นิทานปลาขาดน้ำ

20190823

วันนี้วันศุกร์ มาฟังนิทานกันนะครับ

ครอบครัวของจวงโจวยากจนมาก เขาจึงไปขอยืมข้าวจากเจียนเหอโหว

เจียนเหอโหว กล่าวว่า

“ทำไมจะไม่ได้ล่ะ เร็วๆ นี้ข้าจะได้รับเงินภาษีจากไพร่ในที่ดินศักดินาของข้า เมื่อได้มาแล้วข้าจะให้ท่านยืมสามร้อยตำลึงทอง”

จวงโจวหน้าแดงด้วยความโกรธ กล่าวว่า

“เมื่อวานนี้ ขณะที่ข้ากำลังเดินทางมาที่นี่ ก็ได้ยินเสียงร้องเรียกชื่อข้า เมื่อหันไปรอบๆก็เห็นปลาหมอตัวหนึ่งนอนดิ้นกระเสือกกระสนอยู่ในรอยเกวียน ข้าจึงร้องถามไปว่า “เจ้าปลา เจ้ามาทำอะไรที่นี่?”

มันตอบว่า “ข้าคืออำมาตย์แห่งทะเลบูรพา ขอน้ำแก่ข้าสักกระบวยหนึ่ง เพื่อยังชีวิตอยู่ต่อไป”

ข้าก็บอกมันไปว่า “ทำไมจะไม่ได้ล่ะ ข้ากำลังมุ่งสู่แดนใต้ไปยังแคว้นอู๋และแคว้นเย่ว์ และจะขุดร่องเปลี่ยนเส้นทางน้ำมายังที่ที่ท่านนอนอยู่นี้”

ปลากล่าวตอบด้วยความโกรธว่า “ข้ากำลังสูญสิ้นพลังชีวิต! ไม่อาจดิ้นรนไปไหนได้อีก หากท่านให้น้ำแก่ข้าสักกระบวยหนึ่ง ข้าก็จะมีชีวิตอยู่ต่อไป แต่ถ้าท่านให้คำตอบแก่ข้าเช่นนั้น ท่านก็จะได้เห็นข้ากลายเป็นปลาแห้งที่แผงขายปลาในตลาด”

—–

ขอบคุณนิทานจาก Manager Online: จวงจื่อขอยืมข้าวจากเจียนเหอโหว

นิทานสาวกขงจื่อ

20190816

วันนี้วันศุกร์ มาฟังนิทานกันนะครับ

จวงจื่อไปเยี่ยมคารวะหลู่ไอกง หลู่ไอกงเอ่ยขึ้นว่า “ในเขตแคว้นหลู่นี้มีสาวกขงจื่อมากมาย แต่ดูเหมือนจะมีน้อยคนนักที่ศึกษามรรคาของท่าน”

“ภายในแคว้นหลู่นี้แทบไม่มีใครเป็นสาวกขงจื่อเลย” จวงจื่อโต้แย้ง

“แต่ประชาชนทั่วทั้งแคว้นนี้ ล้วนสวมอาภรณ์สำนักขงจื่อ” หลู่ไอกงโต้ “ท่านกลับมาพูดว่าแทบไม่มีใครเป็นสาวกขงจื่อได้อย่างไรกัน?”

“ข้าได้ยินมาว่าบรรดาสาวกขงจื่อสวมหมวกทรงกลม เพื่อแสดงว่าพวกเขาหยั่งรู้วัฏจักรแห่งฟ้า พวกเขาสวมรองเท้ารูปทรงสี่เหลี่ยม เพื่ออวดแสดงว่าหยั่งรู้รูปทรงของพิภพ พวกเขาติดเครื่องประดับหยกครึ่งเสี้ยวที่สายคาดเอวห้าสีเพื่ออวดอ้างความมีวิจารณญาณ

