นิทานไก่ขันตะวันขึ้น

20180807_rooster

วันนี้วันศุกร์ มาฟังนิทานกันนะครับ

พ่อไก่ตัวหนึ่งภูมิใจในความเป็นหัวหน้าครอบครัวของตัวเองมาก มันคอยกางปีกปกป้องภรรยาและลูกๆ ทุกตัว และอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุขเสมอมา

ทุกๆ เช้า เวลาตีห้า พ่อไก่ก็จะบินขึ้นไปเกาะอยู่บนกิ่งไม้และโก่งคอขันเสียงก้องไปทั้งพงไพร จนถึงประมาณหกโมงเช้า พระอาทิตย์ก็ขึ้นมาฉายแสงส่องสว่างไปทั่ว

พ่อไก่มีความสุขมากที่ได้เห็นตะวันค่อยๆ ทอแสงขึ้นมา เขาจะยืนชื่นชมแสงตะวันและบอกตัวเองว่า

“เพราะฉันขัน ตะวันจึงขึ้น นี่คือผลงานที่ยิ่งใหญ่ของฉัน”

ดังนั้นทุกๆ เช้าพ่อไก่ตัวนี้ก็จะบินขึ้นมาเกาะกิ่งไม้ และเมื่อขันเสร็จ ก็จะรอดูตะวันขึ้นที่เหนือยอดเขา พอตะวันขึ้นแล้วก็บินกลับลงมาหากินกับลูกเมียตามปกติ

อยู่มาวันหนึ่ง เนื่องจากตรากตรำภาระหนักเหลือเกิน ร่างกายเริ่มทนไม่ไหว พ่อไก่ก็เริ่มป่วย เช้าตรู่วันนั้นพ่อไก่บินขึ้้นไปเกาะกิ่งไม้เดิม ขณะจะขันเพื่อเรียกตะวันขึ้น กลับร่วงหล่นลงมา รู้สึกไม่มีเรี่ยวแรง ลูกชายซึ่งเป็นไก่โต้งรุ่นใหม่ไฟแรงเดินเข้ามาประคองพ่อ พร้อมกับพูดว่า

“พ่อ ผมว่าถ้าพ่อขันไม่ไหว วันนี้ผมขันแทนให้เอาไหม”

พ่อไก่ยืดอกขึ้น หันมาชี้หน้าลูกพร้อมกับตอบเสียงดังว่า “น้ำหน้าอย่างแก ถ้าขัน ตะวันมันจะขึ้นไหม หัดดูเงาหัวตัวเองซะบ้างสิ”

เช้าวันนั้น ทั้งๆ ที่ป่วยอยู่ พ่อไก่ก็ขึ้นไปเกาะบนกิ่งไม้เดิม และขันเป็นครั้งสุดท้ายก่อนตกลงมาดิ้นพราดๆ

ก่อนสิ้นลม พ่อไก่ได้กล่าวสั่งเสียกับภรรยาและลูกๆ ว่า

“พวกเราทั้งหลาย ตั้งแต่พรุ่งนี้เป็นต้นไป พ่อคงไม่อาจมีชีวิตอยู่ต่อไปอีกแล้ว และพอพ่อไม่ขัน ตะวันก็จะไม่ขึ้น โลกก็จะเข้าสู่กลียุค ถ้าไม่มีพ่อแล้วทุกคนก็จะอยู่ด้วยความยากลำบาก และมนุษยชาติก็จะถึงคราววิบัติ ดูแลกันให้ดีนะ”

—–
ขอบคุณนิทานจากเว็บเพื่อนกัลยาณธรรม

Time Management Workshop รุ่นที่ 10 เปิดรับสมัครแล้วครับ เรียนวันเสาร์ที่ 1 กันยายนที่ Sook Station สุขุมวิท 101/2 (BTS อุดมสุข) ดูรายละเอียดได้ที่นี่ครับ https://goo.gl/eXKLhg (เหลืออีก 5 ที่)

นิทานไม้แก่

20180803_oldtree

วันนี้วันศุกร์ มาฟังนิทานกันนะครับ

ต้นไม้ต้นหนึ่งกำลังยืนเฉาตายอย่างสงบ

ต้นหญ้าบนพื้นดินถามต้นไม้

“เมื่อท่านตาย ท่านก็ไร้ประโยชน์แล้วใช่หรือไม่?”

