นิทานห้องปิดตาย

20200124

“พิม” หญิงสาววัย 25 ปีเป็นเจ้าหน้าที่ตรวจสอบเครื่องจักรในโรงงานแห่งนี้มาได้ปีเศษแล้ว

บ่ายแก่ๆ วันหนึ่ง ในขณะที่เธอเข้าไปตรวจความเรียบร้อยในห้องเย็น ประตูเกิดล็อคจากข้างนอก พิมพยายามตะโกนขอความช่วยเหลือแต่ไม่มีใครได้ยินเพราะเสียงเครื่องจักรกลบ

เวลาผ่านไปหลายชั่วโมง ทุกคนกลับบ้านไปหมดแล้ว มีแต่ความเงียบสงัด พิมนอนทรุดอยู่ตรงประตู ร่างกายเย็นเฉียบ ความหวังริบหรี่ เธอคงอยู่ไม่พ้นคืนนี้

แต่แล้วพิมก็ได้ยินเสียงเคาะประตู

“คุณพิมครับ…คุณพิมอยู่ในนั้นมั้ยครับ?”

เสียงคุ้นหูแต่พิมนึกไม่ออกว่าเป็นใคร เธอตะโกนสุดเสียง

“ใช่ค่ะ หนูติดอยู่ในนี้ ช่วยหนูด้วย”

พิมได้ยินเสียงพวงกุญแจกรุ๊งกริ๊ง แล้วประตูก็เปิดออก

ที่ยืนอยู่ตรงหน้าพิมคือ “ลุงขาว” ภารโรงเก่าแก่ของโรงงาน

หลังจากได้ห่มผ้าและดื่มชาร้อนๆ ที่ลุงขาวหามาให้ พิมจึงมีแรงพอเปิดบทสนทนา

“ลุงขาวรู้ได้ยังไงคะว่าพิมอยู่ในห้องนี้”

“ผมก็ไม่รู้หรอกครับว่าคุณพิมอยู่ห้องไหน แต่คิดว่าคุณพิมน่าจะยังไม่ได้ออกไปจากโรงงาน”

เมื่อเห็นสีหน้าแปลกใจของพิม ลุงขาวจึงอธิบายต่อ

“ผมทำงานโรงงานนี้มา 25 ปี ไม่เคยมีใครทักทายผมเลย มีแต่คุณพิมคนเดียวที่ทักผมทุกเช้าและลาผมทุกเย็น คุณพิมเป็นคนเดียวที่ทำให้ผมรู้สึกว่าผมมีตัวตนและมีค่าในโรงงานแห่งนี้”

“เช้านี้คุณพิมทักทายผมเหมือนเช่นเคย แต่ตอนเย็นผมกลับไม่เจอคุณพิม คิดว่าคุณน่าจะอยู่ที่ไหนในโรงงานสักแห่ง ผมเลยลองเดินหาคุณพิมครับ”

—-

แปลและดัดแปลงมาจากนิทานภาษาจีนที่ส่งมาทางไลน์

นิทานฮวงจุ้ย

20200114

วันนี้วันศุกร์ มาฟังนิทานกันนะครับ

เศรษฐีคนหนึ่งซื้อบ้านหลังใหม่ที่มีสวนลิ้นจี่อยู่หลังบ้าน

เพื่อนของเศรษฐีแนะนำว่าควรให้ซินแสมาดูฮวงจุ้ย จะได้แน่ใจว่าบ้านหลังใหม่อยู่แล้วร่มเย็นเป็นสุข

เศรษฐีขับรถไปรับซินแสถึงสนามบิน เมื่อเลี้ยวเข้าซอยหมู่บ้าน เศรษฐีก็ชะลอรถลง ทันใดนั้นก็มีเด็กคนหนึ่งวิ่งตัดหน้ารถ เศรษฐีเบรคทันพอดี เด็กหันมามองด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม ยกมือไหว้ขอโทษก่อนจะวิ่งจากไป