แต่วิญญูชนผู้รอบรู้ในหลักการไม่จำเป็นต้องสวมอาภรณ์ที่แสดงถึงสำนักคิด ขณะเดียวกันผู้คนก็อาจสวมเครื่องแบบโดยปราศจากความรู้เข้าใจในหลักการ หากท่านไม่เชื่อก็ลองติดประกาศว่า ‘บรรดาผู้ที่สวมชุดอาภรณ์สำนักขงจื่อโดยไม่ปฏิบัติตามหลักการดังกล่าว จะต้องโดนประหารชีวิต’”

ไอกงจึงออกประกาศดังกล่าว และภายในห้าวันก็ไม่มีผู้ใดในแคว้นหลู่กล้าสวมชุดอาภรณ์ขงจื่ออีกเลย มีเพียงชายชราผู้หนึ่งสวมอาภรณ์สำนักขงจื่อ มาหยุดยืนที่หน้าประตูจวนของไอกง

ไอกงเชิญชายชราผู้นั้นเข้ามาและตั้งคำถามเกี่ยวกับกิจการของแผ่นดิน ถกเถียงประเด็นซับซ้อนลึกซึ้งนับพัน ชายชราผู้นั้นก็ตอบอย่างถูกต้องแม่นยำไม่ตกหล่นแม้คำเดียว

จวงจื่อจึงกล่าวขึ้นว่า “ทั่วทั้งแคว้นหลู่นี้ มีเพียงชายชราผู้นี้เท่านั้นที่เป็นขงจื่ออย่างแท้จริง ท่านพูดได้อย่างไรว่ามีสาวกขงจื่อทั่วทั้งแผ่นดิน”

—–

ขอบคุณนิทานจาก MgrOnline: หลู่ไอกงปราบผู้ทรงคุณธรรมจอมปลอม

นิทานตั๊กแตนจับจั๊กจั่น

20190809

วันนี้วันศุกร์ มาฟังนิทานกันนะครับ

ในสมัยชุนชิว อ๋องรัฐอู๋ นามโซ่วเมิ่ง วางแผนที่จะทำสงครามกับรัฐฉู่ ทว่ากลับถูกบรรดาเสนาบดีและขุนนางระดับสูงทัดทาน อ๋องอู๋จึงทรงพิโรธเป็นอันมาก ถึงกับลั่นว่าจาต่อหน้าสถานที่ว่าราชการท่ามกลางบรรดาขุนนางทั้งหลายว่า “ใครกล้าทัดทาน ให้บั่นคอมันเสีย! ”

แม้ว่าอ๋องรัฐอู๋จะคาดโทษไว้หนักหนาเช่นนั้น แต่กลับยังมีผู้ที่ไม่เห็นด้วยกับการก่อศึกสงครามอีกไม่น้อยที่คิดจะทัดทานไม่ให้พระองค์เคลื่อนกองทัพออกไปสู้รบอยู่ดี

ซึ่งในวังหลวงนั้นมีราชองครักษ์วัยฉกรรจ์อยู่ผู้หนึ่ง เขาคิดแผนการออกมาได้วิธีหนึ่ง โดยในทุกๆ วัน ยามเช้าตรู่ เขาจะแบกคันศรและลูกธนูเข้าไปเดินไปเดินมาอยู่ในอุทยานหลังวังหลวง ทั้งยังปล่อยให้น้ำค้างตามต้นไม้ ร่วงหล่นลงมารดตัวจนเสื้อผ้าเครื่องแต่งกายเปียกปอน

ราชองครักษ์เดินวนอยู่ในอุทยานอยู่อย่างนั้น 3 วัน จนอ๋องอู๋เกิดความสงสัย ตรัสถามไถ่ว่า “ท่านกำลังทำอะไรอยู่ เหตุใดจึงมาเดินวนเวียน ปล่อยให้เสื้อผ้าและร่างกายเปียกปอน”

