นิทานหนาวแน่

วันนี้วันศุกร์ มาฟังนิทานกันนะครับ

พอถึงฤดูใบไม้ผลิ พวกอินเดียนแดงในเขตสงวนแห่งหนึ่งถามหัวหน้าเผ่าคนใหม่ว่า ฤดูหนาวปีนี้จะหนาวจัดหรือเปล่า

หัวหน้าเป็นคนสมัยใหม่ ไม่ได้เรียนเคล็ดวิชาอ่านลมฟ้าอากาศจากบรรพบุรุษ
แต่ด้วยความกลัวเสียฟอร์ม หัวหน้าเผ่าจึงทำทีแหงนมองฟ้า แล้วบอกว่าปีนี้จะหนาวทารุณ ขอให้คนในเผ่าเตรียมฟืนไว้ก่อไฟผิงให้มากๆ

เมื่อตอบแล้วหัวหน้าเผ่าก็แอบโทรไปถามกรมอุตุฯ เจ้าหน้าที่พยากรณ์อากาศตอบว่าท่าทางจะหนาวจัด หัวหน้าเผ่าจึงย้ำให้คนในเผ่าเร่งหาฟืนเพิ่มขึ้น

สองสามวันต่อมาหัวหน้าเผ่าโทรถามกรมอุตุฯ ให้แน่ใจอีกครั้ง เจ้าหน้าที่ตอบว่าปีนี้ต้องหนาวแน่นอน หัวหน้าเผ่าจึงสั่งให้คนในเผ่าเก็บเศษไม้ทุกชิ้นที่หาได้

พอใกล้ฤดูหนาวหัวหน้าเผ่าโทรไปถามที่กรมอุตุฯ อีกครั้ง

“มั่นใจแค่ไหนว่าปีนี้จะหนาวจัด”

“100 เปอร์เซ็นต์” เจ้าหน้าที่ตอบหนักแน่น

“ทำไมถึงมั่นใจขนาดนั้น” หัวหน้าเผ่าถาม

“เพราะพวกอินเดียนแดงพากันออกหาฟืนไม่หยุดเลยครับ!”


ขอบคุณนิทานที่พ่อส่งให้ทางไลน์ ส่วนต้นทางเก่าสุดที่หาได้โพสต์โดยคุณ somkitjar ใน Bloggang เมื่อปี 2553

นิทานรถม้าอันว่างเปล่า

วันนี้วันศุกร์ มาฟังนิทานกันนะครับ

พ่อชวนลูกออกไปเดินเล่นยังชายป่า พอถึงทางโค้ง พ่อหยุดเดินแล้วถามลูกว่า นอกจากเสียงนกร้องแล้ว ลูกได้ยินเสียงอะไรอีก

ลูกหยุดเดินแล้วเงี่ยหูฟัง ก่อนจะตอบว่านอกจากเสียงนกร้องแล้ว ยังมีเสียงรถม้าวิ่งอยู่

พ่อบอกว่าถูกต้องแล้ว และนั่นเป็นรถม้าที่ไม่ได้บรรทุกอะไร

ลูกแปลกใจจึงถามพ่อว่ารู้ได้ไงว่านั่นเป็นรถม้าเปล่า

พ่อตอบว่า รถม้ายิ่งว่างเปล่า เสียงก็จะยิ่งดัง

พอเด็กน้อยโตขึ้น ทุกครั้งที่เจอคนที่ชอบคุยโม้โอ้อวด พูดจาโอหังชอบตัดบทคนอื่น เขามักจะมีความรู้สึกเหมือนพ่อมายืนกระซิบอยู่ข้างหูว่า “รถม้ายิ่งว่างเปล่า เสียงก็จะยิ่งดัง”

คนที่มีความเชี่ยวชาญในการเดินข้ามห้วยน้ำลำธาร ก่อนที่จะลุยลงน้ำ เขามักหยิบก้อนหินขึ้นมาก้อนหนึ่งแล้วปาไปกลางน้ำ

ละอองน้ำยิ่งกระจายสูงขึ้นเท่าไหร่ น้ำในลำธารก็จะยิ่งตื้นเท่านั้น

ในทางตรงกันข้าม ถ้าละอองน้ำกระเซ็นขึ้นมายิ่งน้อยฉันใด น้ำจะยิ่งลึกมากขึ้นฉันนั้น

น้ำนิ่งไหลลึก น้ำลึกไร้เสียง

รถม้ายิ่งว่างเปล่า เสียงก็จะยิ่งดัง


ขอบคุณนิทานจาก LinkedIn | Supak Manop – รถม้ายิ่งว่างเปล่า เสียงก็จะยิ่งดัง (บาง source ก็ระบุว่าแปลและเรียบเรียงโดยขจรศักดิ์)

