มองอะไรให้นานขึ้น

Jennifer Roberts เป็นอาจารย์วิชา American Art History ที่ Harvard

การบ้านหนึ่งที่อาจารย์มักจะให้นักศึกษาทำ คือไปเยือนพิพิธภัณฑ์ แล้วเลือกรูปภาพหรือรูปปั้นที่สนใจ

จากนั้นให้นั่งดูภาพนั้นหรือรูปปั้นนั้นเพียงอย่างเดียวเป็นเวลา 3 ชั่วโมง

คงเป็นการบ้านที่สร้างความหนักใจให้วัยรุ่น (หรือวัยไหนก็ตาม) การนั่งดูภาพหนึ่งภาพสามชั่วโมงเต็มดูเป็นเรื่องน่าเบื่อและเสียเวลาอย่างยิ่ง

Oliver Burkeman ผู้เขียนหนังสือ Four Thousand Weeks ได้ทดลองทำการบ้านนี้เช่นกัน และพบว่าผลลัพธ์นั้นน่าสนใจ

เพราะเมื่อเขาใช้เวลาอยู่กับภาพนั้นได้นานพอ เขาเริ่มสังเกตเห็นบางจุดหรือบางแง่มุมที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน และเมื่อนั่งมองไปเรื่อยๆ เขาก็จะเจอรายละเอียดใหม่ๆ ที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อนหน้าเสมอ แม้ว่าจะเข้าสู่ชั่วโมงที่สามแล้วก็ตาม

การบ้านชิ้นนี้ให้บทเรียนที่น่าสนใจ

ว่าในวันที่โลกหมุนไว เราอาจใช้เวลากับสิ่งใดสิ่งหนึ่งน้อยเกินไปหน่อย

ในวันที่ทางเลือกมีมากมาย มีอะไรให้ทำเต็มไปหมด คนเมืองไม่น้อยน่าจะใช้ชีวิตแบบ “ชะโงกทัวร์” ที่เก็บสถานที่ท่องเที่ยวได้มากมายแต่ไม่ได้ดื่มด่ำกับที่ใดเลย

เมื่อมุ่งมั่นที่จะทำได้เยอะๆ ก็เลยพลาดโอกาสที่จะทำได้ลึกๆ

เมื่อสายตาจับจ้องที่ยอดเขา ย่อมมองไม่เห็นดอกไม้ที่โตอยู่ข้างทาง

ผมเองยังไม่เคยนั่งดูภาพวาดนานสามชั่วโมง แต่ผมคิดว่าการมองอะไรให้นานขึ้นนั้นเป็นสิ่งที่ควรทำ

เอาที่จริงแล้ว เหตุผลที่ผมเลือกเขียนหัวข้อนี้ในวันนี้ เพราะเมื่อคืนผมมีจังหวะได้มองหน้า “ใกล้รุ่ง” ลูกชายวัย 6 ขวบนานกว่าปกติ

ซึ่ง “นานกว่าปกติ” ที่ว่านั้นก็กินเวลาแค่ 20-30 วินาทีเท่านั้น แต่มันก็มากพอที่สร้างความรู้สึก “ขอบคุณ” ที่มีเขาบนโลกนี้ขึ้นมา

ผมเลยมีทฤษฎีว่า เมื่อเรามองสิ่งใดสิ่งหนึ่งให้นานพอ เราจะเห็นคุณค่าของสิ่งนั้นมากขึ้น

มองหน้าลูกให้นานขึ้น มองหน้าพ่อแม่ให้นานขึ้น มองตัวเองในกระจกให้นานขึ้น มองสิ่งรอบตัวให้นานขึ้น

อาจมีแรงต้านหรือความกระสับกระส่ายเพราะเราไม่คุ้นชิน แต่หากผ่านช่วงเวลานั้นมาได้ เราอาจเห็นอะไรที่ไม่เคยเห็น และรู้สึกอะไรที่ไม่เคยรู้สึก

วันนี้เป็นวันแรกของการหยุดยาว ขอให้เราได้ใช้ชีวิตให้ช้าลง และมองอะไรให้นานขึ้นนะครับ