แทนที่เศรษฐีจะขับรถต่อ เขากลับจอดรถนิ่งอยู่อีกหลายวินาทีราวกับกำลังรออะไร

เพียงไม่กี่อึดใจ ก็มีเด็กอีกคนที่อายุไล่เลี่ยกันวิ่งผ่านหน้ารถไปอีกคน

“คุณรู้ได้อย่างไรว่าจะมีเด็กอีกคนวิ่งตามมา” ซินแสถาม

“ถ้าเด็กเล่นคนเดียว เขาคงไม่ยิ้มแย้มขนาดนั้นหรอกครับ” เศรษฐีตอบ

เมื่อเศรษฐีขับรถถึงหน้ารั้วบ้าน จู่ๆ ก็มีนกหลายสิบตัวบินขึ้นมาจากสวนหลังบ้าน

“ซินแสครับ ผมคงต้องขอให้ซินแสรอสักครู่”

“ทำไมล่ะ?”

“ผมคิดว่าในสวนน่าจะมีเด็กมาแอบขโมยลิ้นจี่อยู่ ถ้าเราเข้าไปตอนนี้เด็กอาจจะตกใจ เกิดตกต้นไม้หัวร้างข้างแตกมาคงไม่ดี ให้เวลาเค้าได้เก็บลิ้นจี่ซักพักก่อนดีกว่า ระหว่างนี้เดินดูด้านนอกแทนได้มั้ยครับซินแส”

“คุณส่งผมกลับสนามบินเถอะ” ซินแสกล่าว

เศรษฐีตกใจ ซินแสจึงอธิบายต่อ

“ด้วยน้ำจิตน้ำใจแบบนี้ ไม่ว่าคุณจะทำอะไรก็จะเจอแต่ความโชคดี แต่ถ้าคุณเป็นคนไม่ดี ต่อให้ผมจัดฮวงจุ้ยแค่ไหนก็ไม่ช่วยอะไร เพราะฮวงจุ้ยที่แท้คือพฤติกรรมของมนุษย์เท่านั้นเอง”


แปลและดัดแปลงมาจากนิทานภาษาจีนที่ส่งมาทางไลน์

Time Management Workshop รุ่นที่ 15 เช้าวันเสาร์ที่ 22 ก.พ. เหลือ 10 ที่นั่ง ดูรายละเอียดได้ที่นี่ครับ bit.ly/time22feb20

“Elephant in the Room ช้างกูอยู่ไหน” หนังสือเล่มใหม่ของผมที่ว่าด้วยการค้นหาสิ่งที่สำคัญกับเราอย่างแท้จริง มีขายที่นายอินทร์ ซีเอ็ด B2S และ Kinokuniya แล้วนะครับ อ่านรายละเอียดได้ที่ bit.ly/eitrfacebook และอ่านรีวิวได้ที่นี่ครับ bit.ly/eitrreportingengineer

นิทานตกนรก

20200110

วันนี้วันศุกร์ มาฟังนิทานกันนะครับ

“สิน” เป็นผู้ชายที่ขยันขันแข็งและไม่เคยทำร้ายใคร เขากตัญญูกับพ่อแม่ ซื่อสัตย์กับภรรยา และเป็นพ่อที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความรับผิดชอบต่อครอบครัว

แต่สินทำงานหนักเสียจนไม่ได้พักผ่อน ไม่ว่าพ่อแม่หรือภรรยาเตือนเท่าไหร่ก็ไม่ฟัง วันหนึ่งเมื่อร่างกายมาถึงขีดจำกัด เขาจึงล้มป่วยลงและจากไปในวัยเพียงสามสิบกว่าๆ

สินคิดว่าด้วยความดีที่เขาทำมาทั้งชีวิตเขาน่าจะได้ไปสวรรค์ แต่ท้าวพญายมราชกลับตัดสินให้เขาลงนรก เมื่อสินทักท้วง พญายมราชจึงบอกให้สินเดินไปที่หน้าต่างบานหนึ่งหลังบัลลังก์ เมื่อสินมองลงไปก็เห็นโลกมนุษย์ที่เขาจากมา

