ผิดเกม

20180804_wronggame

วันนี้เจอบทความหนึ่งใน Quora ที่คิดว่าเจ๋งดี เลยอยากเอามาเล่าสู่กันฟังครับ

คำถามคือ เรื่องอะไรที่คนเรามักจะพลาดโดยไม่รู้ตัว? – What is a common mistake people make without realizing it?

Sean Kernan เข้ามาตอบคำถามดังนี้ครับ

—-

เมื่อคืนนี้ผมเจอเลนส์กล้องถ่ายรูปที่ผมอยากได้เปิดประมูลขายอยู่บนเว็บ

มันเป็นเลนส์มือสองและยังไม่มีคนมาเสนอซื้อ

ผมเลยเสนอราคาไป $425

มีเวลาเหลือเพียงสองชั่วโมงก่อนจะปิดประมูล หนึ่งชั่วโมงผ่านไปก็ยังไม่มีใครมาประมูลเพิ่ม ผมเริ่มตื่นเต้นเพราะเลนส์นี้มันเจ๋งมาก

และแล้วก็มีเสียงปิ๊งป่อง

$430

อ๋อ จะแข่งเหรอ ได้เลย!

ผม: $440

เขา: $445

มั่นใจมากใช่มั้ย?

แล้วเราก็เริ่มประมูลแข่งกันอย่างดุเดือด ผมไม่รับโทรศัพท์ด้วยซ้ำเพราะต้องคอยพิมพ์ราคาใหม่ตลอด

ราคาประมูลวิ่งมาถึง $725

แล้วเขาก็เสนอราคา $730

แล้วผมก็ตาสว่าง

นี่แกจะยอมจ่ายเงินขนาดนั้นเพื่อเลนส์มือสองจริงๆ เหรอ เลนส์นี้ราคามือหนึ่งคือ $790 นะ

ผมก็เลยถอนตัวจากการประมูล

ในหลายสถานการณ์ เราไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าเรากำลังพยายาม “เอาชนะ” อยู่

ปัญหาก็คือเรากำลังเอาชนะผิดเกม (the problem is we are trying to win the wrong game)

สำหรับชีวิตคนเรา เรามักจะพบว่าต้นทุนของการเอาชนะก็คือความพ่ายแพ้
(In life, we often find that the price of winning is losing.)

—–

เป็นเรื่องปกติของคนเราที่อยากเอาชนะ เพราะมันเป็นอาหารอันโอชะของอัตตาตัวตน

แต่ทั้งๆ ที่เราคิดว่าเราชนะ เราอาจจะแพ้ก็ได้

แพ้ในการรักษาน้ำใจ แพ้ในความสัมพันธ์ แพ้ให้กับกิเลสของเราเอง

การเอาชนะไม่ใช่สิ่งผิด แต่ถ้ารู้ตัวว่าเราเป็นคนเสพติดชัยชนะ สิ่งที่ต้องระวังที่สุด คือการ win the wrong game ครับ

—–

ขอบคุณข้อมูลจาก Quora: Sean Kernan’s answer to What is a common mistake people make without realizing it?

Time Management Workshop รุ่นที่ 10 เปิดรับสมัครแล้วครับ เรียนวันเสาร์ที่ 1 กันยายนที่ Sook Station สุขุมวิท 101/2 (BTS อุดมสุข) ดูรายละเอียดได้ที่นี่ครับ https://goo.gl/eXKLhg (เหลืออีก 13 ที่)

เทคนิคการทำงานมูลค่า 13 ล้านของ Ivy Lee

20180801_ivylee

เมื่อประมาณหนึ่งร้อยปีที่แล้ว ชาร์ลส์ ชวอบ (Charles Schwab) เจ้าของ The Bethlehem Steel ที่ก่อสร้างทางรถไฟของอเมริกาคือผู้ชายที่รวยที่สุดในโลก

ชวอบมองหาหนทางที่จะเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานให้กับคนในองค์กรตลอดเวลา เขาจึงเชิญไอวี่ ลี (Ivy Lee) ซึ่งเป็นกูรูด้าน productivity ในยุคนั้นมาที่บริษัท

ลีขอเวลาคุยกับผู้บริหารของชวอบคนละ 15 นาที หลังจากพูดคุยเสร็จแล้วชวอบถามลีว่าคิดค่าที่ปรึกษาเท่าไหร่

ลีตอบว่า “ยังไม่คิดครับ รอให้ครบสามเดือนก่อน แล้วคุณคิดว่าคำแนะนำของผมมีมูลค่าเท่าไหร่ค่อยส่งเช็คมาให้ก็แล้วกัน”