ราชองครักษ์จึงกล่าวตอบว่า “เสื้อผ้าของข้าน้อยเปียก เนื่องเพราะต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่งในอุทยานแห่งนี้มีจักจั่นตัวหนึ่งอาศัยอยู่สูงขึ้นไปบนต้นไม้ ทั้งยังเปล่งเสียงร้องไม่ยอมหยุด จนทำให้เกิดน้ำค้างพร่างพรมลงมา แต่มันก็ยังร้องเพลงต่อไปโดยไม่รู้ตัวว่า ด้านหลังของมัน มีตั๊กแตนตัวหนึ่งกำลังตั้งท่าจะขย้ำเจ้าจั๊กจั่นนั้นเป็นอาหาร…

ตั๊กแตนค่อยๆ ยืดตัวขึ้น ขยับเข้าใกล้จั๊กจั่นเพื่อเตรียมลงมือ ทว่าตัวมันเองนั้นก็มิได้ตระหนักเลยว่า ด้านหลังของมันยังมีนกขมิ้นอีกตัวหนึ่งที่กำลังตั้งท่ายืดคอ จะจิกกินตั๊กแตนโชคร้ายอย่างมันเช่นกัน…

แต่กระนั้น เจ้านกขมิ้นก็ไม่ได้รับรู้อีกว่า ใต้ต้นไม้ต้นนี้ยังมีข้าน้อย มนุษย์ผู้ที่กำลังน้าวคันศรเล็งลูกธนูไปที่มันอยู่ด้วย

จากเหตุการณ์นี้ เห็นได้ชัดว่าเจ้าสัตว์ทั้ง 3 ตัวนั้นต่างมองเห็นเพียงผลประโยชน์เล็กๆ น้อยๆ เฉพาะหน้า โดยลืมคำนึงถึงผลเสียที่เลวร้ายในระยะยาว”

เมื่อราชองครักษ์กล่าวจบ อ๋องอู๋จึงกล่าวว่า “ท่านกล่าวได้ดีมาก” จากนั้นจึงตัดสินใจล้มเลิกแผนการโจมตีรัฐฉู่ไปในที่สุด

—–

ขอบคุณนิทานจาก Mgr Online: ถางหลางปู่ฉาน : ตั๊กแตนจับจั๊กจั่น

รับสมัคร Time Management รอบสุดท้ายของปีนี้ วันเสาร์ที่ 7 กันยายน รอบเช้าเหลือ 3 ที่ รอบบ่ายเหลือ 12 ที่ครับ >> http://bit.ly/2ODqv0M 

นิทานหมูท้าสิงห์

20190802

วันนี้วันศุกร์ มาฟังนิทานกันนะครับ

วันหนึ่ง มีหมูที่ชอบนอนกลิ้งเกลือกในหลุมอุจจาระมาท้าสู้กับราชสีห์เจ้าป่า

ราชสีห์มองดูเจ้าหมูสกปรก แล้วกล่าวว่า

“เจ้าหมูเอ๋ย หากเจ้าต้องการชัยชนะ ข้ายินดียกชัยชนะให้เจ้าเดี๋ยวนี้เลย ข้าขอยอมแพ้เสียยังจะดีกว่าไปสู้กับหมูสกปรกอย่างเจ้า”

—–

ขอบคุณนิทานจากเพจนิทานเซน

เพิ่มเพื่อน

นิทานเลิกบุหรี่

20190726_giveup

วันนี้วันศุกร์ มาฟังนิทานกันนะครับ

หมอคนหนึ่งสูบบุหรี่จัด เป็นทั้งโรคถุงลมโป่งพองและโรคมะเร็ง

หมอมีลูกสาวเพียงคนเดียวที่หมอรักมาก เธอเพิ่งเรียนจบปริญญาตรีและสอบได้ทุนไปเรียนต่อต่างประเทศ

ใกล้ถึงวันเดินทาง ลูกสาวเผยความในใจกับพ่อ

“พ่อคะ หนูคิดว่าจะสละสิทธิ์ หนูไม่อยากไปต่างประเทศแล้ว”

