สิ่งเล็กๆ ในวันนี้จะยิ่งใหญ่ในวันพรุ่ง

ในปี 1782 เบนจามิน แฟรงคลิน หนึ่งในบิดาผู้ก่อตั้งสหรัฐอเมริกา ได้มอบมรดกเป็นเงิน $10,000 ให้กับเมืองฟิลาเดเฟีย โดยมีข้อแม้แค่ข้อเดียว คือห้ามนำเงินก้อนนี้ไปใช้จ่ายเป็นเวลา 200 ปี

เงินก้อนนั้นจึงถูกนำไปลงทุนในตลาดหุ้น เมื่อเวลาผ่านไป 200 ปี ของขวัญ $10,000 ก็มีมูลค่าถึง $200,000,000


Warren Buffet ได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในนักลงทุนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก ในวัย 90 ปี ทรัพย์สินของบัฟเฟ็ตต์มีมูลค่าถึง $110,000 ล้าน

แต่ทราบมั้ยครับว่าตอนที่บัฟเฟ็ตต์อายุ 44 ปีนั้น เขามีทรัพย์สินเพียง $14 ล้านเท่านั้น และกว่าจะได้เป็น billionnaire ก็อายุ 55 เข้าไปแล้ว นั่นหมายความว่า 99% ของทรัพย์สินทั้งหมดที่บัฟเฟ็ตต์ถือครองอยู่ เพิ่งจะมาเกิดขึ้นในช่วงหลังวัยเกษียณนี่เอง


นิทานเรื่องนี้ไม่ได้สอนให้เราต้องรอเป็นร้อยปีหรือทำงานจนแก่เฒ่า

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า สิ่งเล็กๆ ในวันนี้จะกลายเป็นเรื่องยิ่งใหญ่ในวันพรุ่งนี้

หนึ่งเดือนอาจจะไม่เห็นผล หนึ่งปีอาจจะไม่เห็นผล แต่ 10 ปี 20 ปี 30 ปี ผลลัพธ์จะทบต้นจนเราคาดไม่ถึง

ดังนั้น ถ้ามีอะไรที่อยากทำ ก็เริ่มทำเสียแต่วันนี้ อย่าคิดว่ามันสายเกินไป และก็อย่าไปนึกว่ารออีกหน่อยก็ได้

ให้วันเวลาเป็นเพื่อนเรา ให้ผลตอบแทนทบต้นเป็นเพื่อนเรา

แล้วเมล็ดเล็กๆ ในวันนี้จะแตกหน่อแผ่กิ่งก้านเป็นไม้ใหญ่ให้เราได้พึ่งพิงในวันหน้าครับ

อย่าหวังว่าเราจะโชคดี

เพราะความโชคดีนั้นเราควบคุมไม่ได้

สิ่งที่เราพอจะควบคุมได้ คือการฝึกตนเองให้พร้อมสู้ต่อแม้ในวันที่ฟ้าฝนไม่เป็นใจ

โชคดีจะทำให้เราเหยาะแหยะและประมาท โชคร้ายจะทำให้เราเข้มแข็งและรอบคอบ ซึ่งคุณลักษณะนี้จะอยู่กับเราไปอย่างยาวนานและไม่มีใครเอามันไปจากเราได้

วันไหนที่ไร้โชค ให้กล่าวขอบคุณโชคชะตาที่เรากำลังจะเก่งกว่าเดิม หรือถ้าฮึกเหิมหน่อยก็อาจกระซิบประโยคนี้เบาๆ – “พิชิตเถิด พิชิตข้า ชะตาเอ๋ย

เมื่อเราเป็นผู้ใหญ่พอ จะโชคดีจะโชคร้ายเราก็ใช้ประโยชน์จากมันได้ทั้งนั้นครับ


ขอบคุณประกายความคิดจาก Derek Sivers

เราไม่ได้ล้มเหลวเพราะเลือกทางผิด

เราล้มเหลวเพราะเราไม่ยอมเลือกสักทาง

เมื่อทางเลือกมีมากมาย คนรุ่นใหม่เลยเจออาการ paralysis by analysis คือมัวแต่วิเคราะห์จนทำอะไรไม่ถูก

เหมือนนิทานลาลังเล ที่ตัดสินใจไม่ได้ระหว่างเดินไปดื่มน้ำในบ่อ หรือเดินไปกินอาหารในกองฟาง มันเลยยืนงงอยู่ตรงนั้นจนขาดใจตาย

คนเราฉลาดกว่าลา แต่เราก็คิดมากกว่าลาเช่นกัน

นี่คือ passion ของฉันรึเปล่า? นี่คือตัวตนของฉันจริงรึเปล่า? ฉันเหมาะกับสิ่งนี้รึเปล่า?

