เราเกิดมาเพื่อมีความสุข(?)

20170727_purposeoflife

ผมว่าเป็นเรื่องที่ดีหากเราจะคอยถามตัวเองบ้างว่า “จริงๆ แล้วเราต้องการอะไร”

เพราะบางทีเราก็ก้มหน้าก้มตามากเกินไป

ก้มหน้าก้มตากับงาน ก้มหน้าก้มตาดูแลลูก ก้มหน้าก้มตากับมือถือ ก้มหน้าก้มตากับการสังสรรค์เฮฮา

เรายุ่งกับการทำๆๆ จนบางทีก็อาจหลงลืมไปว่า ทั้งหมดนี้นั้นทำไปเพื่ออะไร

คำตอบหนึ่งก็คือ เพื่อจะได้มีความสุข

เราทำงาน จะได้มีเงินมาดูแลคนที่เรารัก จะได้เอาเงินมาซื้อความสุขได้

เราทำหน้าที่ของพ่อแม่ จะได้เห็นลูกมีความสุข แล้วเราก็มีความสุขได้

เราเล่นมือถือ จะได้รู้เรื่องชาวบ้าน จะได้เห็นอะไรแปลกๆ ใหม่ๆ ซึ่งก็ทำให้มีความสุขได้

แล้วเราก็สังสรรค์เฮฮากับเพื่อน เพราะเชื่อว่ามันสนุกและทำให้เรามีความสุขได้

แต่แม้เป้าหมายปลายทางคือความสุข แต่มันก็มีความทุกข์ปนอยู่ไม่น้อย

เพราะตอนที่ทำงานก็โดนเจ้านายกดดัน โดนลูกค้าด่า โดนปัญหาสารพัดสารพัน

เวลาดูแลลูก เราก็ต้องอดหลับอดนอน ไม่มีเวลาพักผ่อน ไม่มีเวลาให้ตัวเอง

ตอนเล่นมือถือ ถ้าอยู่กับมันนานเกินไป ยิ่งไถฟีดเท่าไหร่ก็จะยิ่งค่อยๆ รู้สึกผิดและรู้สึกแย่ลงเท่านั้น

และมีหลายครั้งที่อยู๋ในวงสังสรรค์ แต่กลับเหงายิ่งกว่าอยู่คนเดียว แถมถ้าดื่มเยอะ วันรุ่งขึ้นยังปวดหัวอีก

มันจึงมีคนอีกกลุ่มหนึ่งเชื่อว่าเราไม่ได้เกิดมาเพื่อมีความสุข

“I cannot believe that the purpose of life is to be “happy.” I think the purpose of life is to be useful, to be responsible, to be honorable, to be compassionate. It is, above all, to matter: to count, to stand for something, to have made some difference that you lived at all.”

“ผมไม่อาจเชื่อได้ว่าเป้าหมายของชีวิตคือการมีความสุข ผมคิดว่าเป้าหมายของชีวิตคือการทำตัวให้เป็นประโยชน์ มีความรับผิดชอบ มีคุณธรรม มีเมตตา และที่สำคัญที่สุดคือมีแก่นสาร มีความหมาย ได้ยืนหยัดเพื่ออะไรบางอย่าง และได้สร้างความแตกต่างให้สมกับที่เกิดมาในชาตินี้”

—Leo C. Rosten

สำหรับคุณ Leo Rosten เป้าหมายของชีวิตคือการทำให้ชีวิตนี้มีความหมายด้วยการทำตัวให้มีประโยชน์

ผมว่าเราไม่จำเป็นต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่งนะ

ผมว่าเราสามารถมีชีวิตที่สร้างประโยชน์และมีความสุขได้ด้วย เพียงแต่สองอย่างนี้บางทีมันก็อาจไม่ได้มาพร้อมกันเท่านั้นเอง

ช่วงที่งานหนักๆ หรือลูกยังอายุไม่เกิน 3 เดือน ความสุขทางกายภาพคงเป็นสิ่งหาได้ยาก แต่อย่างน้อยเราก็ยังบอกตัวเองได้ว่า สิ่งที่ทำอยู่ตอนนี้มีมีประโยชน์ ทั้งต่อสังคมโดยรวมและต่อมนุษย์ตัวน้อยๆ คนหนึ่ง

แม้กระทั่งการเล่นมือถือหรือการสังสรรค์ เราก็ยังสามารถสร้างประโยชน์ได้ เช่นเมื่ออ่านเจอบทความดีๆ แล้วแชร์ต่อให้เพื่อนอ่าน หรือเวลาไปงานปาร์ตี้ก็อาจจะบอกกับตัวเองว่าหน้าที่ของเราในคืนนี้คือทำให้เพื่อนมีรอยยิ้มและเสียงหัวเราะ

ไม่ว่าจะอยู่ในสถานการณ์หรือบริบทไหน เราสามารถทำตัวให้มีประโยชน์ได้เสมอ

และเมื่อเราทำหน้าที่อย่างเต็มที่แล้ว ผลลัพธ์ที่ตามมาก็น่าจะนำมาซึ่งความสุขและความอิ่มใจครับ


Time Management Workshop วันอาทิตย์ที่ 6 สิงหาคม ยังมีที่ว่างอีก 2 ที่ ดูรายละเอียดการสมัครได้ที่ https://goo.gl/wF7mS2

facebook.com/anontawongblog
anontawong.com/archives