นิทานแผงลอย

20180720_stalls

วันนี้วันศุกร์ มาฟังนิทานกันนะครับ

วันหนึ่ง ฝนตกหนัก พ่อค้าแม่ขายที่ตั้งแผงขายของอยู่หน้าวัดขายของแทบไม่ได้

จนกระทั่งบ่าย พ่อค้าขายซาลาเปาเต็มซึ้ง เหลือเยอะแยะแบบนี้ ขายยังไงก็ขายไม่หมด จึงจัดแจงกินซาลาเปาเสียเอง

คนขายข้าวโพด เห็นข้าวโพดเต็มกะละมัง ขายยังไงก็ขายไม่หมด ก็จัดแจงกินข้าวโพดเสียเอง

คนขายลูกชิ้นปิ้ง เห็นลูกชิ้นปิ้งเหลือเต็มตู้ ขายยังไงก็ขายไม่หมด ก็จัดแจงกินลูกชิ้นปิ้งเสียเอง

คนขายไอศกรีม เห็นไอศกรีมเหลือเต็มถัง ขายยังไงก็ขายไม่หมด ก็จัดแจงกินไอศกรีมเสียเอง

พ่อค้าทั้งสี่ กินแต่ของตัวเอง กินไปไม่เท่าไรก็เบื่อ กินต่อไปไม่ไหว

เณรน้อยคนหนึ่งเดินออกมาจากวัด เขาซื้อของจากพ่อค้าทั้งสี่แล้วมานั่งกินที่ศาลาใกล้ๆ กินซาลาเปาเสร็จก็กินข้าวโพดต้ม กินข้าวโพดต้มเสร็จ กินลูกชิ้นต่อ กินลูกชิ้นเสร็จก็ตบท้ายด้วยไอศกรีม อิ่มอร่อยหลากรสหลายชาติ พ่อค้าทั้งสี่ต่างมองจนน้ำลายสอ

ครู่ต่อมา เณรน้อยเดินกลับเข้าวัด พ่อค้าทั้งสี่จัดแจงแลกของที่ขาย เอามากินกันอย่างเอร็ดอร่อย

—–

ขอบคุณนิทานจาก สว่างอย่างเซน โดย สุภาณี ปิยพสุนทรา

ชีวิตจะไม่ให้สิ่งที่เราต้องการ

20180711_deserve

ชีวิตจะให้สิ่งที่เราคู่ควร

Life doesn’t give you what you want. It gives you what you deserve.
-Anonymous

ถ้าเรากำลังได้สิ่งที่ต้องการ นั่นแสดงว่าสิ่งที่เราทำทั้งในอดีตและปัจจุบันสอดคล้องกับภาพในใจ

แต่ถ้าการณ์กลับตรงกันข้าม นั่นแสดงว่าความหวังกับการกระทำไม่สอดคล้องกัน

อยากสุขภาพดี แต่ยังนอนดึก

อยากมีแฟน แต่ยังไม่กล้าเอ่ยปาก

อยากเลื่อนขั้น แต่ยังทำงานไม่เรียบร้อย

เหมือนอยากได้มะม่วง แต่ไปปลูกมะเดื่อ

ต่อให้จุดธูปอ้อนวอนทั้งปี ก็คงไม่มีมะม่วงให้กินอยู่ดีจริงมั้ย?

อยากจะใช้ชีวิตอย่างนี้ไปอีกนานแค่ไหน

20180711_howlong

คำถามนี้สั้นๆ แต่ผมว่าทรงพลังนะ

ถ้าคำตอบคืออยู่อย่างนี้ก็สบายดี ต่อให้ต้องอยู่อย่างนี้ไปอีก 5 ปีก็ยังยิ้มได้ แสดงว่าคุณเป็นคนโชคดีคนหนึ่ง

แต่ถ้าคำตอบคืออยู่อย่างนี้แล้วไม่สบายตัว อยู่อย่างนี้แล้วไม่สบายใจ ก็อาจต้องสบตากับคนในกระจกแล้วบอกว่าเลิกหลอกตัวเองได้แล้ว

หลอกตัวเองว่ารอให้มีเวลาก่อน

หลอกตัวเองว่าเดี๋ยวมันก็ดีขึ้นเอง

หลอกตัวเองว่ามันก็ต้องเป็นอย่างนี้แหละ

เชื่อในกฎแห่งกรรม ไม่ได้แปลว่าควรปล่อยชีวิตไปตามยถากรรม

กรรมคือการกระทำ กรรมคือสิ่งที่เราคิด สิ่งที่เราพูด สิ่งที่เราทำ

วิบากก็คือผลลัพธ์จากกรรมต่างๆ ที่เราก่อไว้ในอดีตและพาตัวเรามาถึงสถานการณ์ในวินาทีนี้

ถ้าการกระทำยังเหมือนเดิม ผลลัพธ์ก็ย่อมเหมือนเดิม

ต่อเมื่อเราเปลี่ยนการกระทำเท่านั้น ผลลัพธ์ถึงจะเปลี่ยน

และเวลาที่ดีที่สุดที่จะเริ่มเปลี่ยนการกระทำ ก็คือวันนี้ครับ

อย่าเอาเรื่องเล็กมาเป็นเรื่องใหญ่

20180710_minor

“Learn how to separate the majors and the minors. A lot of people don’t do well simply because they major in minor things.”
-Jim Rohn