“นี่เป็นการตายของต้นไม้ แต่เป็นการเกิดของถ่าน ตอนที่ฉันเป็นต้นไม้ ฉันให้ความร่มเย็นแก่ผู้คน ตอนฉันเป็นถ่าน ฉันให้ความอบอุ่นแก่ผู้คน”

“หลังจากที่ถ่านถูกเผาจนเหลือเพียงเถ้าล่ะ จะเป็นยังไง?” ต้นหญ้าถามต้นไม้ต่อ

“ฉันก็จะคืนสู่สภาพเดิม เป็นผงธุลีดินอีกครั้ง บำรุงต้นไม้อื่นต่อไป”

—–

ขอบคุณนิทานจากเว็บเพื่อนกัลยาณธรรม

นิทานแซนวิชแฮม

20180726_sandwich

นักการฑูตต่างชาติท่านหนึ่งพูดภาษาอังกฤษไม่ได้ ในตอนที่กระดิ่งพักกลางวันดังขึ้นในหอประชุมใหญ่สหประชาชาติ ที่เคาน์เตอร์อาหารเขายืนอยู่ข้างหลังชายผู้หนึ่ง และได้ยินเสียงชายผู้นั้นสั่งพายแอปเปิลกับกาแฟ ดังนั้นเค้าจึงสั่งพายแอปเปิลกับกาแฟด้วย

เป็นเวลาสองสัปดาห์เต็มที่เขาสั่งแต่พายแอปเปิ้ลกับกาแฟ จนในท้ายที่สุดเขาก็ตัดสินใจว่าจะลองสั่งอย่างอื่นดูบ้าง ดังนั้นเขาจึงพยายามฟังอย่างตั้งใจในขณะที่ชายผู้ที่ยืนอยู่ข้างหน้าสั่งแซนด์วิชแฮม

“แซนวิชแฮม” เขาสั่งอาหาร

“ขนมปังธรรมดาหรือโฮลวีต” คนขายถาม

“แซนวิชแฮม” นักการทูตพูดซ้ำ

“ขนมปังธรรมดาหรือโฮลวีต” คนขายถามอีกครั้ง

“แซนวิชแฮม” นักการทูตพูดซ้ำ

คนขายเริ่มมีอารมณ์ “ฟังให้ดี” เขาแผดเสียงออกมาพร้อมกับชูกำปั้น “ท่านต้องการขนมปังธรรมดาหรือว่าโฮลวีต”

“พายแอปเปิ้ลกับกาแฟ” นักการทูตตอบ

—–

ขอบคุณนิทานจาก เต๋า : วิถีที่ไร้เส้นทาง โดย Osho แปลโดย ดร.ประพนธ์ ผาสุขยืด

นิทานเรือล่ม

20180706_sinkingship

วันนี้วันศุกร์ มาฟังนิทานกันนะครับ

ในห้องเรียนมัธยมต้น อาจารย์กำลังเล่านิทานให้เด็กฟัง

“เรือสำราญลำหนึ่งประสบอุบัติเหตุและกำลังจะจม เมื่อสามีภรรยาคู่หนึ่งวิ่งมาถึงทางออกที่มีเรือชูชีพ ก็พบว่าเหลือที่เพียงที่เดียวเท่านั้น

สามีกระโดดขึ้นเรือชูชีพ และปล่อยให้ภรรยาอยู่บนเรือสำราญ ขณะที่เรือกำลังจะจม ผู้หญิงคนนั้นก็ตะโกนประโยคหนึ่งซ้ำๆ กับฝ่ายชาย”

อาจารย์หยุดเล่านิทานแล้วหันไปถามนักเรียน

“พวกเธอคิดว่าผู้หญิงคนนั้นพูดว่าอะไร?”

“ฉันเกลียดแก!” นักเรียนเกือบทั้งห้องตอบ

อาจารย์เห็นเด็กคนหนึ่งนั่งก้มหน้า จึงหันไปถามเด็กคนนั้น “แล้วเธอคิดว่ายังไง?”

