รอคอยเนิ่นนานเพื่อความสุขที่สั้นนิดเดียว

20191230

เมื่อครั้งที่ผมได้ไปเที่ยว เที่ยว Universal Studios Japan ที่ ที่โอซาก้า เครื่องเล่นหนึ่งที่คนต่อคิวยาวที่สุดคือ Flying Dinosaur

โชคดีผมถือบัตร Express Pass เลยได้เข้าคิวด่วนพิเศษ

เครื่องเล่นสนุกมาก หวาดเสียวมาก เวียนหัวมาก และใช้เวลาเล่นแค่ 2 นาทีเท่านั้น ถ้าเล่นยาวกว่านี้มีโอกาสอาเจียนได้ง่ายๆ

เดินลงมาจากเครื่องผมก็ยังเห็นคนต่อคิวยาวเป็นหางว่าว คนหลายร้อยต้องเข้าคิว 2 ชั่วโมงเพื่อความสนุกแค่ 2 นาที

อีกเครื่องเล่นหนึ่งที่คิวค่อนข้างยาวเหมือนกันคือ Jaws ที่พาเรานั่งเรือเผชิญปลาฉลาม ผมยกให้เป็นเครื่องเล่นที่น่าผิดหวังที่สุดของ USJ ขนาดผมไม่ต้องต่อคิวยังรู้สึกว่าเสียเวลา ไม่รู้ว่าคนที่รอคิวเป็นชั่วโมงจะรู้สึกอย่างไร

ผมว่าสิ่งที่เจอในสวนสนุกมันเป็นภาพสะท้อนที่ดีของชีวิตคนเรานะครับ

เราเรียนหลายสิบปีเพื่อจะได้ใบปริญญา

เราจีบหญิงเนิ่นนานเพื่อจะได้จับมือเธอครั้งแรก

เราทำงานจนผมหงอกกว่าเงินเดือนจะแตะหกหลัก

เรามียอดเขาที่เราอยากปีนขึ้นไปให้ถึง จินตนาการเอาไว้ว่าบนยอดต้องสวยน่าดู เราจึงบุกป่าฝ่าดงหกล้มเป็นแผล ใช้เวลาเดินทางข้ามวันข้ามคืนเพื่อจะได้ขึ้นไปชมวิว

บางครั้งวิวก็สวยจับตา แต่บางคราก็อดถามตัวเองไม่ได้ว่า “แค่นี้เองเหรอ”

ได้ชมวิวเพียงไม่นาน ก็ถึงเวลาต้องเดินลงเสียแล้ว

เมื่อการรอคอย+การเดินทางมันเนิ่นนาน ส่วนช่วงเวลาแห่งความยินดีปรีดานั้นแสนสั้น ผมจึงได้ข้อคิดสองอย่าง

หนึ่งคือเมคชัวร์ว่าเขาลูกนี้คือเขาที่เราอยากปีนจริงๆ เพราะเราไม่มีเวลามากพอที่จะปีนทุกเขา อย่าเฮโลขึ้นเขาลูกนี้เพียงเพราะคนขึ้นกันเยอะ

สองคือจงสนุกไปกับการเดินทาง จะดีหรือจะร้ายก็จงแนบแน่นและดื่มด่ำไปกับมัน

เพราะความสุขตอนพิชิตยอดเขานั้นสั้นเหลือเกิน

—–

“Elephant in the Room ช้างกูอยู่ไหน” หนังสือเล่มใหม่ของผมเดินทางถึงนายอินทร์ ซีเอ็ด และ B2S แล้ว อ่านรายละเอียดได้ที่ bit.ly/eitrfacebook และอ่านรีวิวได้ที่นี่ครับ markpeak.net/elephant-in-the-room

2 ชั่วโมงแรกกับ 2 ชั่วโมงสุดท้ายของวันเราทำอะไร?

20191225b

2 ชั่วโมงแรกกับ 2 ชั่วโมงสุดท้ายของวันเราทำอะไร?

เพราะ 4 ชั่วโมงนี้มันจะกำหนดคุณภาพชีวิตของเราได้เลย

หากเราใช้เวลาสองชั่วโมงสุดท้ายไปกับเรื่องไร้ประโยชน์จนนอนตื่นสาย ส่งผลให้สองชั่วโมงแรกของวันเสียไปกับรถติดและความวุ่นวาย นั่นคือ 4 ชั่วโมงต่อวันหรือ 1000 ชั่วโมงต่อปี*

แต่ถ้าเราใช้มันอย่างชาญฉลาด 1000 ชั่วโมงนี้ก็มากพอที่จะสร้างความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้น สร้างรายได้แหล่งที่สอง อ่านหนังสือจบได้หลายสิบเล่ม หรือวิ่งได้หลายร้อยกิโลเมตร

2 ชั่วโมงแรกกับ 2 ชั่วโมงสุดท้ายของวันเราทำอะไร?