พ่อที่แก่ชราของสินต้องเดินเคาะประตูตามบ้านเพื่อขออาหาร ภรรยาอันงดงามของสินนั้นดูโทรมลงไปเยอะเพราะต้องทำงานหามรุ่งหามค่ำ ส่วนลูกของสินก็โดนเพื่อนๆ ในหมู่บ้านล้อเพราะไม่ได้ไปโรงเรียน

สินมองภาพเหล่านั้นด้วยใจปวดร้าว ก่อนที่พญายมราชจะกล่าวขึ้นว่า

“ในเมื่อเจ้าไม่เคยดูแลตัวเองจนสุขภาพเสื่อมโทรม และการจากมาของเจ้าได้ทำให้คนเหล่านี้ต้องทุกข์ทนราวกับอยู่ในนรก เหตุใดเจ้าจึงคิดว่าตัวเองคู่ควรที่จะได้ขึ้นสวรรค์ด้วยเล่า?”

—–

ดัดแปลงมาจากนิทานภาษาจีนทางไลน์

นิทานเม็ดทรายกับไข่มุก

20200102b

เด็กหนุ่มคนหนึ่งจบปริญญาตรีด้วยคะแนนดีเยี่ยม เขามั่นใจมากว่าจะต้องได้งานที่ตัวเองฝันไว้อย่างแน่นอน

แต่หลังจากได้ไปสัมภาษณ์กับหลายบริษัทที่ตัวเองหมายตาเอาไว้ เขากลับไม่ถูกเรียกให้เข้าไปเซ็นสัญญาเลยแม้แต่ที่เดียว

เด็กหนุ่มไม่เข้าใจว่าทำไมจึงเป็นเช่นนี้ จึงไปเดินเล่นที่หาดทรายเผื่อจะคิดอะไรออก

เขาได้พบกับชายชราผู้หนึ่งที่อัธยาศัยดีและคุยกันถูกคอ ชายหนุ่มจึงเล่าเรื่องราวของตัวเองให้ฟัง

ชายชราได้ยินดังนั้นจึงก้มลงหยิบทรายเม็ดหนึ่งขึ้นมาชู ก่อนที่จะปล่อยมันตกพื้น

“เอาล่ะพ่อหนุ่ม ช่วยเก็บทรายเม็ดเมื่อกี้ให้ลุงหน่อย”

“ผมจะไปหาเจอได้ไงล่ะครับลุง ทรายตรงนี้มีไม่รู้ตั้งกี่พันเม็ด แถมหน้าตาก็เหมือนกันหมดด้วย”

ชายชราไม่ว่าอะไร ล้วงมือเข้าไปในกระเป๋ากางเกงแล้วหยิบวัตถุชิ้นหนึ่งขึ้นมา มันเป็นไข่มุกสีขาวนวลขนาดพอๆ กับลูกปัด แล้วเขาก็ปล่อยมันตกลงพื้น

“คราวนี้เธอเก็บไข่มุกให้ลุงได้มั้ย?”

“ก็แหงอยู่แล้วสิครับ ดูง่ายจะตายไป”

“ตอนนี้เธอคิดว่าตัวเองพิเศษกว่าใคร แต่จริงๆ แล้วเธอไม่ต่างอะไรกับเม็ดทรายนับร้อยนับพันบนชายหาดนี้ จงฝึกฝนและกวดขันตัวเองจนกว่าจะเป็นไข่มุกเถอะ แล้วเมื่อถึงวันนั้นใครๆ ก็ย่อมต้องการตัวเธอและหาเธอเจอได้อย่างง่ายดาย”

—–

ขอบคุณนิทานภาษาจีนจากไลน์

“Elephant in the Room ช้างกูอยู่ไหน” หนังสือเล่มใหม่ของผมที่ว่าด้วยการค้นหาสิ่งที่สำคัญกับเราอย่างแท้จริง มีขายที่นายอินทร์ ซีเอ็ด B2S และ Kinokuniya แล้วนะครับ อ่านรายละเอียดได้ที่ bit.ly/eitrfacebook และอ่านรีวิวได้ที่นี่ครับ markpeak.net/elephant-in-the-room

