เราควรตั้งเป้าหมายให้ต่ำเข้าไว้

20170927_smallgoals

จริงๆ ผมก็ไม่ได้ต่อต้านการตั้งเป้าหมายสูงๆ นะครับ

เพียงแต่อยากมานำเสนอทางเลือกสำหรับคนที่เคยตั้งเป้าหมายสูงแล้วแป้ก

ซึ่งผมเองก็เป็นหนึ่งในนั้น

รูปประกอบของบทความนี้เป็นตารางที่เอาไว้จดว่าผมวิดพื้นไปกี่ทีแล้ว

สังเกตได้ว่ามันเป็นของเดือนกรกฎาคม และพื้นที่ถูกแรเงาไปแค่ 1 ใน 4

โดยผมตั้งเป้าหมายให้ “เร้าใจ” ด้วยการบอกว่าจะวิดพื้นให้ครบ 3000 ครั้งในหนึ่งเดือน ซึ่งถ้าคิดเฉลี่ยก็คือวันละ 100 ครั้ง

2-3 วันแรกก็ฟิตดีอยู่หรอก แต่พออุ้มลูกแล้วมีอาการไหล่ยอก ก็เลยต้องหยุดไปหลายวัน พอจะกลับมาวิดพื้นได้ใหม่ก็รู้สึกว่าเป้าหมายมันเริ่มไกลเกินเอื้อม หลังๆ เลยไม่ยอมดูตารางนี้และหยุดวิดพื้นไปเสียดื้อๆ (แต่ก็ยังแปะเอาไว้เป็นอนุสรณ์สำหรับอนาคต)

ผมว่าโลกธุรกิจนั้นเหมาะกับการตั้งเป้าหมายสูงๆ เพราะมันมีแรงขับดันมากพอจากทุกๆ ด้านที่บังคับให้เราต้องทำตามเป้าหมายนั้น ไม่ว่าจะเป็นลูกค้า คู่แข่ง หรือผลตอบแทนที่จะได้มาหากเราทำได้ตามเป้า

แต่ในชีวิตส่วนตัวแรงผลักดันมันไม่ได้มากขนาดนั้น ถ้าวันนี้ผมไม่วิดพื้น ก็ไม่โดนเจ้านายด่า ไม่โดนหักเงินเดือน และไม่ต้องแคร์ว่าใครจะวิดพื้นได้มากกว่าผม

พอไม่มีแรงผลักดันจากภายนอกมากพอ สิ่งเดียวที่หวังพึ่งได้คือแรงผลักดันจากภายใน ซึ่งบางคนก็มีล้นเหลือ แต่ก็ใช่ว่าทุกคนจะมีแรงขับขนาดนั้น

สำหรับคนที่รู้ตัวว่าไม่ได้จัดอยู่ในประเภท “ฝันให้ไกลแล้วต้องไปให้ถึง” ก็อย่าเพิ่งไปโทษตัวเองว่ามีวินัยหรือยังไม่มีแรงบันดาลใจมากพอ

บล็อก Anontawong’s Musings มีคนอ่านไปแล้วกว่า 2 ล้านครั้ง

ถ้าตอนที่ผมเริ่มเขียนบล็อกเมื่อสองปีที่แล้ว ผมตั้ังเป้าว่าจะต้องทำให้บล็อกผมมีคนอ่าน 2 ล้านครั้งภายในปี 2560 ผมคงหยุดเขียนไปตั้งนานแล้ว เพราะช่วง 6 เดือนแรกมีคนอ่านแค่วันละไม่กี่สิบคนเท่านั้นเอง

เป้าหมายแรกของผมในวันที่ 2 มกราคม 2558 คือเขียนบล็อกติดต่อกันให้ได้ 3 วัน

พอเขียนครบ 3 วัน ก็ขยับเป้าเป็น 1 สัปดาห์

พอเขียนครบ 1 สัปดาห์ ก็เริ่มมั่นใจมากขึ้น เลยบอกตัวเองว่าจะเขียนให้ครบ 1 เดือน

พอเขียนครบ 3 เดือนจึงมั่นใจมากพอจนประกาศออกไปว่าจะเขียนทุกวันต่อจากนี้ไป

ถ้าคุณเคยลองตั้งเป้าหมายสูงๆ แล้วแป้กมาแล้วหลายครั้ง ลองเปลี่ยนมาเป็นตั้งเป้าหมายต่ำๆ “สำหรับวันนี้” ดูนะครับ

แทนที่จะตั้งเป้าว่าจะวิดพื้นให้ได้ 3,000 ครั้งใน 1 เดือน ก็เปลี่ยนเป็นวันนี้จะวิดพื้นให้ได้ 10 ครั้ง

แทนที่จะตั้งเป้าว่าจะลดน้ำหนัก 3 กิโลในเดือนนี้ ก็สัญญากับตัวเองว่า วันนี้ฉันจะเดินขึ้นบันไดแทนการขึ้นลิฟท์

หรือแทนที่จะตั้งเป้าว่าจะอ่านหนังสือเดือนละ 1 เล่ม ก็ตั้งเป้าว่าวันนี้ฉันจะอ่านหนังสือ 3 หน้า

เป้าหมาย 3 ปี 5 ปี คุณจะตั้งสูงเท่าไหร่ก็แล้วแต่คุณเลย

แต่เป้าหมายสำหรับวันนี้ คุณควรจะตั้งให้มันต่ำเข้าไว้ ต่ำเสียจนคุณไม่มีข้ออ้างที่จะไม่ทำมัน

พอเป้ามันต่ำ เราก็มักจะทำได้เกินเป้าเสมอ ซึ่งตรงนี้แหละจะเป็นแรงผลักดันชั้นดีที่จะทำให้เราอยากทำมันอีกในวันพรุ่งนี้

เพราะผมเชื่อว่าในเกมชีวิตส่วนตัว ความเสมอต้นเสมอปลายนั้นสำคัญกว่าความร้อนแรง

และสำหรับบางคน “ช้าแต่ชัวร์” นั้นดีกว่า “เร็วแต่ล้ม” เสียกลางทางครับ


หนังสือ “Thank God It’s Monday ขอบคุณโลกนี้ที่มีงานประจำ” เริ่มขาดตลาดแล้ว หากหาซื้อไม่ได้ สามารถสั่งออนไลน์กับผม (พร้อมลายเซ็น) ได้ที่ bit.ly/tgimorder ครับ

เปิดรับสมัคร Time Management Workshop รอบบ่ายวันเสาร์ที่ 7 ตุลาคม (เหลือ 10 ที่นั่ง) ดูรายละเอียดได้ที่นี่ครับ https://goo.gl/Scii9o