พ่อตกใจ

“ไปเถอะลูก อย่าทิ้งทุนเลย ติดขัดอะไรก็บอกพ่อ”

“หนูกลัวว่า ถ้าไปเรียนต่างประเทศ กลับมาจะไม่ได้เห็นหน้าพ่ออีก”

พ่อนิ่งเงียบไป รู้ว่าลูกหมายความว่าอย่างไร จึงชวนลูกไปที่ห้องพระ

“เอาอย่างงี้ลูก พ่อจะพนมมือสาบานกับหลวงพ่อว่า วันไหนที่ลูกเดินทาง วันนั้นพ่อจะหักดิบ เลิกบุหรี่โดยเด็ดขาด หากพ่อผิดคำพูด ขอให้พ่อมีอันเป็นไป และอย่าได้ผุดอย่าได้เกิดอีกต่อไป”

ลูกสาวเงียบไปชั่วครู่

“หนูขอให้พ่อเปลี่ยนคำสาบานได้ไหม”

“ได้สิลูก”

“หนูขอให้พ่อสาบานว่า วันที่ลูกเดินทาง พ่อจะเลิกสูบบุหรี่ หากพ่อผิดคำสาบาน ขอให้ลูกสาวของพ่อคนนี้จงมีอันเป็นไป อย่าได้ผุดอย่าได้เกิดอีกต่อไป”

—–

ดัดแปลงจากเรื่องจริงจากบล็อก Prasarn Marukpitak: ขอเปลี่ยนคำสาบาน https://prasarnm.com/2019/07/19/cigarette/

นิทานเจ็บไปหมด

20190711_hurt

วันนี้วันศุกร์ มาฟังนิทานกันนะครับ

คนไข้: หมอครับ ผมเจ็บไปหมดเลย

หมอ: เจ็บตรงไหนบ้างล่ะ

คนไข้: เจ็บทุกที่เลยครับ พอผมจับหัวมันก็เจ็บ พอจับที่ขากรรไกรมันก็เจ็บ ไม่ว่าจะจับที่หูหรือที่ขา มันก็เจ็บไปหมดเลย

หมอ: งั้นหรือ ผมคิดว่านิ้วของคุณหักนะ

—–

ขอบคุณนิทานจากหนังสืออุปสรรคไม่เคยมีอยู่จริง เปรม ราวัต เขียน ดร.สลักจิต นพคุณ แปล สำนักพิมพ์ Amrain Dhamma

นิทานโถแก้วเปลี่ยนชะตา

20190711_jar

วันนี้วันศุกร์ มาฟังนิทานกันนะครับ

“มีอะไรบ้างที่ผมสามารถเรียนรู้ได้ใน 20 นาที แต่จะทำให้ชีวิตผมดีขึ้นได้ใน 30 วัน?”

ผมถามคำถามนี้กับนักปราชญ์ผู้รอบรู้ที่สุด

ชายชราฟังผมอย่างตั้งใจ ไม่เอ่ยอะไรสักคำ ก่อนจะหันหลังเดินเข้าไปในกระท่อม

อีกห้านาที เขาก็เดินออกมาพร้อมกับโหลแก้ว

“20 นาทีน่าจะมากไปนะพ่อหนุ่ม ข้ามีคำแนะนำที่ง่ายกว่านั้นซะอีก ใช้เวลาไม่ถึง 20 วินาทีด้วยซ้ำ เอ้า รับนี่ไปซะ” ชายชรายื่นโถแก้วมาให้ผม

ผมรับโถนั้นมา ดูแล้วก็เป็นโถแก้วธรรมดา ไม่ได้มีอะไรพิเศษ มันจะเปลี่ยนชีวิตผมได้ยังไงนะ

“วางโถนี้ไว้ตรงหัวเตียง ตอนเช้าเมื่อเจ้าตื่น จงหาเศษกระดาษมาเขียนวันที่ลงไป แล้วเอามันใส่ไว้ในโถ”

“ฟังดูไม่มีอะไรเลยนะครับอาจารย์ ผมอยากได้คำแนะนำที่ถึงอกถึงใจกว่านี้ คำแนะนำที่จะเปลี่ยนชะตาชีวิตผมได้ ที่อาจารย์แนะนำไม่น่าจะช่วยให้ชีวิตผมดีขึ้นได้เลย!”

