อานนท์ฯ อินสิงห์บุรีตอนที่ 2

20170307_singapore2

(อ่านความเดิมตอนที่แล้วได้ที่นี่)

ออฟฟิศของกูเกิ้ลนั้นอยู่นอกตัวเมืองออกไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ สถานีที่ผมต้องลงคือสถานี Labrador Park ก่อนจะเดินออกจากสถานีจึงเพิ่งสังเกตเห็นว่า จริงๆ แล้วสถานีรถไฟใต้ดิน MRT ของเมืองไทยนี่เหมือนของสิงคโปร์มาก มากจนคิดว่าหน่วยงานที่รับผิดชอบ MRT ของเมืองไทยน่าจะมาศึกษาดูงานที่นี่อย่างละเอียด หรือไม่ก็จ้างที่ปรึกษาคนเดียวกับ MRT สิงคโปร์เลยทีเดียว เพราะที่ตื๊ดบัตรเหมือนกัน ห้องออกบัตรผู้โดยสารก็เหมือนกัน บันไดก็หน้าตาคล้ายกันอีก

ก่อนจะออกสถานีผมเลยคิดได้ว่า ห้องน้ำ MRT บ้านเราไม่เคยเปิดใช้บริการเลย ถ้าอยากจะรู้ว่าห้องน้ำ MRT ของบางกอกหน้าตาเป็นยังไง ก็ควรจะดูห้องน้ำ MRT ของสิงห์บุรีนี่แหละ พอเดินไปดูถึงได้รู้ว่าห้องน้ำไม่ใหญ่มาก มีแค่สองโถปัสสาวะและสองโถส้วม ได้ถ่ายรูปจนหายคันแล้วถึงมุ่งหน้าเดินออกจากสถานี

ผมใช้เวลาเดินอยู่ราวสิบกว่านาทีจึงถึงออฟฟิศของกูเกิ้ล แต่ผมได้เจออะไรที่กูเกิ้ลบ้างนั้นขอเก็บเอาไว้เล่าอีกตอนหนึ่งแล้วกันนะครับ

20170303_163232

บันไดคล้าย

20170303_163104

ห้องออกบัตรและที่ตื๊ดบัตรก็คล้าย

20170303_162940

ห้องน้ำ MRT กรุงเทพก็อาจจะหน้าตาคล้ายอย่างนี้ (แต่คงไม่มีส้วมแบบนั่งยองๆ)


ผมเสร็จธุระที่กูเกิ้ลตอนสองทุ่ม จึงเดินไปขึ้นรถไฟใต้ดินไปเจอเอกพงศ์ที่สถานี Clarke Quay (อ่านว่าคลาร์กคีย์) เอกมายืนรออยู่ก่อนแล้ว พาเดินขึ้นสะพานลอยไปอีกฟากเพื่อไปร้านบะกุ๊ตเต๋นามว่า Song Fa ซึ่งมีน้องหยก แฟน(ภรรยา)ของเอกรออยู่พร้อมอาหารเต็มโต๊ะ (ดูพิกัดและเซฟร้านนี้ได้ที่ Wongnai)

อาหารที่หยกสั่งมามีทั้งขาหมูพะโล้ , บ๊ะกุ้ดเต๋กระดูกหมู, ผัดผักอะไรซักอย่าง ร้านนี้เติมซุปได้ไม่อั้น มีชุดน้ำชาเป็นถ้วยเล็กๆ น่ารักไว้ให้ดื่มแก้เลี่ยน แต่ผมอยากได้อะไรเย็นๆ เพราะเดินมาทั้งวัน หยกก็เลยสั่งน้ำแห้วให้ (หยกพูดจีนได้ในระดับสั่งอาหารคล่องแคล่ว) กินแล้วรสชาติคล้ายๆ น้ำตาลสดบ้านเรา อร่อยดี

เราคุยกันเรื่องการทำงานที่นี่ เอกเป็น Implementation Project Manager ของธนาคารสัญชาติฝรั่งเศส งานไม่หนักมากแต่ก็ติดขัดในเรื่องการใช้ความคิดสร้างสรรค์เพราะเป็นองค์กรขนาดใหญ่ที่มี process ค่อนข้างเยอะ ส่วนหยกทำหน้าที่คล้ายๆ project manager เช่นกัน แต่อยู่บริษัทที่ผลิตพวก optical transmitter และต้องดีลกับโรงงานที่มาเลเซียค่อนข้างเยอะเพื่อให้ผลิตของได้ตามเวลาที่กำหนดไว้