หลังจากเงียบอยู่หนึ่งอึดใจ เด็กคนนั้นก็ตอบว่า

“อาจารย์ครับ ผมว่าผู้หญิงน่าจะพูดว่า “ดูแลลูกของเราด้วยนะ””

อาจารย์แปลกใจ “เธอเคยได้ยินเรื่องนี้แล้วเหรอ”

“เปล่าครับ แต่ก่อนที่แม่ผมจะจากไป แม่ก็พูดกับพ่อแบบนี้”

อาจารย์อึ้งอยู่ชั่วครู่ “ใช่ ผู้หญิงคนนั้นเขาพูดประโยคเดียวกันนี่แหละ”

“เมื่อรอดชีวิตจากอุบัติเหตุ ผู้ชายก็กลับมาบ้านและเลี้ยงลูกสาวด้วยตัวคนเดียวมาตลอด

เวลาผ่านไปหลายสิบปี หลังจากที่ผู้เป็นพ่อจากไป ลูกสาวเข้าไปเก็บห้องของพ่อและพบไดอารี่ที่พ่อบันทึกวันเวลาเหล่านั้นไว้

หมอวินิจฉัยว่าแม่เป็นโรคที่ไม่มีทางรักษาและจะอยู่ได้อีกไม่นาน พ่อจึงตัดสินใจพาแม่ไปล่องเรือสำราญซึ่งเป็นทริปในฝันของแม่มาช้านาน เมื่อเรือประสบอุบัติเหตุ พ่อจึงต้องยอมเป็นคนใจร้าย ทิ้งแม่ไว้ตรงนั้น เพื่อจะได้กลับมาดูแลหน่อเนื้อเชื้อไขของทั้งคู่ต่อไปได้

นักเรียนคิดว่าพ่อทำผิดหรือทำถูกแล้ว?”

—–

ขอบคุณนิทานจาก Quora: Aniket Kadam’s answer to What interesting thing did you read today?

นิทานเซียนหยาหย่าศึก

20180622

วันนี้วันศุกร์ มาฟังนิทานกันนะครับ

วันหนึ่ง ท่านเซียนหยาออกบิณฑบาต พบสามีภรรยาคู่หนึ่งกำลังทะเลาะกัน ชาวบ้านมามุงดูมากมาย บางคนจะพยายามห้ามศึกแต่ก็ไม่เป็นผลเพราะทั้งคู่เดือดดาลเต็มที่

“แกเป็นผัวประสาอะไร ไมให้ตังค์ค่าแต่งตัวฉันยังไม่ว่า แม้แต่เงินค่าเล่าเรียนลูก ก็ยังไม่ให้อีก แกนี่มันไม่เอาไหนจริงๆ ตั้งแต่หัวจรดเท้า ไม่มีอะไรที่เหมือนผู้ชายเลย”

“นังแพศยา ด่าอีกสิ พ่อจะตบเสียให้กลิ้ง”

ท่านเซียนหยาแหวฝูงชนเข้ามา ร้องตะโกนว่า

“พี่ป้าน้าอาทั้งหลาย มาดูคนกัดกันเร็วเข้า ดูชนไก่ ชนวัว ต้องเสียสตางค์ซื้อตั๋ว แต่นี่คนกัดกัน ไม่ต้องซื้อตั๋ว นานทีปีหนถึงจะได้เจอของดีๆ แบบนี้”

สองผัวเมียไม่สนใจคำร้องตะโกนของท่านเซียนหยา ยังคงทะเลาะกันต่อไป

สามีตวาดว่า “แกลองด่าข้าอีกสิว่าไม่ใช่ลูกผู้ชาย ข้าจะฆ่าแกเสียทันที”

ภรรยาไม่ยี่หระ “แกมันไม่ใช่ลูกผู้ชาย…เอาสิ ฆ่าเลย…ฆ่าเลย!”

ท่านเซียนหยาตะโกนว่า

“ฉากบู๊นองเลือดกำลังจะเริ่มขึ้นแล้ว กำลังจะฆ่ากันแล้ว หาดูที่ไหนไม่ได้นะทุกท่าน รีบเข้ามาดูเร็วเข้า”

ชาวบ้านที่เดินผ่านมา เห็นท่านเซียนหยาส่งเสียงเชียร์แบบนี้ ก็ทนไม่ได้

“พระสงฆ์ ผัวเมียเขาทะเลาะกันท่านไม่ห้ามแถมยังยุส่งอีก เป็นพระจริงพระปลอมกันนี่ ราดน้ำมันบนกองเพลิงแบบนี้มีประโยชน์อะไร”

“มีสิ ประโยชน์เยอะแยะ พวกเขาบอกว่าจะฆ่ากันให้ตายไปข้างหนึ่ง พอมีคนตาย พระก็มีงานทำ ได้เงินทำบุญสวดมนต์งานศพ อาตมาก็มีเงินใช้ ไม่ดีได้อย่างไร”

