Do The Verb Until You Become The Noun

ถ้าอยากเป็นนักวิ่งก็จงออกไปวิ่ง

ถ้าอยากเป็นบล็อกเกอร์ก็จงเขียนบล็อก

ถ้าอยากเป็นเจ้าของธุรกิจก็จงลงมือทำธุรกิจ

ถ้าอยากเป็นคนสำเร็จก็จงทำเรื่องสำคัญให้สำเร็จ

อยากเป็นอะไรก็จงทำสิ่งนั้น

Do the verb until you become the noun

ทำไม่หยุด เดี๋ยวก็เป็นเอง


ขอบคุณประกายความคิดจากหนังสือ I Hate Running and You Can Too by Brendan Leonard

ติดตาม Anontawong’s Musings ได้ที่

https://anontawong.com (subscribe เพื่อรับบทความทางอีเมลได้)
facebook.com/anontawongblog
blockdit.com/anontawong
twitter.com/anontawong
instagram.com/anontawong
http://bit.ly/LINEanontawong

นิทานสองคนกับตะเกียง

ชายสองคนเดินไปด้วยกันในคืนเดือนแรม โชคดีที่ชายคนหนึ่งมีตะเกียงจึงมองเห็นเส้นทางได้ไม่ยากนัก ชายคนที่ไม่มีตะเกียงเบาใจว่ายังไงก็คงถึงที่หมายแน่นอน

แต่แล้วทั้งสองก็เดินมาถึงทางแยก ชายถือตะเกียงต้องเลี้ยวไปอีกทาง ทิ้งให้ชายที่ไร้ตะเกียงยืนอยู่ตรงนั้น เส้นทางที่เขาต้องไปต่อนั้นมืดมิด เขาได้แต่ก่นด่าตัวเองอยู่ในใจ

“ทำไมข้าไม่ถือตะเกียงมาเอง ทำไมข้าไม่เรียนรู้วิธีจุดตะเกียงจากชายคนนั้น ต่อให้ตะเกียงข้าเล็กแค่ไหนมันก็น่าจะพอส่องทางให้ข้าได้บ้าง ก่อนหน้านี้ข้าคิดว่าทุกอย่างไปได้สวย แต่จู่ๆ ข้าก็กลับกลายเป็นคนอับจนไร้หนทาง”


ขอบคุณนิทานจาก Osho’s Stories: Travellers and a Lamp

ติดตาม Anontawong’s Musings ได้ที่

https://anontawong.com (subscribe เพื่อรับบทความทางอีเมลได้)
facebook.com/anontawongblog
blockdit.com/anontawong
twitter.com/anontawong
instagram.com/anontawong
http://bit.ly/LINEanontawong

ถ้าเราไม่ใช่คนที่หลักแหลม ก็ต้องเป็นคนที่มีความอดทน

“I rarely have good ideas.

To overcome this limitation, I think about one topic (like habits) for an unreasonable amount of time. Then, I revise, revise, revise until only the best stuff remains. It’s slow, but it works.

You can either be a genius or you can be patient.”
-James Clear

เมื่อศึกษาคนที่ประสบความสำเร็จ เราจะรู้ว่าส่วนใหญ่พวกเขาไม่ได้คนฉลาดกว่าคนทั่วไป แต่สิ่งพวกเขามีเหมือนกันคือความกล้าที่จะเริ่มต้น และความอดทนไม่ยอมแพ้

อย่างที่เจมส์ เคลียร์ ผู้เขียนหนังสือเบสต์เซลเลอร์อย่าง Atomic Habits กล่าวไว้ว่าเขาไม่ค่อยมีไอเดียดีๆ หรอก แต่เขาอยู่กับไอเดียนั้นนานเพียงพอที่จะกลั่นกรองจนเหลือแต่ของดีๆ เพราะถ้าเราไม่ได้เป็นคนฉลาดหลักแหลมแบบจีเนียส มันก็มีอีกวิธีคือเราต้องมีความอดทนเพียงพอและเป็นคนที่รอได้

ลองถามตัวเองว่ามีเรื่องไหนที่เราสนใจแต่ยังไม่เก่ง และลองให้เวลากับมันอย่างจริงจังดูสักตั้ง อยู่กับมันให้นานกว่าที่คนทั่วไปพร้อมจะอยู่

เพราะนั่นอาจจะเป็นทางเดียวที่เราจะถ่องแท้และใช้ความรู้นั้นเพื่อสร้างความแตกต่างให้ชีวิตเราได้อย่างแท้จริงครับ


ติดตาม Anontawong’s Musings ได้ที่

https://anontawong.com (subscribe เพื่อรับบทความทางอีเมลได้)
facebook.com/anontawongblog
blockdit.com/anontawong
twitter.com/anontawong
instagram.com/anontawong
http://bit.ly/LINEanontawong