นิทานยักษ์ในตะเกียง

วันนี้วันศุกร์ มาฟังนิทานที่มาจากปากคำของผู้ชายที่ชื่อ Jimmy Lee กันครับ

“หลังจากแต่งงานกันได้ไม่นาน ผมกับภรรยาได้ซื้อบ้าน 6 ห้องนอนที่ตั้งอยู่ในสนามกอล์ฟ ในโครงการมีคลับเฮาส์และสระว่ายน้ำด้วย

ผมขับรถ Lexus รุ่นที่ดีที่สุดที่ผมพอจะซื้อไหว และผมก็ซื้อรถ SUV ให้ภรรยาอีกหนึ่งคัน เรามีลูกสองคน และชีวิตของเราก็เต็มไปด้วยความทุกข์

ไม่ใช่แค่เฉพาะเรื่องเงินหรอกนะ ของที่เรามีมันแพงและทำให้การเงินเราตึงๆ ก็จริง แต่เราก็มีกำลังจ่ายไหว

ปัญหาหลักคือเรื่องเวลา ผมยุ่งกับธุรกิจของผมมาก ทำงานเกือบ 7 วันต่อสัปดาห์ ภรรยาก็ต้องดูแลลูกและยังต้องแบ่งเวลามาช่วยทำธุรกิจเช่นกัน พวกเราแทบไม่เคยลาพักร้อนเลย การได้หยุดสุดสัปดาห์นานๆ ครั้งก็คือการพักร้อนสำหรับเราแล้ว

ผมอาจกำลังอ่านนิทานหรือเล่นกับลูกอยู่ แล้วเสียงโทรศัพท์ก็จะดังขึ้น เสียงหัวเราะจะหยุดชะงักเหมือนโดนปิดสวิทช์ระหว่างที่ผมเดินไปห้องข้างๆ เพื่อคุยโทรศัพท์

ราวกับโลกของครอบครัวหยุดหมุนระหว่างที่พวกเขาลุ้นว่าผมต้องออกไปข้างนอกรึเปล่า “โทษทีนะ พ่อต้องรีบไปหาลูกค้าแล้ว!” ผมจะรุดออกจากบ้านก่อนที่ลูกๆ จะพูดว่า “บ๊ายบายแด๊ดดี้” จบประโยคเสียอีก

คุณคงเคยดูหนังเรื่องอะลาดิน ผมนี่แหละคือยักษ์จีนี่ผู้เสกสิ่งต่างๆ ผู้แก้ไขทุกปัญหา ผู้ทรงพลังอำนาจ แต่แท้จริงแล้วก็เป็นเพียงแค่ทาสตนหนึ่ง ธุรกิจคือเจ้าชีวิต ลูกค้าคือเจ้าชีวิต หนี้ผ่อนบ้านคือเจ้าชีวิต ผมคือยักษ์จีนี่ที่โหยหาอิสรภาพ

วันหนึ่งผมกับแฟนมองหน้ากันแล้วถามว่า “นี่พวกเรากำลังทำอะไรกันอยู่?”

ผมเริ่มร่อนใบสมัครและได้งานภายในเวลาไม่นาน ผ่านไปไม่กี่เดือนเราก็ปิดธุรกิจของเราและขายบ้านหลังเดิม จีนี่ที่ได้รับการปลดปล่อยจากอะลาดินก็คงรู้สึกประมาณนี้

ผมใช้เวลาทำงานลดลงครึ่งหนึ่งโดยที่ยังมีรายได้เกือบเท่าเดิม ผมยังขับรถคันเดิมซึ่งตอนนี้อายุ 15 ปีแล้ว บ้านของเราเล็กกว่าหลังเดิมครึ่งต่อครึ่ง ผมมีเวลาอยู่กับลูกมากกว่าคุณพ่อส่วนใหญ่ที่ผมรู้จัก ผมกับแฟนต่างช่วยกันเลี้ยงลูกแบบโฮมสคูล เราได้ลาพักร้อนปีละหลายครั้ง

ชีวิตผมยังไม่ได้เพอร์เฟ็กต์หรอกนะ แต่มันมีความสุขมากขึ้นแน่นอน

ป.ล. ขอเสริมว่ามันเป็นไปได้ที่จะเป็นเจ้าของธุรกิจ มีรายได้มากมาย มีบ้านหลังใหญ่ มีรถหรู แถมยังมีเวลาให้ครอบครัวด้วย ทุกอย่างนี้เกิดขึ้นพร้อมกันได้ ผมรู้จักหลายคนที่มีเพียบพร้อมทุกอย่าง ถ้าคุณสามารถสร้างชีวิตแบบนั้นได้ก็เยี่ยมไปเลย เพียงแต่ผมทำไม่ได้ ซึ่งผมก็โอเคกับมันนะ”


ขอบคุณนิทานจาก Quora: Jimmy Lee’s answer to Why are people with a big house, nice cars, and with kids still unhappy about their lives?