เราไม่มีทางรู้คำตอบเลยจนกว่าจะเอาจริงกับมันสักตั้ง

ลองหยุดถาม ลองโยนทิ้ง passion mindset และลองใช้ craftsman mindset ที่เป้าหมายหลักไม่ใช่ความสุขแต่คือการทำเรื่องนี้ให้ได้ดีกว่าเดิม

เมื่อเราอยู่กับสิ่งหนึ่งสิ่งใดได้นานพอ และมีความชำนาญมากพอ สิ่งที่เราเรียกว่า passion จะตามมาเอง

แต่ถ้าเราเอาแต่มองหา “สิ่งที่ใช่” อยู่เรื่อยไป เราก็จะเหมือนคนขุดบ่อที่ไม่เคยเจอน้ำบาดาลเพราะไม่เคยขุดลึกพอเสียที

เราจะกลายเป็นคนที่ไม่มีความสุขเพราะมัวแต่วิ่งหาความสุขอยู่ร่ำไป

เราจึงไม่ได้ล้มเหลวเพราะเลือกทางผิด เราล้มเหลวเพราะเราไม่ยอมเลือกสักทาง

กฎทางฟิสิกส์บอกว่าพลังงานไม่มีวันสูญหายไปไหน มันแค่แปรรูปไปเท่านั้น

เมื่อเราลงทุนลงแรงกับอะไรสักอย่างด้วยความจริงจังและมุ่งมั่น เราก็ย่อมไม่เสียแรงเปล่าเช่นกัน

แต่มันจะแปรรูปเป็นทักษะและประสบการณ์อันล้ำค่าที่จะรับใช้เราไปได้ทั้งชีวิตครับ

ไม่ทำเพราะว่ามันยาก หรือมันยากเพราะไม่ได้ทำ

เรามีแนวโน้มที่จะหลีกเลี่ยงสิ่งที่เรา(ยัง)ทำไม่ได้

เราอาจจะเคยลองแล้วและทำไม่ได้ หรือเราไม่เคยคิดแม้แต่จะลองเพราะคิดว่าเราไม่ได้เหมาะกับสิ่งนี้หรือไม่มีหัวในเรื่องนี้

แต่นั่นมันคือเรื่องที่ผ่านไปแล้ว จากวันนั้นถึงวันนี้อะไรเปลี่ยนไปมากมาย เครื่องไม้เครื่องมือพร้อมกว่าเดิม แหล่งเรียนรู้มีมากกว่าเดิม และเราเองก็ไม่ได้เป็นคนเดิม

ทุกอย่างมันจะยากที่สุดตอนเริ่มต้นเสมอ ในการเดินทางไปดวงจันทร์ของยานอะพอลโล 11 ที่ใช้เวลา 100 ชั่วโมงนั้น เชื้อเพลิง 90% ถูกใช้หมดไปตั้งแต่ 9 นาทีแรก

แต่เมื่อผ่านพ้นแรงโน้มถ่วงของอดีตแล้ว เราจะใช้แรงน้อยลง เราจะรู้ว่าจะหันหัวไปทางไหน เราจะรู้ว่าจะไปต่ออย่างไร และทุกอย่างจะค่อยๆ เข้าที่เข้าทาง

อย่าดูเบาสมองของตัวเอง อย่าดูเบาความสามารถในการปรับตัวและเรียนรู้ระหว่างทาง

ลองลงมือทำแล้วจะรู้ว่ามันไม่ได้ยากอย่างที่เรากลัวครับ

อย่าพยายามมากเกินไป

คนไทยเราถูกสอนมาตั้งแต่เด็กว่า ความพยายามที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั่น

แต่ฝรั่งจะมีคำพูดที่ว่า trying too hard หรือการพยายามมากจนล้นเกิน

ถ้าเราพยายามมากเกินไปที่จะทำให้คนชื่นชอบ เราจะกลายเป็นคนน่ารำคาญ

ถ้าเราพยายามมากเกินไปที่จะร่ำรวย เราจะใช้ชีวิตไม่ต่างอะไรกับคนจน

ถ้าเราพยายามมากเกินไปที่จะมีความสุข เราจะเป็นคนที่แบกความทุกข์ตลอดเวลา

พยายามได้แต่ให้พอดี

และในบางที ดีที่สุดคือไม่ต้องพยายามครับ