นิทานลู่ลม

20191225

วันนี้วันศุกร์ มาฟังนิทานกันนะครับ

ในป่าแห่งหนึ่งมีต้นโอ๊กใหญ่ที่สมบูรณ์แข็งแรง แผ่กิ่งก้านสาขาเป็นที่อาศัยของนกและให้ร่มเงาแก่สัตว์ต่างๆ

ใกล้ๆ นั้นยังมีต้นอ้อกอเล็กๆ ลมพัดมาเพียงแผ่วเบาก็โอนเอน

ต้นโอ๊กจึงกล่าวกับต้นอ้อว่า

“สหายเอ๋ย เจ้าช่างช่างอ่อนแอยิ่งนัก แค่ลมพัดมาเจ้าก็โอนเอนเสียแล้ว ดูข้าสิ ไม่ว่าจะเจออะไร ข้าก็สู้ไม่ถอยแม้แต่น้อย”

ค่ำวันนั้น เกิดฝนตกหนัก พายุกระหน่ำรุนแรง ต้นโอ๊กพยายามยืนลำต้นเพื่อต่อกรกับลมพายุอย่างสุดกำลัง

เช้าวันรุ่งขึ้น ต้นโอ๊กที่ยิ่งใหญ่หักโค่นลง คนผ่านมาเห็นจึงเอาไปทำฟืน

ส่วนต้นอ้อก็ยังโอนไปเอนมารับสายลมและแสงแดดยามเช้าอยู่ตรงนั้น

—–

ดัดแปลงจากนิทานต้นอ้อกับต้นโอ๊ก โดย Yuwadee Kingprompoo

นิทานเรื่องบนเตียง

20191219c.png

วันนี้วันศุกร์ มาฟังนิทานกันนะครับ

ชายหญิงคู่หนึ่งนอนอยู่บนเตียงขณะที่โทรศัพท์ของฝ่ายหญิงดังขึ้น

เธอรับสาย คุยอยู่ครู่เดียวก็วางหู

“ใครโทรมาเหรอ?”

“สามีฉันเอง”

“…แล้วเค้าว่าไงบ้าง?”

“เค้าบอกว่าจะกลับดึกหน่อยเพราะกำลังออกไปกินเบียร์กับคุณ”

นิทานลาแบกเทวรูป

20191206

วันนี้วันศุกร์ มาฟังนิทานกันนะครับ

ช่างแกะสลักได้นำเทวรูปศักดิ์สิทธิ์ที่เพิ่งทำเสร็จมาบรรทุกไว้บนหลังลาเพื่อทำการขนย้ายไปไว้ที่วิหารในหมู่บ้าน

ตลอดทางที่ลาเดินไปยังหมู่บ้านนั้น ชาวบ้านตามรายทางต่างก็พากันออกมากราบไหว้บูชาเทวรูปศักดิ์สิทธิ์นี้ด้วยความศรัทธา

เมื่อลาเห็นเช่นนั้นก็คิดไปว่าชาวบ้านนั้นต่างยกย่องนับถือในความงามและความสง่าของตน ลาจึงเชิดหน้าขึ้นสูงและก้าวเดินไปด้วยท่วงท่าอันหยิ่งทะนง

เมื่อช่างแกะสลักเห็นดังนั้นจึงลงแส้ไปที่ก้นของลาอย่างแรง

“เจ้าไม่รู้หรือว่าชาวบ้านเหล่านั้นเขาทำความเคารพบูชาเทวรูปศักดิ์สิทธิ์กัน ไม่ใช่ยกย่องสรรเสริญลาโง่อย่างเจ้า”


ขอบคุณนิทานจากเว็บเมืองไทย ลาแบกเทวรูป

นิทานสิงโตหิว

20191129

วันนี้วันศุกร์ มาฟังนิทานกันนะครับ

สิงโตตัวหนึ่งตื่นขึ้นมาด้วยความหิวโหย มันจึงเริ่มออกหาอาหาร

สิงโตเห็นกระต่ายวิ่งผ่านมา มันจึงไล่กวดและตะครุบกระต่ายได้อย่างรวดเร็ว

ในขณะที่มันกำลังจะกินกระต่าย สิงโตก็เหลือบไปเห็นกวางอีกตัวอยู่ลิบๆ สิงโตคิดว่าถ้าได้กินกวางคงอิ่มกว่าแน่ มันจึงทิ้งกระต่ายและวิ่งไล่กวดกวางแทน

