กฎ 1%

20200425c

ในปี 2010 Dave Brailsford ถูกแต่งตั้งให้เป็น performance director ของนักจักรยานทีมชาติอังกฤษ

ในประวัติศาสตร์รายการแข่งขันจักรยานที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกอย่าง Tour De France นั้น ยังไม่เคยมีนักปั่นชาวอังกฤษคนไหนคว้ารางวัลในรายการนี้ได้แม้แต่คนเดียว และนี่คือมิสชั่นที่เดฟได้รับมอบหมาย

เดฟจึงริเริ่มยุทธศาสตร์ที่เขาเชื่อว่าจะทำให้มีนักปั่นชาวอังกฤษได้ขึ้นไปยืนบนโพเดียมของ Tour De France ภายในเวลา 5 ปี

ยุทธศาสตร์ที่ว่าคือการปรับปรุงทุกภาคส่วนที่เกี่ยวกับการแข่งจักรยานให้ได้ 1%

เดฟโดยเริ่มต้นจากเรื่องเบสิคอย่างดีไซน์ของจักรยาน การรับประทานอาหาร และการฝึกซ้อมของนักกีฬา

แต่เดฟไม่ได้หยุดแค่นั้น เขายังจ้างหมอศัลยกรรมมาสอนวิธีการล้างมือให้กับนักกีฬา หาวิธีการนวดที่จะช่วยให้ร่างกายฟื้นฟูจากความเหนื่อยล้าได้อย่างรวดเร็วที่สุด และแม้กระทั่งหาหมอนที่หนุนนอนแล้วจะหลับได้ทรงประสิทธิภาพที่สุดอีกด้วย

เดฟและทีมงานมองหาทุกวิถีทางที่จะปรับปรุงทุกๆ มิติเกี่ยวกับการแข่งจักรยานให้ดีขึ้น ไม่ว่ามันจะเล็กน้อยแค่ไหนก็ตาม

แล้วนักปั่นจากอังกฤษก็คว้าเหรียญทองของ Tour De France ได้ภายในเวลาแค่ 3 ปี

ในโอลิมปิกปี 2012 ทีมชาติอังกฤษยังเอาชนะคู่แข่งจากชาติต่างๆ อย่างขาดลอยและกวาดเหรียญทองไปได้ถึง 70% ของการแข่งขันทั้งหมด

กฎ 1% บัญญัติว่า ถ้าเพียงเราปรับปรุงทุกๆ ด้านของชีวิตแค่ 1% และเริ่มต้นตั้งแต่วันนี้ ภายในหนึ่งปีชีวิตของเราจะเปลี่ยนแปลงไปได้มากมาย

ซึ่งวิธีการนี้ตรงข้ามกับคนส่วนใหญ่ ที่มักจะเริ่มต้นจาก “แรงบันดาลใจ” แล้วใช้ความฮึดเข้าแลกจนทำอะไรที่เกินตัวและมักจะล้มเลิกเสียกลางคัน

ไอเดียเรื่องกฎ 1% นี้มีคนลองเอาไปประยุกต์ใช้ เริ่มต้นจากอ่านหนังสือวันละ 20 หน้า เริ่มออกกำลังกายแบบ calisthenics วันละ 15 นาที ภายในเวลาเพียงสองเดือนก็อ่านหนังสือจบไป 9 เล่มและลดน้ำหนักไปได้ 4 กิโลครึ่ง

กฎ 1% สอนให้เรารู้ว่า เรื่องเล็กๆ ที่เหมือนจะไม่มีอะไร เมื่อเราทำมันอย่างต่อเนื่องก็มากเกินพอที่จะเปลี่ยนชีวิตเราได้ครับ

—–

ขอบคุณข้อมูลจาก Quora: Nikhil Nallaballe’s answer to What is the most clever life hack you’ve learned?

ติดตาม Anontawong’s Musings ทาง LINE: https://lin.ee/2VZMu59

ตามหาหนังสือ “ช้างกูอยู่ไหน” และ “Thank God It’s Monday” ได้ที่ whatisitpress.com และร้านหนังสือชั้นนำทั่วไปครับ