“สิ่งที่ข้าบอกไม่ได้ง่ายดายเลยนะ จริงๆ แล้วมันยากมากๆ ด้วยซ้ำ รับรองได้เลยว่าเมื่อเจ้ากลับมาหาข้าในอีก 30 วัน ในโถจะมีเศษกระดาษไม่ครบ 30 ชิ้นหรอก แต่ถ้ามีครบ ชีวิตเจ้าก็จะเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง”

ฟังแล้วผมไม่เชื่อเท่าไหร่ แต่ผมก็ไว้ใจนักปราชญ์ผู้นี้ ผมเลยนำโถนั้นกลับบ้าน

วันแรกช่างง่ายดาย พอนาฬิกาปลุก ผมก็ฉีกมุมกระดาษในสมุดไดอารี่ออกมา เขียนวันที่ลงไป หย่อนมันลงโถ ปิดฝา เท่านี้ก็เรียบร้อย

วันถัดมาก็เหมือนกัน

วันที่สามเป็นวันอาทิตย์ คืนก่อนหน้านั้นผมปาร์ตี้ถึงตี 3 พอตื่นมาเลยแฮงค์หนักมาก เดินโซเซเข้าห้องน้ำไปล้างหน้า เดินเข้าครัวชงน้ำมะนาวดื่ม จากนั้นก็ทำเรื่องนั้นเรื่องนี้ กว่าจะนึกเรื่องโถแก้วขึ้นมาได้ก็ปาเข้าไปเกือบเที่ยง

ซวยแล้ว!

ผมรีบวิ่งเข้าห้องนอน ฉีกเศษกระดาษมาเขียนวันที่แล้วเอามันไปหยอดในโถ ได้แต่ภาวนาว่าชายชราจะไม่รู้เรื่อง

วันจันทร์ผมถูกเจ้านายโทร.ปลุกแต่เช้าตรู่ ก่อนที่นาฬิกาจะปลุกเสียอีก ที่ออฟฟิศมีงานด่วนผมเลยต้องรีบเข้าไป

หลังจากกรำศึกหนักมาทั้งวัน ผมกลับถึงบ้านเกือบเที่ยงคืน ทิ้งตัวลงที่นอนโดยไม่ได้อาบน้ำ ระหว่างที่ครึ่งหลับครึ่งตื่นผมนึกถึงเรื่องโถแก้วขึ้นมาได้ แต่ก็เหนื่อยเกินกว่าจะทำอะไรแล้ว

พอถึงวันที่ห้า ผมก็เลิกนึกถึงโถแก้วไปเลย

หนึ่งเดือนผ่านไปไวเหมือนโกหก ได้เวลากลับไปหาอาจารย์แล้ว ผมหยิบโถแก้วที่ฝุ่นเกาะขึ้นมา ในนั้นมีเศษกระดาษหน้าตาเศร้าๆ อยู่ 3 ชิ้น

เมื่อชายชราเห็นโถแก้ว เขายิ้มอย่างเมตตา

“ดูเหมือนเจ้าพยายามจะทำตามที่ข้าบอกนะ”

“ไม่ใช่ความผิดผมนะครับอาจารย์ อาจารย์ให้ผมทำเรื่องที่น่าเบื่อสุดๆ ไม่ได้มีอะไรที่จะช่วยเปลี่ยนชีวิตผมได้สักนิด”

“ถ้ามันเป็นเรื่องที่เปลี่ยนชีวิตเธอได้ เจ้าจะทำอะไรต่างออกไปงั้นหรือ?”