เทคนิคที่ไอวี่ลีสอนให้กับผู้บริหารของชวอบนั้นเรียบง่ายมาก

1.ก่อนหมดวัน ให้เขียนงานที่สำคัญที่สุดสำหรับวันพรุ่งนี้ขึ้นมา 6 ชิ้น ห้ามมากกว่านี้ และห้ามน้อยกว่านี้

2. จัดลำดับความสำคัญของทั้ง 6 นี้จากมากไปน้อยบนกระดาษอีกแผ่นนึง

3. เช้าวันถัดมา ให้เริ่มทำงานชิ้นแรกและชิ้นเดียวเท่านั้น ห้ามทำงานอย่างอื่นจนกว่างานชิ้นแรกจะเสร็จ

4. เมื่อทำงานชิ้นแรกเสร็จแล้ว ให้ทำงานชิ้นถัดไป ถ้างานชิ้นไหนไม่เสร็จจริงๆ ค่อยย้ายไปทำวันรุ่งขึ้น

5. ทำแบบนี้ทุกๆ วัน

ในสามเดือนถัดมาชวอบส่งเช็คมูลค่า $25,000 ไปให้ไอวี่ลี

$25,000 เมื่อหนึ่งร้อยปีที่แล้ว มีค่าเท่ากับ $400,000 หรือ 13 ล้านบาทในวันนี้

แน่นอน บริบทการทำงานของวันนี้ย่อมแตกต่างจากเมื่อร้อยปีที่แล้ว เทคโนโลยีทำให้ทุกอย่างดูเร่งรีบตลอดเวลา การทำงานเพียง 6 ชิ้นโดยไม่ไขว้เขวเลยนั้นมีโอกาสเป็นไปได้น้อยมาก

แต่แม้ว่าโอกาสจะน้อย ก็อาจคุ้มค่าที่จะลองใช้เทคนิคนี้ดูนะครับ

เพราะปัญหาของคนทำงานปัจจุบัน ไม่ใช่เพราะเราทำน้อยเกินไป แต่เพราะเราพยายามทำมากเกินไปต่างหาก

ถ้าเราลองคัดแต่สิ่งสำคัญจริงๆ ขึ้นมาทำ และปรับใช้ให้เหมาะสมกับเนื้องานและข้อจำกัดที่เรามี เราอาจจะทำน้อยลงแต่ได้มากกว่าเดิมก็ได้ครับ

—–

Time Management Workshop รุ่นที่ 10 เปิดรับสมัครแล้วครับ เรียนวันเสาร์ที่ 1 กันยายนที่ Sook Station สุขุมวิท 101/2 (BTS อุดมสุข) ดูรายละเอียดได้ที่นี่ครับ https://goo.gl/eXKLhg

ในนามของความดี

20180804_goodness

ผมคิดว่าคนส่วนใหญ่เชื่อว่าตัวเองเป็นคนดี

แต่การเป็นคนดีหรือการเชื่อว่าตัวเองเป็นคนดีนั้นเป็นอันตราย เพราะเรามีแนวโน้มที่จะยกตนเหนือท่าน

เมื่อคนอื่นมีความคิดหรือโลกทัศน์ที่ไม่สอดคล้องกับเรา เราก็จะมองว่าคนเหล่านั้นเป็นคนไม่ดี และคนไม่ดีก็คือศัตรูคนดีๆ อย่างเรา

ถ้ามองย้อนกลับไปในประวัติศาสตร์ มนุษย์เราสร้างความทุกข์เข็ญไว้มากมาย และความทุกข์เข็ญเหล่านั้น เกิดจากคนที่เชื่อว่าตัวเองทำสิ่งที่ดี ทำสิ่งที่ถูกต้องอยู่

1095-1291: สงครามครูเสดที่กินเวลานับ 200 ร้อยปีและคร่าชีวิตคนไปนับแสนคน ก็เกิดจากการต่อสู้เพื่อให้ได้มาซึ่งดินแดนศักดิ์สิทธิ์เยรูซาเล็ม แต่ละฝ่ายต่างทำเพื่อพระเจ้าที่ถูกต้องเที่ยงแท้เพียงหนึ่งเดียวของตน

1939-1945: ในสงครามโลกครั้งที่สอง นาซีเข่นฆ่ายิวไปหลายล้านคน เพราะนาซีเชื่อว่าเผ่าพันธุ์อารยันของตนเองนั้นเป็นเผ่าพันธุ์ที่มีวิวัฒนาการสูงสุดและจำเป็นต้องได้รับการปกป้อง ในขณะที่ชาวยิว ชาวโรม เกย์ และคนที่ป่วยทางจิตนั้นจะต้องถูกกักขังหรือแม้กระทั่งโดนกวาดล้าง (อ่านเพิ่มเติมได้ใน Sapiens ตอนที่ 12 – ศาสนไร้พระเจ้า)