เลือกให้ดี แล้วอีก 10 ปีตัวเราในวันนั้นจะขอบคุณตัวเราในวันนี้ครับ

—-

* นับเฉพาะวันทำงาน 5 วัน 50 สัปดาห์ = 250 วัน

“ช้างกูอยู่ไหน” หนังสือเล่มใหม่ของผมวางแผงแล้ววันนี้ อ่านรายละเอียดได้ที่นี่ครับ http://bit.ly/eitrfacebook

ของสำคัญในชีวิตมันต่อรองราคาไม่ได้

201912233

สิ่งที่มาพร้อมกับยุคอินเตอร์เน็ต คือ Lifehacks หรือทางลัดในการดำเนินชีวิต

ทำอย่างไรถึงจะสำเร็จได้รวดเร็วโดยลงแรงให้น้อยที่สุด

เราจึงคุ้นเคยกับการเฟ้นหาทางลัดและการต่อรองราคากับความสำเร็จ

แต่ของสำคัญจริงๆ มันต่อรองราคาไม่ได้ ถ้าอยากได้จริงๆ ก็ต้องจ่ายราคาที่เหมาะสม

ไม่ว่าจะเป็นความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกๆ สุขภาพที่แข็งแรง หรือความก้าวหน้า(อย่างยั่งยืน)ในหน้าที่การงาน

ของเหล่านี้ไม่มีทางลัด มีแต่ทางตรงกับทางอ้อมเท่านั้น

เดินทางตรงเสียแต่ตอนนี้ จะได้ไม่เสียโอกาสและเสียดายเวลาทีหลังครับ

จะโทษคนอื่นก็ได้ แต่อย่าหวังว่ามันจะดีขึ้น

201912232

เรารักตัวเองมาก เราจึงไม่อยากเป็นคนผิด และไม่อยากเป็นคนรับผิดชอบ

ปัญหาส่วนใหญ่ที่เกิดขึ้น เราจึงมองไปที่คนอื่นก่อนเสมอ และจะบอกตัวเองว่าเราทำดีแล้ว คนอื่นต่างหากที่ไม่เข้าใจ คนอื่นต่างหากที่ใช้ไม่ได้

ข้อดีคือเราได้ปกป้องตัวตนไปอีกหนึ่งวัน ข้อเสียคือเรื่องนี้มันมีโอกาสที่จะเกิดขึ้นอีกซ้ำแล้วซ้ำเล่า

เมื่อเราคาดหวังในสิ่งที่คนอื่นทำให้ไม่ได้หรือไม่คิดจะทำ เราก็ต้องอกหักอยู่ร่ำไป

เมื่อเราได้เรียนรู้ชีวิตมากพอ เราจะเลิกคาดหวังให้คนอื่นเปลี่ยน เพราะถ้าเค้าจะเปลี่ยนเค้าคงเปลี่ยนไปนานแล้ว

การเปลี่ยนแปลงจะเกิดขึ้นได้จริงๆ เมื่อเรากลับมาสำรวจตัวเองก่อน ว่าเราเองจะทำอะไรให้มันดีขึ้นได้บ้าง หรือเราจะปรับใจของตัวเองอย่างไรได้บ้าง ทางออกมีมากกว่าหนึ่งเสมอถ้าใจเปิดกว้างพอ

จะโทษคนอื่นก็ได้ แต่อย่าหวังว่ามันจะดีขึ้น

อย่าจำกัดความเป็นไปได้ในชีวิตด้วยการโทษคนอื่นอยู่เลยนะครับ

—–

“ช้างกูอยู่ไหน” หนังสือเล่มใหม่ของผมวางแผงคริสต์มาสนี้ อ่านรายละเอียดได้ที่นี่ครับ http://bit.ly/eitrfacebook

คิดเล่นๆ ทำจริงๆ

20191217

5 ปีที่แล้ว ผมคิดเล่นๆ ว่าถ้าเขียนบล็อกได้วันละตอน วันหนึ่งก็น่าจะมีบทความมากพอรวบรวมเป็นหนังสือได้

3 ปีที่แล้ว หลังจากตัดสินใจลงฮาล์ฟเป็นครั้งแรกในชีวิต ก็คิดเล่นๆ ว่าถ้าซ้อมดีๆ อาจจะได้ Sub-2 หรือวิ่ง 21.1 กิโลเมตรจบใน 2 ชั่วโมง

1 ปีที่แล้ว หลังจากวิ่งฮาล์ฟที่สองในชีวิตจบ ก็คิดเล่นๆ ว่าปี 2562 เราอาจมีลุ้นจบมาราธอน

มาวันนี้เรื่องที่คิดไว้เล่นๆ เป็นจริงหมดเลยครับ

ผมจบมาราธอนเมื่อเดือนที่แล้ว และวิ่ง sub-2 เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา

ส่วนหนังสือ Thank God It’s Monday ขอบคุณโลกนี้ที่มีงานประจำ ที่ออกมาเมื่อ 2 ปีที่แล้วก็ขายดีอย่างน่าชื่นใจ

และที่สำคัญ หนังสือเล่มใหม่ของผมที่ “เกี่ยวกับช้าง” ก็กำลังจะวางแผงในอีกสองสัปดาห์นี้

เรื่องดีๆ ในชีวิตหลายอย่าง เกิดได้จากการคิดเล่นๆ และทำจริงๆ

คิดเล่นๆ คือคิดว่าถ้าทำได้ก็ดี แต่ถ้าไม่ได้ก็ไม่เป็นไรมั้ง

ทำจริงๆ ก็คือลงมือทำอย่างสม่ำเสมอ แต่ไม่ได้คาดคั้นว่ามันจะต้องได้เท่านั้นเท่านี้หรือเล็งผลเลิศ

คนบางคนคิดจริงจังและทำจริงจัง อันนั้นน่านับถือ แต่ผมก็รู้ตัวว่าไม่ใช่คนแบบนั้น

บางคนคิดเล่นๆ แต่ไม่เคยทำเลย อันนี้ผมก็เคยเป็นมาก่อน

ส่วนคนบางคนก็คิดจริงๆ แต่ทำเล่นๆ หรือล้มเลิกเสียกลางคัน ผมเชื่อว่าหลายคนอยู่ในกลุ่มนี้

ถ้าใครเคยคิดจริงๆ แต่ทำเล่นๆ แล้วไม่เวิร์ค ลองเปลี่ยนเป็นคิดเล่นๆ แล้วทำจริงๆ ดูได้นะครับ