“แน่นอนสิครับ เพราะผมจะมี passion กับมัน สาบานได้เลยว่าผมจะทำมันทุกวันแน่ๆ”

“นั่นแหละปัญหาล่ะ เจ้านึกว่าแพสชั่นเป็นยาวิเศษที่จะดลบันดาลทุกสิ่ง แต่ความเป็นจริงก็คือแพสชั่นมันอยู่ได้แค่ไม่กี่วันหรอก เวลาที่เจ้าต้องเจอความลำบากยากเย็น แพสชั่นก็จะหายไปอย่างรวดเร็ว ถ้าเจ้าคิดแต่จะพึ่งพาแพสชั่นอยู่อย่างเดียว งั้นบอกข้าหน่อยว่าเจ้าจะทำอย่างไรถ้ามันหายไป?”

ผมนิ่งงัน ชายชรากล่าวต่อ

“แบบทดสอบที่ข้าให้เจ้าทำ จริงๆ แล้วมันไม่สำคัญหรอกว่าข้าให้เจ้าทำอะไร สำคัญที่ว่าเจ้าทำมันรึเปล่าต่างหาก ถึงข้าจะให้เจ้าทำอย่างอื่น เจ้าก็จะกลับมาพร้อมกับโถแก้วที่เกือบจะว่างเปล่านี้อยู่ดี บอกข้าหน่อยสิว่าเจ้าจะเขียนชะตาชีวิตใหม่ใน 30 วันได้อย่างไร ในเมื่อเรื่องง่ายๆ อย่างเขียนวันที่เจ้ายังทำไม่ได้?”

“ผมผิดไปแล้วครับอาจารย์! ผมควรจะทำยังไงต่อดี?”

ชายชรามองผมด้วยสายตาที่แน่วแน่แต่อ่อนโยน

“เจ้าก็จงกลับบ้านแล้วหลับให้สบาย พรุ่งนี้เช้าเมื่อเจ้าตื่นมา จงหยิบเศษกระดาษขึ้นมาเขียนวันที่”

แล้วชายชราก็ยื่นโถแก้วกลับมาให้ผม

—–

ขอบคุณนิทานจาก Quora: Abhimanyu Sood’s answer to What can I do for 20 minutes a day that will make my life better in 30 days?

นิทานกวาดลานวัด

20190705_sweep

วันนี้วันศุกร์ มาฟังนิทานกันนะครับ

มีเณรรูปหนึ่งที่รับหน้าที่กวาดใบไม้ที่ร่วงหล่นลงตามลานวัดให้สะอาดเอื่ยมทุกเช้า

เณรน้อยต้องใช้เวลาอย่างมากในการกวาดใบไม้ จึงพยายามขบคิดหาวิธีลดภาระ

มีพระรูปหนึ่งล่วงรู้ถึงปัญหาของเณรน้อย จึงได้เสนอแนะว่า

“ก่อนที่เจ้าจะลงมือกวาดใบไม้ ทำไมเจ้าไม่เขย่าต้นไม้แรงๆ ให้ใบไม้ร่วงลงมาให้หมดก่อนแล้วค่อยกวาดล่ะ เพียงเท่านี้เจ้าก็ไม่ต้องกวาดลานวัดอีกต่อไป”

เณรน้อยจึงรวบรวมกำลังเขย่าต้นไม้อย่างรุนแรงก่อนจะกวาดลานวัด เมื่อกวาดเสร็จเณรน้อยรู้สึกสบายใจเป็นอย่างยิ่งเพราะเชื่อว่าพรุ่งนี้จะสบายแล้ว

วันถัดมา เณรน้อยตื่นขึ้นมาด้วยความสดชื่น ทว่าเมื่อมาถึงลานวัดกลับต้องนิ่งงัน เพราะลานวัดเต็มไปด้วยใบไม้มากมายไม่แตกต่างอะไรกับวันอื่นๆ

เจ้าอาวาสที่ทราบเรื่องราวจึงเดินมากล่าวกับเณรน้อย

“ไม่ว่าวันนี้เจ้าจะพยายามเขย่าต้นไม้เท่าไร วันพรุ่งนี้ใบไม้ยังคงร่วงหล่นเช่นเดิม”