สิ่งหนึ่งที่ทั้งหยกและเอกพูดเหมือนกันคือ nature ของคนสิงคโปร์นั้นค่อนข้างจะเกี่ยงงาน งานไหนที่เขาเห็นว่าไม่ใช่หน้าที่ของเขา เขาก็จะปัดทันที ซึ่งบ่อยครั้งก็ทำให้เรื่องราวล่าช้าไปมากเพราะไม่มีใคร take ownership

20170303_204123

บะกุ๊ตเต๋ชิ้นมหึมา

20170303_204120

หมูพะโล้

20170303_204117

ผัดผักอะไรซักอย่าง

20170303_204127

Enter a caption

20170303_204147

เอกพงศ์และผู้เขียน

กินบ๊ะกุ้ดเต๋จนอิ่มท้องแล้ว เอกกับหยกก็พาผมไปที่ “ร้านที่เอาไว้รับแขกบ้านแขกเมือง” ชื่อร้าน Level 33  ในตึก Marina Bay Financial Centre Tower ร้านนี้เป็น mircrobrewery ที่ทำเบียร์เอง ข้อดีก็คือเบียร์สดแน่ๆ แต่ข้อเสียก็คือรสชาติไม่ค่อยนิ่งเท่าไหร่

แต่ไฮไลท์ของร้านนี้คือวิวที่สวยมาก มองออกไปจะเจออาคารที่สำคัญๆ ของสิงคโปร์ทั้งหมด เหมาะแก่การพาสาวมาดินเนอร์ แต่ถ้าอยากได้โต๊ะตรงระเบียงจะต้องกินอย่างน้อย $80 พวกเรากะจะมาแค่จิบเบียร์เบาๆ จึงเลือกนั่งตรงเคาท์เตอร์ด้านในแทน

หยกอยู่สิงคโปร์มานานกว่าเอก ผมเลยถามว่าประทับใจอะไรในสิงคโปร์บ้าง หยกบอกว่าเรื่องแรกเลยคือความปลอดภัย ต่อให้เดินออกมาข้างนอกตอนเที่ยงคืนก็ไม่รู้สึกอันตราย ผมถามเขาว่ามีข่าวอาชญากรรมบ้างรึเปล่า หยกบอกว่าน้อยมากจนแทบไม่เคยได้ยิน ไม่รู้ว่าทางการปิดข่าวรึเปล่า รู้แค่ว่าแค่รถชนกันก็ขึ้นข่าวหน้าหนึ่งแล้ว!

อีกเรื่องหนึ่งที่หยกชอบคือการศึกษาที่ค่อนข้างมีคุณภาพและสาธารณูปโภคที่อังกฤษวางไว้ดี คนที่จะขับรถที่นี่ได้ต้องมีใบอนุญาติซื้อรถ ราคา 1 ล้านบาทซึ่งมีจำนวนจำกัด การเดินทางไปไหนมาไหนในสิงคโปร์จึงสะดวกและกะเวลาได้ง่ายมาก

ถามว่าแล้วเรื่องที่ไม่ชอบคืออะไร หยกคิดออกเรื่องเดียวคือค่าเช่าห้องแพง ห้องที่หยกกับเอกอยู่มีขนาด 75 ตรม.ค่าเช้าห้องเดือนละห้าหมื่นกว่าบาท (เอกใช้เวลาเดินทาง 30 นาทีถึงจะถึง Raffles Place ที่เอกทำงานอยู่) ส่วนเอกก็เสริมอีกเรื่องว่าเบียร์ที่นี่แพงเพราะเขาเก็บภาษีสูงมาก