แต่กวางวิ่งเร็วและอึดกว่าที่คาด สิงโตวิ่งอยู่ได้ไม่นานก็หมดแรง จึงบอกตัวเองว่ากลับไปกินกระต่ายดีกว่า

มันรีบกลับไปยังจุดที่มันจับกระต่ายได้ แต่อนิจจากระต่ายป่าได้หายไปแล้ว

นิทานแกะเพื่อนเยอะ

20191122

วันนี้วันศุกร์ มาฟังนิทานกันนะครับ

แกะตัวหนึ่งกำลังเล็มหญ้าอยู่บนเนินเขา

ทันใดนั้นเอง หมาป่าก็โผล่ออกมาแล้วพุ่งเข้าหาแกะอย่างรวดเร็ว

แกะพยายามสู้กับหมาป่า แต่ก็ร้องเสียงหลง “ช่วยด้วย! ช่วยข้าด้วย!”

วัวได้ยินเสียงแกะ พอมองเห็นหมาป่า วัวก็วิ่งหนี

ม้าได้ยินเสียงแกะ พอเห็นหมาป่า ม้าก็วิ่งหนี

หมูได้ยินเสียงแกะ พอเห็นหมาป่า หมูก็วิ่งหนี

กระต่ายได้ยินเสียงแกะ พอเห็นหมาป่า กระต่ายก็วิ่งหนี

หมาได้ยินเสียงแกะ พอเห็นหมาป่า หมาก็รีบวิ่งขึ้นไปบนเขา กระโดดขย้ำหมาป่าเข้าที่ลำคอจนหมาป่าวิ่งหนีไป

เมื่อแกะกลับถึงบ้าน เพื่อนๆ ก็มารุมล้อม

วัว: “ทำไมแกไม่บอกข้า ข้าจะขวิดมันให้ไส้ทะลักเลย”

ม้า: “ทำไมแกไม่บอกข้า ข้าจะเตะมันให้หน้าหงายเลย”

หมู: “ทำไมแกไม่บอกข้า ข้าจะชนมันให้ตกเขาไปเลย”

กระต่าย: “ทำไมแกไม่บอกข้า ข้าจะวิ่งส่งข่าวไปทั่วทั้งป่านี้เลย”

ในขณะที่เพื่อนๆ ส่งเสียงจอแจ หมาไม่เอ่ยวาจาแม้ซักคำ

—–

แปลและดัดแปลงมาจากนิทานภาษาจีนจากไลน์

นิทานดอกทานตะวันกับพระจันทร์บนฟ้า

20191106
วันนี้วันศุกร์ มาฟังนิทานกันนะครับ

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ณ กลางทุ่งกว้างสีเขียว มีดอกไม้หนึ่งดอกชูช่อหยัดต้นอวดดอกสวยท้าตะวันอยู่

ดอกไม้ดอกนี้คือ “ดอกทานตะวัน”

ทุกๆ เช้า ดอกทานตะวันจะรีบตื่นมาคอยพระอาทิตย์ เธอจะยิ้มร่า บานดอกอวดกลีบสวยเต็มที่ เมื่อยามที่อาทิตย์แผดแสงมาให้ไออุ่นเธอมากที่สุด โดยเฉพาะในตอนเที่ยง ที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะว่า เธอนั้นได้หลงรักพระอาทิตย์เข้าแล้ว

แต่พอช่วงเวลาค่ำคืนที่ดวงอาทิตย์ร่ำลาท้องฟ้าไปแล้ว แม่ดอกทานตะวันน้อยก็จะเหี่ยวเฉาเศร้าใจลงทันที เธอเอาแต่มองฟ้าอย่างร้าวใจ และมองดวงจันทร์ด้วยใจริษยา

