอนพ่อส่งผมเข้านอน ผมอดถามพ่อไม่ได้

“พ่อครับ พ่อชอบปลาทูทอดเกรียมๆ จริงๆ เหรอครับ”

พ่อลูบหัวผม

“แม่ของลูกทำงานหนักมาทั้งวัน ปลาทูไหม้หนึ่งตัวไม่เคยทำร้ายใคร คำต่อว่าต่างหากที่จะทำร้ายกัน”

—–

ขอบคุณนิทานจาก GPlus Quotes