อยากครอบครองหรือแค่อยากใช้งาน

ผู้ใหญ่ท่านหนึ่งที่ผมเคารพมากเคยเล่าให้ฟังว่า เขามีบ้านหลังใหญ่ แต่กลับไม่ค่อยได้อยู่บ้านเพราะต้องทำงานหนัก สุดท้ายคนใช้เลยได้อยู่บ้านมากกว่าเขาเสียอีก

ในโลกทุนนิยม ประชาชนไม่ใช่พลเมืองแต่เป็นผู้บริโภค

และผู้บริโภคอย่างเราๆ ก็จะได้รับการกรอกหูว่าซื้อสิ่งนี้แล้วชีวิตคุณจะดีขึ้น

เงินจึงหมุนไปเพราะผู้บริโภคมีหน้าที่ซื้อ ส่วนคนที่อยู่ข้างบนก็มีหน้าที่เอาเงินจากเราไปลงทุนเพื่อสร้างกำไรต่อไปไม่มีที่สิ้นสุด

ถ้าไม่อยากติดกับอยู่ในวังวนนี้ โมเดลความคิดของเราอาจต้องเปลี่ยน

สมัยก่อนหากอยากใช้อะไรเราก็ต้องไปหาซื้อมาเท่านั้น

หลายคนจึงฝันอยากมีบ้านตากอากาศริมทะเล แต่บ้านที่ไม่มีคนอยู่ บ้านที่เราไปเยือนแค่ปีละครั้งสองครั้งนั้นโทรมจะตาย กลายเป็นภาระที่ต้องหามาคอยทำความสะอาดเช็ดถูอีก

เราจึงไม่ได้ต้องการครอบครองบ้านพักตากอากาศ เราแค่ต้องการมีบ้านพักตากอากาศซักปีละ 6 วัน ส่วนอีก 359 วันที่เหลือเราไม่ต้องมีก็ได้ และบริการอย่าง Airbnb ก็ตอบโจทย์นี้


ไม่เคยมีใครที่เอารถที่เช่ามาไปล้างก่อนส่งรถคืน

แต่ถ้าเป็นรถที่เราซื้อมาเอง อย่างน้อยก็ต้องล้างซักสัปดาห์ละครั้งเพราะเป็นรถ “ของเรา”

เมื่อของเรามีมาก ภาระก็เลยมากตาม

ในฐานะที่นับถือ Elon Musk เป็นไอดอลคนหนึ่ง ผมเคยมีความฝันว่าอยากเก็บตังค์ซื้อรถเทสล่าสักคัน แต่หลังจากได้ไปเห็นของจริงในโชว์รูมที่ญี่ปุ่นแล้ว ผมก็ได้คำตอบว่าจริงๆ แล้วผมไม่ได้อยากซื้อรถเทสล่าหรอก ผมแค่อยากมีโอกาสขับเทสล่าเท่านั้นเอง

จึงชวนให้คิดว่าจริงๆ แล้วหลายสิ่งที่เราอยากครอบครองนั้น เราแค่ต้องการใช้ประโยชน์และได้รับประสบการณ์จากสิ่งนั้น แต่เราไม่ได้อยากมานั่งดูแลมันเสียหน่อย

เพราะสิ่งใดก็ตามที่เราครอบครอง สุดท้ายมันจะกลับมาครอบครองเรา

หรือนี่จะเป็นเคล็ดลับของวิชาตัวเบา ที่มุ่งตรงไปที่ประสบการณ์มากกว่าการได้มาเป็นของกู

เพราะเมื่อเป็นของกูก็ย่อมยึดติด เมื่อยึดติดก็ย่อมมีทุกข์ ความสุขชั่วคราวที่ได้จากการครอบครองดูไม่คุ้มกันเลยกับความลำบากที่จะตามมาอย่างยาวนาน

อยากครอบครองหรือแค่อยากใช้งาน

ตอบคำถามนี้ได้แล้ววิถีทางของเราอาจจะไม่เหมือนเดิมครับ