ชาวบ้านได้ยินเช่นนั้นก็สิ้นศรัทธา โห่ร้องตะโกนด่าพระเสียงดังลั่น

เสียงเอะอะโวยวายของชาวบ้าน ทำให้สองสามีภรรยาต้องหันกลับไปดูพระโดยมิได้นัดหมาย

ท่านเซียนหยาเห็นว่าเบี่ยงเบนความสนใจของสองสามีภรรยาได้แล้ว จึงพูดยิ้มๆ ว่า

“ไม่อยากให้คนฆ่ากันตาย ก็ฟังอาตมาเทศน์สักหน่อย”

สองสามีภรรยาและชาวบ้านเงียบตั้งใจฟัง

“หิมะจับตัวหนาแค่ไหน แต่เมื่อดวงอาทิตย์ส่องแสงเข้าไป หิมะนั้นก็ละลาย

อาหารเย็นชืดแค่ไหน แต่เมื่อใส่ฟืนไฟอุ่นสักหน่อยก็ร้อนได้

ผัวเมียกัน ใช้ชีวิตร่วมกัน ต้องเป็นเหมือนดวงอาทิตย์ที่ให้ความอบอุ่นแก่อีกฝ่ายหนึ่ง ต้องทำตัวเป็นฟืนไฟ ทำความคิดของอีกฝ่ายหนึ่งให้สุกงอม

คนที่จะครองคู่เป็นผัวเมียกันนั้น มันต้องเคยทำบุญร่วมกันมาก่อน อาตมาหวังว่าพวกเจ้าผัวเมียจะรู้จักเคารพซึ่งกันและกัน รักใคร่ปรองดองกัน”

สองสามีภรรยาจึงรู้ตัวว่าปล่อยให้โมหะจริตเข้าครอบงำจนเสียผู้เสียคนไปแล้ว จึงต่างขอขมาซึ่งกันและกัน แล้วจูงมือกันกลับบ้าน

—–

ขอบคุณนิทานจากหนังสือ สว่างอย่างเซ็น โดยสุภาณี ปิยพสุนทรา

นิทานแฮมสี่รุ่น

20180613_ham

วันนี้วันศุกร์ มาฟังนิทานกันนะครับ

วันหนึ่ง ขณะที่เด็กสาวกำลังมองผู้เป็นแม่ตระเตรียมเนื้อแฮมไว้อบ เธอถามขึ้นว่า

“แม่คะ ทำไมต้องตัดส่วนหัวท้ายของแฮมออกด้วยคะ”

“ก็เพราะคุณยายทำแบบนี้มาตลอดยังไงล่ะลูก” แม่เอ่ยขึ้น

“แต่ทำไมต้องทำล่ะคะ”

“ไม่รู้สิ ลองไปถามคุณยายกันนะ”

ทั้งคู่จึงไปหาคุณยายเพื่อถามเรื่องนี้

“ยายคะ เวลายายเตรียมแฮมสำหรับอบ ยายตัดหัวท้ายออกตลอดเลย ทำไมต้องทำอย่างนั้นด้วยคะ”

“คุณทวดก็ทำแบบนั้นมาตลอดจ้ะ” คุณยายตอบ

“แต่ทำไมล่ะคะ”

“ไม่รู้สิ ไปถามคุณทวดกัน”

ทั้งสามจึงไปที่บ้านคุณทวดเพื่อถามเรื่องนี้

“คุณทวดคะ เวลาที่เตรียมแฮมสำหรับอบ ทวดตัดหัวตัดท้ายออกตลอด ทำไมต้องทำอย่างนั้นด้วยคะ”

“ก็เพราะว่า” ยายทวดเอ่ย “แต่ก่อนกระทะมันเล็กไปน่ะ”

—–

ขอบคุณนิทานจากหนังสือ “เงินหรือชีวิต”, แปลโดย ฐนฐ จินดานนท์, สำนักพิมพ์ openbooks (Your Money or Your Life by Vicki Robin & Joe Dominguez with Monique Tilford)

นิทานแมงป่อง

20180606_scorpion

วันนี้วันศุกร์ มาฟังนิทานกันนะครับ

ณ สระน้ำเล็กๆ มีแมงป่องตัวหนึ่งยืนอยู่ริมสระน้ำ มันอยากจะข้ามไปยังอีกฝั่งหนึ่งแต่ว่ายน้ำไม่เป็น เมื่อมันเห็นกบว่ายมาใกล้ๆ มันจึงถามกบว่า

“เธอช่วยพาฉันข้ามสระน้ำนี้หน่อยได้ไหม”