—–

ขอบคุณนิทานจากเพจ Bodhi Meditation Singapore

นิทานเศรษฐีสีเขียว

20190626_green

วันนี้วันศุกร์ มาฟังนิทานกันนะครับ

มหาเศรษฐีคนหนึ่งมีทรัพย์สินมาก แต่เป็นคนเจ้าอารมณ์ และมักจะปวดศีรษะอยู่เป็นประจำ

วันหนึ่งเขาได้ประกาศว่าจะให้รางวัลเป็นทรัพย์สินครึ่งหนึ่งแก่ใครก็ตามที่รักษาอาการปวดหัวของเขาได้

หมอและผู้เชี่ยวชาญต่างก็มาเสนอแนะวิธีรักษาโรคปวดหัวของเศรษฐีผู้นี้ มีทั้งรักษาด้วยสมุนไพรต่างๆ ยาแผนต่างๆ เอามาให้ แต่ก็ไม่มีใครสามารถทำให้อาการปวดหัวของเศรษฐีหายได้อย่างถาวร

อยู่มาวันหนึ่ง มีฤาษีตนหนึ่งมาเยี่ยมเศรษฐี เศรษฐีได้เล่าถึงโรคประจำตัวของเขาให้ฤาษีทราบ ฤาษีจึงบอกกับเศรษฐีว่า

“วิธีรักษาอาการปวดหัวของท่านง่ายนิดเดียว นั่นคือท่านจะต้องมองทุกอย่างให้เป็นสีเขียวตลอดเวลา แล้วอาการปวดหัวก็จะหายไป”

วันรุ่งขึ้น เศรษฐีจึงจ้างช่างทาสีหลายร้อยคนมาช่วยกันทาสีบ้านทุกหลังในหมู๋บ้านให้เป็นสีเขียวแถมยังซื้อเสื้อผ้าสีเขียวให้ชาวบ้านทุกคนใส่

จากนั้น ไม่ว่าเศรษฐีมองไปทางใดก็เห็นสีเขียวตลอดเวลา อาการปวดหัวของเขาก็ค่อยๆ ดีขึ้น

สองสามเดือนถัดมา ฤาษีได้กลับมาเยี่ยมเศรษฐีอีกครั้งต่ก็ต้องเผชิญกับช่างทาสีคนหนึ่งซึ่งร้องตะโกนว่า

“หยุด หยุด ท่านจะเข้ามาในหมู่บ้านนี้ในชุดนี้ไม่ได้ เดี๋ยวผมจะทาสีท่านให้เป็นสีเขียวก่อน”

ฤาษีวิ่งหนีและหลบเข้าไปในบ้านของเศรษฐี เมื่อพบกันฤาษีจึงตำหนิเศรษฐี

“ทำไมท่านถึงเสียเงินทองและเวลามากมายเพื่อเปลี่ยนสิ่งต่างๆ รอบตัวท่านเล่า
ท่านเพียงแค่สวมแว่นตาสีเขียวเท่านั้น ท่านก็จะมองเห็นทุกสิ่งรอบตัวเป็นสีเขียวแล้ว”

—–

ขอบคุณนิทานจากดร.อาจอง ชุมสาย ณ อยุธยา จากเว็บไซต์ Go To Know โดยคุณสมลักษณ์ (ลักษณวงศ์) วงศ์สมาโนดน์ 

นิทานถูกหรือผิด

20190614_rightorwrong

วันนี้วันศุกร์ มาฟังนิทานกันนะครับ

พระหนุ่มสามรูปเพิ่งบวชพรรษาแรก

พระหนุ่มรูปแรกตื่นแต่เช้ามืด เดินถือไฟฉายส่องทางเดิน เมื่อเจอหอยทากก็เก็บไปปล่อยยังที่ที่ปลอดภัยเพื่อไม่ให้พระสงฆ์เดินเหยียบ

