ชีวิตนั้นยากพออยู่แล้ว

20190314_hardenough

จึงไม่มีเหตุผลอะไรที่จะไปให้มันยากเกินความจำเป็น

Don’t make life harder than it has to be.

เรื่องที่เรามักจะเผลอทำให้ชีวิตยุ่งยากเกินความจำเป็น

– ปล่อยปละละเลยปัญหาเล็กๆ จนกลายเป็นปัญหาใหญ่ๆ

– ไม่ทำงานเสียแต่เนิ่นๆ ค่อยมาอัดเอาในนาทีสุดท้าย

– มุ่งมั่นที่จะเอาชนะและเป็นคนถูก จนความสัมพันธ์ถลอกปอกเปิก

– พูดสิ่งที่คิดเพื่อความสะใจ แต่ทำลายน้ำใจคนรอบข้าง

– อดหลับอดนอนเพื่อให้ทำงานได้เพิ่ม 20% แต่พอป่วยก็เสียงานไป 40%

– เสพอบายมุขเกินพอดี เปลืองเงิน เปลืองสุขภาพ เปลืองเวลา

ชีวิตไม่ใช่เรื่องง่าย แค่ใช้ชีวิตให้ได้ดีก็ตึงมือแล้ว

อย่าไปทำให้ชีวิตมันยากขึ้นด้วยการทำอะไรที่รู้ทั้งรู้ว่าไม่ฉลาดเลย

ความสำเร็จเป็นกับดักชั้นยอด

20190312_successtrap

หนึ่ง เพราะเราชอบความรู้สึกดีๆ

สอง เพราะเราไม่ชอบออกแรง

สาม เพราะเราไม่ชอบการเปลี่ยนแปลง

เมื่อเราทำอะไรสำเร็จแล้ว เราจึงมีแนวโน้มที่จะทำแบบนั้นต่อไปเรื่อยๆ เพราเราเสพติดความรู้สึกดีๆ เพราะเราไม่อยากเปลืองแรงไปลองผิดลองถูก เพราะเราไม่อยากเปลี่ยนแปลงเพราะการเปลี่ยนแปลงมาพร้อมกับความไม่แน่นอน

แต่ถึงเราจะเปลี่ยนหรือไม่เปลี่ยน ความไม่แน่นอนก็ย่อมมีอยู่ตามกฎไตรลักษณ์

ทำแบบเดิมสำเร็จมานานปี ทำแบบเดิมวันนี้อาจล้มเหลว เพราะบริบทไม่เคยเหมือนเดิม และคนก็ไม่เคยเหมือนเดิม

ความสำเร็จจึงเป็นกับดักที่อันตรายกว่าความล้มเหลว เพราะความล้มเหลวมันบังคับให้เราต้องเปลี่ยน แต่ความสำเร็จเป็นตัวบอกว่า เป็นอย่างนี้แหละดีแล้ว เป็นอย่างนี้แหละดีแล้ว เป็นอย่างนี้แหละดีแล้ว

กว่าจะรู้ตัวอีกที มันก็ไม่ได้ดีอีกต่อไปแล้ว

หลายอย่างในชีวิตก็เป็นไก่กับไข่

20190311_chickenegg

เว็บไซต์ wongnai.com ที่ให้ใครเข้ามารีวิวร้านอาหารใดก็ได้ เปิดตัวเมื่อเดือนตุลาคม 2010

และเนื่องจากเนื้อหาเกือบทั้งหมดในระบบมาจากผู้ใช้งาน (user-generated content) เราจึงจำเป็นต้องหา users มาใช้งาน Wongnai ให้มากที่สุด

สองปีแรกนั้นสาหัส เพราะรีวิวยังน้อย คนเข้ามาแล้วไม่ค่อยเจอรีวิว ก็เลยไม่ค่อยเห็นประโยชน์ ก็เลยไม่ค่อยได้เข้ามาใช้ ก็เลยยิ่งทำให้จำนวน users ไม่กระเตื้องขึ้น

เมื่อไม่มี users ก็เลยหาสปอนเซอร์มาลงโฆษณาไม่ได้ ก็เลยไม่มีเงินมาทำการตลาดเพื่อเชิญชวนให้คนมาใช้งาน Wongnai

เมื่อไม่มีรีวิวก็เลยไม่มีผู้ใช้งาน เมื่อไม่มีผู้ใช้งานก็เลยไม่มีรีวิว

—–

เวลาเราต้องย้ายไปทำงานที่เราไม่คุ้นเคย ช่วงแรกคือช่วงแห่งการ struggle หรือการฟันผ่าที่จะเรียนรู้เพื่อทำงานนั้นให้ดี

ซึ่งหากเรื่องใหม่มันยากมาก เราก็จะรู้สึกว่ามันไม่สนุก เผลอๆ อาจถึงขั้นอมทุกข์

เมื่อไม่สนุกก็เลยไม่ค่อยกระตือรือร้น เมื่อไม่กระตือรือร้นมันก็เลยไม่เก่งขึ้น เมื่อยังไม่เก่ง งานมันก็เลยไม่เคยง่ายซักที

เมื่อยังไม่สนุกก็เลยไม่เก่ง เมื่อยังไม่เก่งก็เลยไม่สนุก

—–

ผมเคยเขียนไว้ในบทความการจัดบ้านแบบ KonMari ว่า การจัดบ้านไม่ใช่แค่การจัดบ้าน แต่มันคือการจัดวางความสัมพันธ์กับข้าวของที่เรามี

โลกภายนอกนั้นเป็นกระจกสะท้อนโลกภายใน หากใจของเรายุ่งเหยิง บ้านของเราก็มีสิทธิ์ที่จะรกด้วยเช่นกัน

ในทางกลับกัน ถ้าเราจัดบ้านให้สะอาดเรียบร้อย บ้านก็จะมีพื้นที่ว่าง ซึ่งพื้นที่ว่างในตัวบ้าน จะช่วยสร้างพื้นที่ว่างในใจเรา ทำให้หัวสมองโปร่งโล่งขึ้น

บ้านจะโล่งไม่ได้ถ้าใจไม่โล่ง ใจจะโล่งไม่ได้ถ้าบ้านไม่โล่ง

—–

หลายๆ อย่างในชีวิตจึงเป็นไก่กับไข่

เมื่อเจอสถานการณ์อย่างนี้ เราควรทำอย่างไร?