“ฉันก็อยากช่วยเธอหรอกนะ แต่ฉันกลัวตายเพราะโดนเธอต่อย” กบปฏิเสธ

“ฉันไม่ทำอย่างนั้นหรอกน่า ถ้าฉันต่อยเธอ ฉันก็จมน้ำตายด้วยจริงมั้ย” แมงป่องถามกลับ

เหตุผลของแมงป่องทำให้กบรู้สึกวางใจ ตกลงที่จะพาแมงป่องข้ามไปยังอีกฟากหนึ่งของสระน้ำ

แมงป่องดีใจมาก มันคลานขึ้นไปขี่หลังกบ แล้วกบน้อยก็ออกว่ายน้ำ

เมื่อกบว่ายน้ำไปได้ครึ่งทาง แมงป่องก็ต่อยกบ พิษกระจายไปทั่วรางกายของกบน้อยจนหมดเรี่ยวแรงที่จะพยุงตัว

ก่อนจะจมน้ำตาย กบถามแมงป่องด้วยน้ำเสียงเจ็บปวด

“ทำไม…เธอต่อยฉันทำไม ฉันกำลังจะตาย และเธอก็ต้องตายด้วย เธอต่อยฉันทำไม”

แมงป่องได้แต่ตอบว่า

“ฉันขอโทษ ฉันไม่ได้ตั้งใจ…ฉันไม่ได้คิดจะต่อยเธอเลย แต่มารู้สึกตัวอีกที ฉันก็ต่อยเธอไปแล้ว”

แล้วกบน้อยกับแมงป่องก็จมดิ่งสู่ก้นสระ

—–

ขอบคุณนิทานจาก นิตยสาร Secret เล่าเรื่องโดย พระภิกษุณีรัตนะ เรียบเรียงโดย อาสาสมัครหมู่บ้านพลัม

ขอบคุณภาพจาก PROPsJeremy on Flickr

นิทานทรายในกำมือ

20180601_sandinhand

วันนี้วันศุกร์ มาฟังนิทานกันนะครับ

หญิงสาวคนหนึ่งกำลังจะออกเรือน มารดาจึงพานางมาไหว้พระเสี่ยงเซียมซีที่วัด จากนั้นก็มากราบคารวะพระอาจารย์

“ลูกสาวของข้ากำลังจะแต่งงาน แต่งงานไปแล้ว นางจะมีความสุข ชีวิตรักหวานชื่น ราบรื่นดีหรือไม่?”

พระอาจารย์ยิ้มๆแล้วพูดกับหญิงที่เป็นแม่ว่า

“โยมลองกอบทรายสักกำมือหนึ่ง แล้วกำไว้ในมือ”

อาจารย์เซนหันไปถามหญิงสาวว่า

“โยมเห็นทรายในมือแม่ไหม ตอนนี้มันเป็นอย่างไร”

“มันพูนๆ เต็มฝ่ามือ ดูสมบูรณ์ดีเจ้าค่ะ” หญิงสาวตอบ

อาจารย์เซนหันไปบอกผู้เป็นแม่

“โยมลองบีบมือกำทรายให้แน่นๆ สิ”

ผู้เป็นแม่ทำตาม ออกแรงบีบทรายในมือจนแน่น ทรายหลุดร่วงออกมาจากร่องมือของนาง ครั้นคลายมือออกทรายที่เคยมีอยู่เต็มกำมือ ตอนนี้กลับเหลือเพียงนิดเดียวเท่านั้น

หญิงสาวมองดูทรายในมือแม่แล้วพยักหน้าเหมือนเข้าใจ

พระอาจารย์พูดอย่างเมตตา

“ใครๆก็อยากมีชีวิตรักที่หวานชื่นสมบูรณ์ หากปรารถนาเช่นนั้นจริง ก็ต้องเรียนรู้ศาสตร์และศิลป์ของระยะห่าง จงเห็นความรักเป็นเหมือนทรายในกำมือ ถ้าอยากเห็นทรายพูนมือสมบูรณ์ดี ก็อย่าไปบีบไปอัดมันแรงๆ ต้องถืออย่างถะนุถนอม รักษาระยะห่างให้พอดีๆ ไม่กำแน่นเกินไปจนทรายร่วงหล่นหายไปจากกำมือ”