ทุกๆ ครั้งที่มองดวงจันทร์สีนวล เธอจะรู้สึกว่าดวงอาทิตย์ที่เธอเฝ้าฝันนั้น มีผู้เดียวเท่านั้นที่คู่ควร และใครผู้นั้นก็คือดวงจันทร์สีนวล ที่เธอกำลังอย่างน้อยเนื้อต่ำใจและริษยานั่นเอง

“ใยดวงตาเจ้าจึงปริ่มด้วยน้ำตาอย่างนั้นเล่า” วันหนึ่งพื้นดินเอ่ยปากไถ่ถามดอกทานตะวันที่เขาอุ้มชูดูแล

“ท่านไม่เข้าใจหรอกพื้นดิน ฉันกำลังมีความรัก พร้อมๆ กับที่ฉันกำลังรู้สึกว่าผู้ที่ฉันรักนั้นเกินไขว่คว้า หนำซ้ำ ฉันรู้ดีว่าเขาผู้นั้นมีผู้ที่คู่ควรอยู่แล้ว” ดอกทานตะวันเหลือบมองดวงจันทร์อย่างเศร้าสร้อย

“บางที… ความรัก ไม่ใช่เพียงสิ่งที่เจ้าเห็น หรือรู้สึกเองหรอกนะ แม่ดอกทานตะวันน้อย” พื้นดินมองไปบนฟ้าบ้าง

“เพราะเป็นคนนอก ข้าจึงอาจเห็นอะไรชัดเจนกว่าเจ้า อย่าได้รู้สึกอิจฉาดวงจันทร์เลย เธอเป็นเพียงผู้ที่ถูกมองว่าเหมาะสมคู่ควรกับพระอาทิตย์เท่านั้น แต่เจ้าอย่าลืม แม้เธองามเด่นบนฟ้าเช่นเดียวกับดวงอาทิตย์ แต่เธอและดวงอาทิตย์มีเวลาให้กันเพียงน้อยนิด ต่างมีหน้าที่ ไม่เคยมีเวลาให้กัน

ดวงจันทร์ที่น่าสงสาร แม้งามเด่นยามราตรี แต่ความงามก็ทำให้เธอไม่มีเพื่อน ดาวดวงน้อยที่รายรอบเหล่านั้นก็ไม่มีใครหาญกล้ามาเป็นเพื่อนเธอ

และแม้แต่ตัวเจ้าเอง แม่ดอกทานตะวัน เจ้าก็เป็นเพียงดอกไม้ดอกน้อยที่บอบบาง เจ้ารู้บ้างหรือไม่ว่าดวงอาทิตย์สวยงาม และอบอุ่นที่เจ้าเฝ้าฝันนั้น เพียงเพราะมีระยะห่างที่แสนไกล เพราะเมื่ออยู่ใกล้ ความอุ่นก็จะร้อนมาก และแผดเผาเจ้าได้”

ดอกทานตะวันก้มหน้ามองผืนดิน

“ข้าขอโทษผืนดิน ที่กล่าวหาว่าท่านไม่รู้จักความรัก แท้จริงอาจเป็นข้ามากกว่าที่ไม่เข้าใจ”

“ไม่หรอกดอกทานตะวันน้อย ข้าเองก็ไม่ได้เข้าใจความรักมากมายขนาดนั้น อย่างที่ข้าบอกเจ้า เพราะข้ามองในฐานะคนนอก ข้าจึงมองได้กว้างกว่า

แต่หากเป็นเรื่องหัวใจของข้าเอง ข้าก็ไม่อาจเข้าใจอะไรเลย ไม่เคยเข้าใจว่าทำไมจึงยังรัก ยังหวังดี กับผู้ที่ไม่เคยแลมองข้า

คนที่ข้ารักเฝ้ามองแต่ข้างบน ไม่เคยก้มมามองข้า ผู้ที่เฝ้าดูแลและเคียงข้างเสมอ

ข้าไม่อาจเข้าใจเลย ว่าทำไมข้าไม่อาจเลิกรักเจ้าได้เลย แม่ดอกทานตะวัน” ผืนดินกระซิบแผ่วเบากับสายลม


ขอบคุณนิทานจาก KMay สุเมษา จำรูญศิริ เว็บ GotoKnow