Alignment -> Success

“What’s the most important thing to remember when it comes to success? One word: alignment. Success is not the result of any single quality; it’s about alignment between who you are and where you choose to be. The right skill in the right role. A good person surrounded by other good people.”
–Eric Barker

Alignment เป็นคำที่ผมชอบมากคำหนึ่ง

Align หมายถึงจัดให้อยู่ในแนวเดียวกัน

Alignment ในบริบทนี้ก็คือการจัดวางชีวิตให้สอดประสานและช่วยเหลือกันในทุกด้าน

ผมเคยเขียนเอาไว้ว่าหนึ่งในสัญญาณของการมีวุฒิภาวะก็คือ “ข้างนอกอย่างไร ข้างในอย่างนั้น”

สิ่งที่เราพูดและทำนั้นสะท้อนสิ่งที่เราคิด มันคือความจริงใจที่มีต่อทั้งตัวเองและผู้อื่น และมันคือการ align กันของความคิด การกระทำและคำพูด

ถ้างานที่เราทำมัน align กับเป้าหมายขององค์กร งานที่เราทำย่อมเกิด impact

ถ้าวิธีทำงานของเรา align กับวิธีการทำงานของหัวหน้า หัวหน้าก็จะไม่มาวุ่นวายกับเรามาก

ถ้ากิจวัตรของเรา align กับตัวตนที่เราอยากเป็น เราก็จะรู้สึกอยู่ลึกๆ ว่าเรามาถูกทางแล้ว

ในทางกลับกัน ถ้าเรารู้สึกว่ามีอะไรติดๆ ขัดๆ หรือมีความไม่สบายใจอะไรบางอย่าง ก็เป็นไปได้ว่ามันมี misalignment

อาจจะเป็นเป้าหมายที่เราตั้งไว้ตามคนอื่น ทั้งๆ ที่จริงๆ แล้วเราไม่ได้ให้ความสำคัญกับมันขนาดนั้น เช่นบางคนตั้งเป้าหมายว่าจะมีเงินล้านให้ได้ก่อนอายุ 30 โดยที่ยังไม่รู้ว่าจะมีเงินล้านไปเพื่ออะไร

หรืออาจจะเป็นงานบางอย่างที่เรารู้สึกว่าไม่ได้สร้างคุณค่า เราก็เลยรู้สึกต่อต้านอยู่ในใจมาตลอด นอกจากเหนื่อยงานแล้วเลยต้องมาเหนื่อยใจถามตัวเองด้วยว่านี่เรากำลังทำอะไรอยู่

หาให้เจอว่าเรามี misalignment อยู่ตรงไหนแล้วพยายามไปคลี่ปมตรงนั้น ถ้าเลี่ยงสิ่งที่ต้องทำไม่ได้ก็ต้องหาความหมายของมันให้เจอ

Success คือ Alignment และ Alignment นำไปสู่ Success

เมื่อมิติส่วนใหญ่ในชีวิตสอดประสานกัน เราก็จะรู้สึกสำเร็จได้โดยไม่ต้องเอาตัวเองไปเปรียบเทียบกับใครครับ


ติดตาม Anontawong’s Musings ได้ที่

https://anontawong.com (subscribe เพื่อรับบทความทางอีเมลได้)
facebook.com/anontawongblog
blockdit.com/anontawong
twitter.com/anontawong
instagram.com/anontawong
http://bit.ly/LINEanontawong

อย่ามัวกังวลสายตาของคนอื่น

อาจารย์เสกสรรค์ ประเสริฐกุลเคยกล่าวไว้ว่า ต้นทุนของการเป็นตัวของตัวเองนั้นอาจไม่ได้สูงอย่างที่คิด

เพราะไม่ว่าเราจะทำอะไร เพื่อนแท้ย่อมเข้าใจ คนทั่วไปไม่สังเกต ส่วนศัตรูนั้นยังไงมันก็มองเราไม่ขึ้น

ไม่ได้หมายความว่าเราจะเป็นคนไม่ฟังใคร เพราะหากคำทัดทานหรือคำวิจารณ์นั้นมาจากคนที่ปรารถนาดี เราก็ควรใส่ใจเช่นกัน

แต่เมื่อคิดมาดีแล้ว ฟังคนที่เราควรฟังแล้ว ตัดสินใจไปแล้ว ก็อย่าไปกังวลสายตาของคนอื่นเลย

“It never ceases to amaze me: we all love ourselves more than other people, but care more about their opinion than our own.”
-Marcus Aurelius

รักตัวเองกับรักตัวตน เป็นคนละอย่างกันนะครับ


ติดตาม Anontawong’s Musings ได้ที่

https://anontawong.com (subscribe เพื่อรับบทความทางอีเมลได้)
blockdit.com/anontawong
twitter.com/anontawong
instagram.com/anontawong
http://bit.ly/LINEanontawong