2003-2006: ในการ์ตูนเรื่อง Death Note พระเอกที่ชื่อ ยางามิ ไลท์ เก็บสมุดเด๊ธโน๊ตที่ยมฑูตทำตกเอาไว้ หากเขียนชื่อใครลงไป คนๆ นั้นก็จะตาย ไลท์ ซึ่งหัวดีและรักความถูกต้อง จึงตั้งตนเป็น “คิระ” (Kill) และเขียนชื่ออาชญากรตัวฉกาจหลายต่อหลายคนลงในเด๊ธโน๊ต ด้วยความตั้งใจว่าเมื่ออาชญากรทยอยกันล้มตายและเป็นข่าวครึกโคม ก็จะไม่มีใครกล้าทำผิด แล้วโลกก็จะเข้าสู่ดินแดนพระศรีอาริย์อย่างแท้จริง แต่คิระกลับกลายเป็นอาชญากรที่ทั่วโลกต้องการตัวเสียเอง จนเขา “จำเป็น” ต้องฆ่าคนที่เป็นอุปสรรคต่ออุดมการณ์ของคิระ ซึ่งหนึ่งในนั้นรวมถึงพ่อของตัวเอง

คนที่คิดว่าตัวเองกำลังทำชั่วอยู่นั้นทำชั่วได้ไม่มากนักหรอก

มีแต่คนที่คิดว่าตัวเองกำลังทำดี-ทำสิ่งที่ถูกต้องเท่านั้น ที่จะก่อกรรมทำเข็ญต่อคนจำนวนมากได้

อยากเป็นคนดีไม่ว่ากัน แต่อย่าตั้งตนเป็นคนดี เพราะเราอาจกลายเป็นคนที่เลวร้ายได้อย่างไม่น่าเชื่อครับ

นิทานไม้แก่

20180803_oldtree

วันนี้วันศุกร์ มาฟังนิทานกันนะครับ

ต้นไม้ต้นหนึ่งกำลังยืนเฉาตายอย่างสงบ

ต้นหญ้าบนพื้นดินถามต้นไม้

“เมื่อท่านตาย ท่านก็ไร้ประโยชน์แล้วใช่หรือไม่?”

“นี่เป็นการตายของต้นไม้ แต่เป็นการเกิดของถ่าน ตอนที่ฉันเป็นต้นไม้ ฉันให้ความร่มเย็นแก่ผู้คน ตอนฉันเป็นถ่าน ฉันให้ความอบอุ่นแก่ผู้คน”

“หลังจากที่ถ่านถูกเผาจนเหลือเพียงเถ้าล่ะ จะเป็นยังไง?” ต้นหญ้าถามต้นไม้ต่อ

“ฉันก็จะคืนสู่สภาพเดิม เป็นผงธุลีดินอีกครั้ง บำรุงต้นไม้อื่นต่อไป”

—–

ขอบคุณนิทานจากเว็บเพื่อนกัลยาณธรรม

บางครั้งเราก็ไม่ได้ต้องการเวลา

20180731_dontneedtime

เพราะของบางอย่างไม่ต้องใช้เวลา

ความคิดสร้างสรรค์ไม่ต้องใช้เวลา

ความอ่อนโยนไม่ต้องใช้เวลา

ความเบิกบานก็ไม่ต้องใช้เวลา

สิ่งที่เราต้องการจริงๆ จึงไม่ใช่เวลา แต่คือพื้นที่ว่าง – space

เราจึงควรจะสร้างพื้นที่ว่างเอาไว้ ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่ว่างในห้อง พื้นที่ว่างบนโต๊ะ พื้นที่ว่างในหัว หรือพื้นที่ว่างในใจ

ความดีงามบางอย่างเราไม่จำเป็นต้องแสวงหา แค่เอาสิ่งที่ไม่จำเป็นออกไป เตรียมพื้นที่ว่างเอาไว้ แล้วสิ่งดีๆ ก็จะไหลเข้ามาหาเราเองครับ

—–
ขอบคุณประกายความคิดจาก David Allen (ฟังมาจากพ็อดคาสท์ซักที่)

ป.ล. บางท่านอาจจะงง เมื่อวานผมเพิ่งเขียนไปหยกๆ ว่าของมีคุณค่าต้องใช้เวลาทั้งนั้น สองไอเดียที่ดูเหมือนมันขัดกัน ฝรั่งเรียกว่า dichotomy (อ่านว่าไดค้อโทมี่) ความสามารถในการเก็บสองไอเดียที่ขัดกันไว้ในหัวและตระหนักว่ามันอาจจะเป็นจริงทั้งคู่ คือสัญญาณหนึ่งว่าระดับความคิดของเราเติบโตไปอีกขั้นนะครับ