โลกนี้มันช่างสับสนวุ่นวาย

20180213_chaos

หรือเราเองต่างหากที่สับสนวุ่นวาย

เพราะไม่มีใครอยู่ในโลกโดยปราศจากการปรุงแต่ง (ถ้าจะมีข้อยกเว้นก็คงเป็นพระอรหันต์)

ดังนั้น “โลก” ที่เราอยู่ จึงไม่ใช่โลกอย่างที่มันเป็น แต่เป็นโลกที่เราให้ความหมายกับมัน

สำหรับคนที่เสพข่าวการเมืองทุกวัน โลกย่อมเต็มไปด้วยคนใหญ่คนโตที่น่ารังเกียจ

สำหรับคนที่ชอบเมาธ์เรื่องใต้เตียงดารา โลกย่อมมีกลิ่นคาวๆ และเรื่องราวดราม่า

สำหรับคนที่ชีวิตมีแต่งาน โลกก็จะเต็มไปด้วยความเร่งรีบและกดดัน

ดังนั้น ถ้าไม่ชอบความรู้สึกที่ตัวเองประสบอยู่ ก็อย่าเพิ่งไปโทษโลก เพราะโลกไม่ได้ผิด

ดังคำพระท่านสอนว่า ทุกอย่างมันถูกของมันอยู่แล้ว คนเดียวที่ผิดคือเราเอง

ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องดี

เพราะนั่นหมายความว่า เราสามารถรู้สึกดีขึ้นได้ โดยที่ไม่ต้องรอหรือร้องขอให้โลกเปลี่ยน

แค่ปรับมุมมองและความคาดหวังที่เรามี โลกก็น่าอยู่ขึ้นมากมายแล้ว

—–

ขอบคุณประกายความคิดจากหนังสือ กล้าที่จะถูกเกลียด โดย คิชิมิ อิชิโร & โคะกะ ฟุมิทะเกะ

ทัพพีไม่รู้รสแกง

20180212_ladle

สมัยผมทำงานอยู่ที่ตึกอื้อจื่อเหลียง จะมีร้านหนังสือนายอินทร์ร้านเล็กๆ ที่ผมมักจะแวะไปตอนพักเที่ยง

วันหนึ่งก็ไปเจอหนังสือชื่อ “ทัพพีไม่รู้รสแกง“*  ซึ่งเป็นการ์ตูนภาพสี่สีเกี่ยวกับเรื่องราวคำสอนของพระพุทธเจ้า

สุดท้ายแล้ว ถึงผมจะไม่ได้ซื้อหนังสือเล่มนี้มา แต่ชื่อปกหนังสือก็ติดหัวผมมาจนทุกวันนี้

ทัพพีไม่รู้รสแกง หมายถึงการที่ทัพพีไม่มีทางรู้รสชาติแกง แม้ว่าจะโดนจุ่มลงไปในน้ำแกงกี่สิบกี่ร้อยครั้ง

ในบริบทของหนังสือ มันหมายถึงคนพาลที่แม้จะได้นั่งใกล้บัณฑิตตลอดชีวิต เขาก็ย่อมไม่รู้แจ้งธรรม

แต่ทัพพีไม่รู้รสแกงนั้นมีอยู่ในทุกที่

สามีที่ไม่เห็นคุณค่าของภรรยา

ลูกที่ลืมนึกถึงพ่อแม่

คนทำงานที่มองไม่เห็นว่าบริษัทที่คุณทำอยู่มันเจ๋งแค่ไหน

ลูกน้องที่ได้ทำงานกับเจ้านายที่เก่งมาก แต่กลับไม่ได้ใช้โอกาสนี้ในการพัฒนาตัวเอง

หรือแม้กระทั่งองค์กรที่มีคนเก่งๆ อยู่ในมือ แต่กลับใช้คนไม่เป็น

ทัพพีไม่รู้รสแกง ก็เหมือนนกไม่เห็นฟ้า ปลาไม่เห็นน้ำ

ใกล้กันเสียจนเราลืมมองเห็นคุณค่า

และเสียโอกาสดีๆ ในชีวิตไปมากมายครับ


* หนังสือ ทัพพีไม่รู้รสแกง เขียนโดยชัยวุฒิ สุทธิบุตร,สมชาย สุริยาสถาพร,ศิวชัย เดชะ,ภาษิต จันทรสมาน, และวลัยนุช ปานะรังษี

เวลาสุขเราสุขคล้ายๆ กัน

20180206_happysimilar

แต่เวลาทุกข์เราต่างทุกข์ในรูปแบบของตัวเอง

All happy families resemble one another, each unhappy family is unhappy in its own way.
-Leo Tolstoy

ภาพแห่งความสุขนั้นเราคุ้นชินกันดีอยู่แล้ว

ได้ทำงานสำเร็จ

ได้กินของอร่อยๆ

ได้ใช้เวลากับเพื่อนสนิทหรือคนรู้ใจ

ได้เห็นรอยยิ้มของคนที่เรารัก

อาจเป็นเพราะว่าความสุขมันเรียบง่าย ไม่ซับซ้อน มันก็เลยซ้ำๆ

ในขณะที่ความทุกข์ดูจะซับซ้อนกว่ามาก ความทุกข์จึงหลากหลายกว่าความสุข และแต่ละคนจึงมีความทุกข์ในแง่มุมที่เราอาจไม่เคยสัมผัส

บางคนอาจรวยสุดๆ แต่ก็ทุกข์เรื่องลูกไม่เอาไหน

บางคนอาจมีอำนาจมหาศาล แต่ก็ต้องระแวงตลอดเวลาว่าจะสูญเสียมันไปเมื่อไหร่

บางคนอาจงามดุจนางฟ้า แต่กลับผิดหวังเรื่องหัวใจมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน

บางคนหน้าตาดี แฟนดี ฐานะดี แต่กลับทุกข์ใจที่ไม่มีลูก

แต่ละคนล้วนมีความทุกข์ในแบบฉบับตัวเองทั้งนั้น

เมื่อรู้อย่างนี้แล้ว เราจึงไม่จำเป็นต้องอิจฉาใครเลย

เพราะแม้ว่าเขาจะดูเหนือกว่าเราทุกอย่าง แต่เชื่อเถอะว่าในบางแง่มุมเขาก็ทุกข์กว่าเราอย่างนึกไม่ถึงเลยทีเดียว

พ่อแม่รังแกฉัน

20180402_vaccine

เมื่อวานนี้ผมพา “ใกล้รุ่ง” ลูกชายวัยสองเดือนไปฉีดวัคซีนมาครับ

ตอนแรกลูกก็คุยอ้อแอ้กับหมออย่างอารมณ์ดี แต่พอโดนเข็มฉีดเข้าต้นขาซ้ายเท่านั้นแหละ ร้องไห้จ้าเลย

จบเข็มแรกไม่พอ ยังโดนเข็มสองฉีดเข้าต้นขาขวาอีก ที่ร้องอยู่แล้วเลยยิ่งร้องไห้หนัก ผมที่มีหน้าที่ตรึงแขนลูกไว้ตรงหัวเตียง เห็นหน้าแฟนตรงปลายเตียงก็รู้เลยว่าแฟนกำลังสงสารลูกจับใจ

พอหมอฉีดเข็มที่สองเสร็จ แฟนผมก็รีบเข้ามาอุ้มลูกขึ้นไปกอดทันที ปลอบประโลมและเห่กล่อมอยู่นานกว่าลูกจะสงบลง

ถ้าพูดได้ ใกล้รุ่งคงตัดพ้อว่าทำไมพ่อแม่ต้องทำร้ายหนูอย่างนี้ด้วย หนูเจ็บมากไม่เห็นเหรอ!

แต่ในมุมของพ่อแม่ แม้จะสงสารลูกแค่ไหนก็ต้องยอม เพราะรู้ดีว่าเจ็บเดี๋ยวเดียวก็หาย แลกกับภูมิคุ้มกันโรคที่จะอยู่กับลูกไปอีกนาน

ผู้ใหญ่อย่างเราก็เจอฉีดวัคซีนเช่นกัน เพียงแต่ไม่ได้ถูกฉีดด้วยเข็ม แต่ถูกฉีดด้วยสถานการณ์และคนที่ผ่านเข้ามาในชีวิต

อาจเจอเพื่อนรังแก

อาจโดนหลอกจนเสียเงินเสียทอง

อาจทำงานผิดพลาดจนโดนไล่ออก

อาจโดนหลอกให้รักแล้วทิ้งไป

ในห้วงเวลาแห่งความเจ็บปวด หลายคนต่อว่าฟ้าว่าทำไมต้องทำกับเราอย่างนี้ ไม่ต่างอะไรกับที่เด็กน้อยไม่เข้าใจพ่อแม่

ทั้งๆ ที่จริงๆ แล้วฟ้าอาจไม่ได้ต้องการรังแกเราเลย

ฟ้ากำลังฉีดวัคซีนให้เราต่างหาก

ความเจ็บปวดที่เราได้รับ ไม่นานก็จะได้รับการเยียวยา

แต่ภูมิคุ้มกันที่มีชื่อว่าประสบการณ์และสติปัญญา จะอยู่กับเราตลอดไปครับ

—–

ป.ล. เมื่อตกอยู่ในมรสุมชีวิต สังเกตดูนะครับว่าใครที่เข้ามาปลอบประโลมและโอบกอดเราเป็นคนแรก เพราะนั่นคือหนึ่งในคนที่รักเรา (และเราควรรัก) มากที่สุดครับ

เมื่อปวดฉี่กลางดึก

20180204_midnight

หลายคนไม่ได้ลุกมาเข้าห้องน้ำด้วยหลากหลายเหตุผล

เพราะแอร์เย็น เพราะง่วง เพราะขี้เกียจ ฯลฯ

เราก็เลยยอมทนนอนปวดฉี่ต่อไป แล้วภาวนาให้ตัวเองผลอยหลับไปจะได้ไม่ปวด

แต่หลายครั้งกลับนอนไม่หลับ เราจึงได้แต่นอนปวดหน่วงๆ กระสับกระส่ายกับอาการปวดไปอีก เป็นชั่วโมงนึง

จนสุดท้ายทนไม่ได้ เลยต้องลุกมาเข้าห้องน้ำอยู่ดี

จะดีกว่ารึเปล่าที่จะลุกมาเข้าห้องน้ำทันทีที่รู้สึกปวดฉี่?

ปวดปุ๊ป เข้าห้องน้ำปั๊ป  ทำภารกิจเสร็จสิ้นก็ตัวเบาหลับสบาย

ตอนกลางวันก็ไม่ต่างกัน

เรามักจะเจอปัญหาที่คล้ายๆ กับการปวดฉี่กลางดึกนี่แหละ คือเป็นปัญหาเล็กๆ ที่จะแก้เลยก็ได้ แต่ขี้เกียจแก้เพราะยังไม่มีอารมณ์ ก็เลยทนกับมันต่อไปเพียงเพราะว่าทนได้

จะดีกว่าไหม ที่เมื่อไหร่ก็ตามที่เจอปัญหาเล็กๆ น้อยๆ เราจะลงมือแก้ไขมันทันที

ก้าวข้ามความขี้เกียจและจัดการมันให้เรียบร้อย

จะได้ตัวเบา และจะได้ไม่ต้องมานั่งกระสับกระส่ายโดยใช่เหตุครับ