เรื่องที่เราสนใจและให้เวลา จะเป็นตัวกำหนดทิศทางชีวิตของเรา

คนที่ประสบความสำเร็จ คือคนที่เลือกสนใจและให้เวลากับเรื่องใหญ่ๆ และปล่อยผ่านเรื่องยิบย่อย

เรื่องใหญ่ๆ ในที่ทำงานก็เช่น
องค์กรของเรามีอยู่เพื่ออะไร
เป้าหมายปีนี้คืออะไร
หัวหน้าต้องการอะไร
ต้องทำอย่างไรถึงจะทำงานได้ดี

ส่วนเรื่องเล็กๆ ในที่ทำงานก็เช่น
ใครกำลังกิ๊กกับใคร
เที่ยงนี้กินอะไร
เมื่อวานหัวหน้าฝ่ายทะเลาะกันมันแค่ไหน
ใครจะเล่น ROV กับเราบ้าง

โดยสามัญสำนึกเราก็รู้อยู่แล้วว่าเรื่องใหญ่ๆ สำคัญกว่า แต่ก็มีคนจำนวนไม่น้อยที่ใช้เวลาไปกับการจับกลุ่มซุบซิบ เล่นเกมหรือนั่งหาของกิน

“A lot of people don’t do well simply because they major in minor things.”

รู้เรื่องชาวบ้านมากแค่ไหนก็คงไม่ได้ทำให้เงินเดือนเราขึ้น และเล่น ROV เทพแค่ไหนเราก็คงไม่ได้โปรโมต

แต่ละวันเราจึงต้องมองให้ออกว่ากำลังใช้เวลาไปกับอะไร

ยิ่งเรื่องใหญ่ ยิ่งควรให้เวลา ยิ่งเรื่องเล็ก ยิ่งควรปล่อยผ่าน

ถ้ายังทำกลับกัน ก็ไม่ต้องมาถามว่าทำไมยังไปไม่ถึงไหนซักที

เหตุผลที่เรานอนดึก

20180707_whywesleeplate

เพราะเราอยากยืดเวลาแห่งอิสรภาพออกไปให้ยาวนานที่สุด

ตอนดึก คือช่วงเวลาที่เราจะทำอะไรก็ได้ จะดูหนัง ฟังเพลง ไถไอจี เราเป็นนาย เราเลือกเองได้ทั้งหมด

ความเป็นนายของตัวเองจะหมดไปตอนที่เราตื่นนอน ต้องรีบอาบน้ำ รีบออกจากบ้านไปฝ่ารถติดและฝูงชน ถึงออฟฟิศแล้วก็ต้องทำงานที่ได้รับมอบหมายมา

จึงไม่แปลกที่คนไม่น้อยหลงใหลการนอนดึก เพราะนั่นเป็นเวลาเดียวที่เราสามารถทำอะไรโดยที่ไม่ต้องมีใครมาบังคับ

ยิ่งตอนกลางวันเราใช้ชีวิตเหมือน “บ่าว” มากเท่าไหร่ ตอนกลางคืนเราก็มีแนวโน้มที่จะโหยหาชีวิตแบบ “เจ้านาย” มากขึ้นเท่านั้น

แต่แม้เราจะใช้ชีวิตตอนกลางดึกอย่างเจ้าขุนมูลนายมากแค่ไหนก็ตาม ชีวิตก็อาจไม่ดีขึ้นเท่าไหร่

เหตุผลเพราะตอนกลางค่ำกลางคืนคือช่วงเวลาที่ willpower หรือ “พลังใจที่จะทำสิ่งที่มีประโยชน์” นั้นเหลือน้อย เราจึงมักเผาเวลาไปกับเรื่องที่ไม่ได้สร้างประโยชน์ในระยะยาว มันแค่ทำให้เรารู้สึกดีขึ้นชั่วประเดี๋ยวประด๋าว ตื่นเช้ามาก็กลับเข้าวงจรเดิม

ทางเลือกหนึ่งที่จะยังคงมอบความรู้สึกเป็น “เจ้านาย” ให้กับเราได้ คือตื่นให้เช้าขึ้น

เช้ากว่าที่โลกตื่น เช้าเกินกว่าจะมีใครมากะเกณฑ์ให้เราทำอะไรได้

แถม willpower ของเรายังเต็มแม็กซ์อีก จึงมีแนวโน้มที่เราจะทำแต่สิ่งที่มีประโยชน์ในระยะยาวกับตัวเราเอง (คุณเคยเห็นใครตื่นนอนตอนตี 4 เพื่อมาดู Netflix มั้ย? ผมไม่เคยนะ)

เพราะฉะนั้น หากคุณเป็นคนนอนดึก ลองสำรวจตัวเองนะครับว่าเรานอนดึกเพราะโหยหาอิสรภาพรึเปล่า

ลองปรับมาตื่นเช้าแทน เราอาจจะได้ทั้งอิสรภาพ และอาจมอบของขวัญชิ้นงามให้ตัวเองในอนาคตก็ได้ครับ

—–
ขอบคุณประกายความคิดจาก Quora: Takudzwa Razemba’s answer to What are some of the awesome facts you believe very few people know?