20170303_220822

เบียร์ 0.3 litres

715626

เรานั่งกันจนถึงประมาณเที่ยงคืนจึงตัดสินใจกลับบ้าน โดยเอกเรียก Uber มารับ (คนที่นี่ขับ Grab / Uber น่าจะรุ่งเพราะเมืองเล็กนิดเดียว รถก็ไม่ติด) ระหว่างทางหยกก็เล่าให้ฟังอีกว่าที่นี่รัฐบาลเป็นเจ้าของเกือบทุกอย่าง ห้องที่หยกกับเอกพักอยู่ก็เป็นอาคารของรัฐบาลชื่อว่า HDB (Housing & Development Board) ถ้าจะซื้อห้องก็ต้องมีเงินประมาณ $500,000 หรือ 12 ล้านบาท แต่ถ้าจะซื้อบ้านแบบติดดินก็ต้องมีอย่างน้อยสองล้านเหรียญหรือ 50 ล้านบาท แถมนี่ไม่ใช่การซื้อขาดด้วยแต่เป็นการถือกรรมสิทธิ์เป็นระยะเวลา 99 ปี (พอพ้นจาก 99 ปีแล้วจะเป็นยังไงต่อยังไม่มีใครทราบเพราะสิงคโปร์อายุแค่ห้าสิบปีเอง)

สิงคโปร์แม้จะมีพื้นที่น้อยแต่เขาก็วางผังเมืองไว้ดีและพยายามจะจัดพื้นที่สีเขียวไว้ให้ตลอด หยกบอกว่าที่นี่ต้นไม้ใหญ่เต็มไปหมด เพราะสิงคโปร์นำเข้ามาจากประเทศไทยเมื่อห้าสิบปีที่แล้ว!

ห้องพักที่เอกเช่าอยู่ขนาดโอเคเลย มีห้องนั่งเล่น มีสองห้องนอน (จริงๆ สามห้องนอนแต่เขาทำทะลุสองห้องให้เป็นห้องใหญ่) สองห้องน้ำ มีครัวให้ มีตู้เย็นใหญ่เป้กและทีวีจอแบนขนาดไม่น่าต่ำกว่า 50 นิ้ว เอกบอกว่าผมเป็นแขกคนแรกที่มาพักที่นี่ (จริงๆ มีห้องที่เตรียมไว้รับแขกแต่ไม่เคยมีใครมาพักเลยจนตอนนี้กลายเป็นห้องเก็บของไปแล้ว)

ผมอาบน้ำเสร็จก็เตรียมมานั่งเขียนนิทานวันศุกร์ตอนตีหนึ่งกว่าๆ ส่วนเอกก็ยังไม่นอน เดินไปหยิบเบียร์ออกจากตู้เย็นมานั่งกินอีกขวด (ไหนว่าเบียร์แพง?)  เราคุยกันเรื่องวิ่งฮาล์ฟมาราธอน คอนเสิร์ต Guns & Roses ที่เพิ่งผ่านไป และทริปไอซ์แลนด์ที่เอกกับหยกจะไปสิ้นเดือนนี้ (เอกมีวันลาหยุด 25 วัน ส่วนหยกมีวันลา”แค่” 16 วัน)

ประมาณตีสองกว่าๆ เราจึงเข้านอน


ผมไม่ได้ตั้งนาฬิกาปลุก รู้สึกตัวอีกทีก็เกือบ 11 โมงแล้ว รีบอาบน้ำอาบท่า เก็บกระเป๋าให้เรียบร้อย ส่วนเอกกับหยกก็พร้อมพอดี เอกเรียก Grab ให้มารับที่หน้าตึกอีกเช่นเคย

ปรากฎว่าวันนี้รถติดมาก เอกบอกว่าไม่เคยเจอรถติดในสิงคโปร์ขนาดนี้ คนขับบอกว่ามีอุบัติเหตุเลยเลี่ยงไปอีกเส้นทางหนึ่ง ใช้เวลากว่า 45 นาทีจึงไปถึงห้าง Paragon เอกบอกว่าโชคดีที่เรียก Grab เพราะค่ารถจะคงที่ แต่ถ้าเรียก Uber หรือแท๊กซี่ธรรมดาค่ารถจะขึ้นตามระยะทางและเวลา

พวกเราไปเจอโบ๊ทกับปลา (ภรรยาของโบ๊ท) ที่ร้าน Ps.Cafe โบ๊ทมาพร้อมกับ “น้องเธมส์” ลูกชายวัย 7 เดือนในกระเป๋าจิงโจ้ (สังเกตว่าชื่อของทั้งสามคนในครอบครัวนี้จะเกี่ยวกับน้ำหมดเลย)