เท่าที่ผมพอจะแนะนำได้ก็คืออดทนและทำมันไปพร้อมๆ กันทั้งไก่และไข่นั่นแหละ

ช่วงแรกๆ มันก็จะหนืดๆ และขัดๆ หน่อย แต่ลองกัดฟันเดินหน้าต่อไปเรื่อยๆ จนถึงจุดเปลี่ยนหรือ turning point.

เพราะถ้าจุดติดขึ้นมาเมื่อไหร่ ไก่ก็จะออกไข่ ไข่ก็จะออกไก่ เป็นวงจรประเสริฐที่คุ้มกับความเหนื่อยทั้งหมดที่ผ่านมาครับ


ตามอ่านบทความได้ทาง LINE: bit.ly/tgimline

หงุดหงิดแล้วไงต่อ

20190310_frustrated

แต่ละวันเรามีเรื่องชวนหงุดหงิดหลายสิบเรื่อง

หงุดหงิดรถติด หงุดหงิดรัฐบาล หงุดหงิดเงินไม่พอใช้จ่าย

ความหงุดหงิดจริงๆ แล้วก็มีประโยชน์ เพราะมันเป็นสัญญาณว่าเรากำลังเห็นความเป็นไปได้ที่ดีกว่าตอนนี้ – you can see a better possibility.

คำถามก็คือ พอเราหงุดหงิดแล้วยังไงต่อ?

ผมหงุดหงิดแล้วอาจเขียนบล็อก เช่นบทความ “ใครเบื่อรถติดบนทางด่วนพระราม 9 โปรดอ่าน

ดาบวิชัยหงุดหงิดกับความแห้งแล้งในจังหวัดบ้านเกิด จึงปลูกต้นไม้ทุกวันมา 30 ปี รวมแล้วกว่า 3 ล้านต้น

Brian Chesky กับ Joe Gebbia หงุดหงิดที่ไม่มีเงินจ่ายค่าเช่าห้อง เลยซื้อเตียงลมมาไว้ในห้องแล้วลงประกาศให้คนมาเช่านอน สุดท้ายจึงกลายเป็นธุรกิจ Airbnb ที่มีมูลค่านับแสนล้าน

ถ้าหงุดหงิดแล้วมันทำให้เราเกิดการลงมือทำอะไรบางอย่าง ก็ถือว่าคุ้มค่า

หงุดหงิดแล้วเขียน หงุดหงิดแล้วปลูก หงุดหงิดแล้วสร้างธุรกิจ

แต่ถ้าหงุดหงิดแล้วแค่บ่น ก็ถือเป็นความหงุดหงิดที่ไม่สร้างการผลิต เสียสุขภาพจิตของตัวเองและคนรอบข้าง

เอาแรงและเวลาไปหงุดหงิดกับเรื่องที่เราทำอะไรได้บ้างดีกว่าครับ

อย่าหงายไพ่หมดสิ

20190310_cards

เวลามองไปที่คนฉลาด คนที่น่าชื่นชม คนที่มีของ ผมจะรู้สึกว่าเขามีบางสิ่งเหมือนๆ กัน

คือเขาเหล่านี้จะไม่พูดอะไรเยอะ แม้จะพูดบ้างแต่ก็ไม่ได้บอกหมดว่ากำลังทำอะไรอยู่และกำลังจะทำอะไรต่อ

แถมยังยากที่จะเดาใจด้วยว่าเขากำลังคิดอะไรและรู้สึกอย่างไร ไม่รู้ว่าเขากำลังดีใจ กำลังโกรธ หรือกำลังกลัว เพราะไม่ว่าสถานการณ์อะไรจะผ่านเข้ามา เขาก็ยังคงความนิ่งอยู่ได้

ดูมีชั้นเชิง ดูน่าค้นหา ดูน่ายำเกรง

ในทางกลับกัน มันก็จะมีคนอีกจำพวกหนึ่ง

คนที่เดาทางโคตรง่าย

โกรธก็โวยวาย ดีใจก็ลิงโลด กลัวก็หนีหน้า

คนที่คิดจะทำอะไรก็ต้องประกาศให้โลกรู้ คนที่หงุดหงิดหัวหน้าแล้วโพสต์ลอยๆ ขึ้นเฟซบุ๊ค

ได้ความสะใจ แต่สุดท้ายคำพูดสาธารณะอาจกลับมาทิ่มแทงเขาได้ในอนาคต

ถ้าเปรียบชีวิตเป็นการเล่นไพ่ เราก็ควรจะถือไพ่ไว้ให้มิดชิด

ถ้าแบไต๋ หงายไพ่ทุกใบให้ทุกคนเห็น ถึงจะได้ไพ่ดีมายังไงก็ยังแพ้ได้อยู่ดีครับ