พระหนุ่มรูปที่สองผ่านมาเห็นจึงเกิดความสงสัย

“ท่านทำเช่นนี้เพื่ออะไรกัน”

“ที่ผมทำเช่นนี้ก็เพื่อให้เกิดบารมี โดยการเพียรทำดีอยู่ทุกวัน”

“ท่านเอ๋ย รู้ตัวมั้ยว่าท่านกำลังทำให้ชาวนาเดือดร้อน ลองคิดดูว่าชาวนาต้องเสียแรงกำจัดหอยทากที่มากัดกินพืชสวนไร่นาสักเพียงใด แต่นี่ท่านกลับช่วยชีวิตให้มันขยายเผ่าพันธุ์ได้เต็มที่”

พระหนุ่มรูปที่สามได้ยิน จึงแสดงความเห็นต่าง

“มิได้เป็นดังที่ท่านว่าหรอก ท่านก็เพียงแต่อยากจะช่วยเหลือสัตว์โลกเท่านั้น ไม่ได้มีเจตนาสร้างความเดือดร้อนกับชาวไร่ชาวนาแต่อย่างใด”

พระหนุ่มทั้งสามโต้เถียงกันยาวนาน เมื่อไม่ได้ข้อสรุปจึงไปปรึกษาพระอาจารย์

“ผมมาบวชก็หวังแต่จะทำความดีงามให้บังเกิด ความดีก็เหมือนหยดน้ำ เมื่อสะสมทีละหยด นานวันเข้าย่อมเต็มภาชนะ แล้วเช่นนี้จะมาบอกว่าที่ผมทำเป็นบาปได้อย่างไร”

“เออ ถูกของเธอแล้ว” พระอาจารย์ตอบ

“แม้นักบวชจะเหยียบหอยทากในตอนเช้ามืด เราก็ย่อมไม่ผิดเพราะเราไม่ได้มีเจตนาจะฆ่า แต่เมื่อเราส่งเสริมให้หอยทากเหล่านี้ไม่ตาย ปล่อยให้ไปทำลายเรือกสวนไร่นาก็เท่ากับเป็นการสร้างเวรกรรมให้ชาวบ้าน สู้ปล่อยให้มันตายเองด้วยการที่เรามิได้เจตนาย่อมจะดีกว่า”

“เออ ถูกของเธอจริงๆ” พระอาจารย์กล่าว

พระหนุ่มรูปที่สามกล่าวต่อ “แม้จะเป็นสัตว์เล็กๆ ดูต้อยต่ำ แต่ทุกชีวิตก็มีคุณค่า การที่ท่านได้ช่วยชีวิตพวกมันให้รอดพ้น ก็เท่ากับเป็นการช่วยให้เราเหล่านักบวชไม่ต้องทำบาปที่เราไม่อยากทำ”

“เออ ถูกแล้วที่เธอพูดมา”

เณรน้อยที่นั่งอยู่ข้างๆ พระอาจารย์จึงเกิดความสงสัย

“ท่านอาจารย์บอกว่าที่พระพูดมาก็ถูกต้องทั้งสามท่านเลย ถ้าทุกคนถูกหมดแล้วจะมีใครผิดล่ะ และการจะถูกต้องทั้งสามคนนั้นจะเป็นไปได้ด้วยหรือ”

พระอาจารย์ยิ้มตอบ “ที่เจ้าพูดมาก็ถูกอีกนั่นแหละ”

—–

ย่อความจากนิทานเรื่อง “ถูกต้องทั้งนั้น” หนังสือ เรียนชีวิตผ่าน…นิทานเซน กระตุกความคิด สะกิดปัญญา 

หนังสือ Thank God It’s Monday ขอบคุณโลกนี้ที่มีงานประจำ พิมพ์ครั้งที่ 4 แล้ว – ร่วมสนุกกับกิจกรรมแจกหนังสือได้ที่นี่ครับ bit.ly/tgimbook4