—-

ขอบคุณนิทานจากเพจ นิทานเซน: ทรายในกำมือ

นิทานขี่ม้าไปไหน

20180525_horseride

วันนี้วันศุกร์ มาฟังนิทานกันนะครับ

ชายคนหนึ่งเมื่อเรียนจบแล้ว ได้รับของขวัญชิ้นหนึ่งจากพ่อเป็นม้าหนุ่ม

ม้าตัวนี้ฝีเท้าดีมาก ท่วงทีงามสง่า แข็งแรง เขาดีใจมากกับรางวัลแห่งชีวิตชิ้นนี้ ทันทีที่ได้ม้าจากพ่อ เขาจึงกระโดดขึ้นควบขี่ทันทีอย่างมีความสุข

แต่พลันที่เขากระโดดขึ้นขี่ ม้าตัวนี้ก็ออกวิ่งอย่างรวดเร็ว ไม่ยอมหยุด บังคับอย่างไรก็ไม่เป็นผล ท่ามกลางความเร็วของฝีเท้าม้า เขาไม่กล้ากระโดดลงเพราะเกรงอันตราย ในเมื่อไม่กล้ากระโดดลงจากหลังม้า บัณฑิตหนุ่มจึงต้องควบขี่อยู่บนหลังม้าเช่นนั้นอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ยังหนุ่มแน่น ผมสีดำสนิท

ม้าพาเขาวิ่งจากบ้านสู่บ้าน จากเมืองสู่เมือง จากประเทศสู่ประเทศ จากวันสู่คืน จากเดือนสู่ปี จากวัยหนุ่มแน่นผ่านไปถึงวัยกลางคน จนกระทั่งผมสีดำของเขากลายเป็นผมสีดอกเลาขาวโพลนเต็มหัว แต่ถึงกระนั้น เขาก็ยังไม่ได้ลงจากหลังม้า ร่างกายของเขาทรุดโทรม อมโรค เหี่ยวย่น หน้าตาของเขามีแต่ริ้วรอยของวันเวลา ดวงตาของเขาแห้งโหยขาดชีวิตชีวา เหมือนซากศพที่ยังมีลมหายใจ

วันหนึ่ง ขณะควบขี่อยู่บนหลังม้าผ่านไปทางย่านชุมชนแห่งหนึ่ง ผู้คนหลายร้อยคนเห็นเขาควบม้ามาแต่ไกล ต่างพากันมุงดู ชาวบ้านจึงตะโกนถามด้วยความสนใจใคร่รู้ว่าเขากำลังจะควบม้าไปไหน ชายชราอดีตบัณฑิตหนุ่มตะโกนตอบสวนออกไปว่า

“ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าผมกำลังจะไปไหน เพราะนับแต่ขึ้นขี่อยู่บนหลังม้า ผมก็ยังไม่เคยลงเลยแม้แต่ครั้งเดียว ถ้าคุณอยากรู้ว่าผมกำลังจะไปไหน ก็ลองถามม้าของผมดูสิ”

—–
ขอบคุณนิทานจากเพจ นิทานเซน: ศิลปะการลงจากหลังม้า

นิทานมากเกินไป

20180517_toomuchlove

วันนี้วันศุกร์ มาฟังนิทานกันนะครับ

พระอาจารย์แก่พรรษารูปหนึ่งได้รับนิมนต์ให้ไปเทศน์ที่โรงเรียนมัธยมทุกวันศุกร์สุดท้ายของเดือน

“พึงระลึกไว้เสมอว่าอะไรที่มากเกินไปนั้นมีอันตราย

ในการต่อสู้ โทสะที่มากเกินไปอาจทำให้เธอประมาทและเสียชีวิตได้

การบูชาความเชื่อบางอย่างมากจนเกินไปอาจทำให้เธอใจแคบและคอยแต่ตัดสินผู้อื่นได้

ความรักที่มีต่อคนอื่นมากจนเกินไป จะทำให้เธอสร้างภาพของคนที่เธอรักขึ้นมา ภาพที่สุดท้ายเธอจะได้พบว่ามันไม่มีอยู่จริง แล้วเธอก็จะโมโหและผิดหวัง รักที่ล้นเกินไม่ต่างอะไรกับการเลียน้ำผึ้งบนใบมีด”

นักเรียนหญิงคนหนึ่งยกมือถามด้วยความสงสัย

“ทำไมนักบวชที่ถือพรหมจรรย์อย่างท่านถึงเข้าใจเรื่องความรักคะ?”

พระอาจารย์ยิ้มแล้วตอบว่า

“ไว้วันหนึ่งอาตมาจะเล่าให้ฟังว่าทำไมอาตมาถึงตัดสินใจบวช”

—–

ขอบคุณนิทานจาก avilpage.com: 4 Delightful Short Zen Stories About Women & Love!