พวกเราสั่งอาหารมาคนละจาน ซึ่งพวกเราส่วนใหญ่สั่งเบอร์เกอร์ยกเว้นปลาที่กินสลัด (ไม่แน่ใจว่าเพื่อน้องเธมส์รึเปล่า) ปลาโฆษณาด้วยว่าเฟรนช์ฟรายร้านนี้อร่อยมาก โชคดีที่แต่ละเซ็ตมีเฟรนช์ฟรายมาเยอะก็เลยได้กินกันถ้วนทั่ว ซึ่งมันก็อร่อยกรอบดีจริงๆ

20170304_125708

ไวน์ในร้านให้เลือกสรร

715997

เอก รุตม์ โบ๊ท ปลา หยก

20170304_131147

เบอร์เกอร์หลุดโฟกัส

20170304_130956

สลัดของปลา

20170304_131156

เฟรนช์ฟรายอร่อยเด็ด

20170304_124651

โบ๊ทกับปลาเป็นรุ่นพี่รุ่นน้องที่ม.เกษตร ไปเป็นแฟนกันตอนอยู่ที่ทอมสันรอยเตอร์เมืองไทย ก่อนจะย้ายไปอยู่ทอมสันรอยเตอร์ที่อังกฤษ และตอนนี้ทั้งคู่ก็อยู่ทอมสันรอยเตอร์สิงคโปร์ (รักองค์กรเหนียวแน่น!)

ผมถามเขาว่าเวลาทั้งคู่ไปทำงานแล้วเธมส์อยู่กับใคร ก็ได้ความว่าเอาไปฝากไว้ที่เนอสเซอรี่ (รัฐบาลเขาวางไว้เลยว่า HDB ในแต่ละเขตจะต้องมีเนอสเซอรี่) แต่ช่วงแรกๆ ฝากแค่สองสามชั่วโมงก็ต้องมารับแล้วเพราะเจ้าหน้าที่ไม่อยากให้ลูกอยู่ห่างแม่นานเกินไปในช่วงแรก โชคดีที่เจ้านายของปลาเข้าใจและให้ทำงานจากที่บ้านได้

ผมถามปลาว่าระหว่างสิงคโปร์กับไทยชอบที่ไหนมากกว่ากัน ปลาตอบว่าชอบสิงคโปร์มากกว่าเพราะไม่ต้องเหนื่อยกับการเดินทาง แต่ก็คิดถึงบ้านเหมือนกันเลยต้องกลับเมืองไทยบ่อยๆ เพื่อพาหลานกลับไปเยี่ยมญาติๆ ด้วย

กว่าจะกินข้าวเที่ยงอิ่มก็บ่ายสองครึ่ง ถึงเวลาที่ผมต้องไปแล้วเพราะเครื่องออกห้าโมงกว่า ปลาเดินนำกลุ่มมาส่งผมที่จุดรอแท๊กซี่ ซึ่งเป็นมานั่งสองแถวให้คนนั่งรอกันอย่างเป็นระเบียบ พอถึงคิวผมก็ได้รถแท๊กซี่เป็นเบนซ์รุ่น E220 ผมแอบลังเลนิดหนึ่งว่าจะแพงกว่าปกติรึเปล่าแต่ก็คิดว่าไม่หรอกมั้ง เพียง 30 นาทีแท๊กซี่ก็มาส่งผมลงที่ Terminal 2 ด้วยราคา $25 หรือ 625 บาท

สนามบินสิงคโปร์ขาออกดูมีชีวิตชีวากว่าขาเข้า มีที่ให้เด็กเล่นเป็นล่ำเป็นสันและมีทีวีจอยักษ์ให้นั่งดูบอล ก็ต้องขอชื่นชมที่เขาออกแบบสนามบินให้คนดินทางมีช่วงเวลาที่รื่นรมย์ตลอดระยะเวลาที่อยู่ที่นี่ ติดอยู่อย่างเดียวคือผมต่อวายฟายสนามบินไม่ได้ซักที!

ผมเดินหาซื้อของเล่นให้ลูกและขนมสำหรับครอบครัวและเพื่อนที่ทำงานเสร็จแล้วก็ไปถึง Gate เป็นคนท้ายๆ เครื่อง Take Off ตอน 17.30 รวมเวลาที่อยู่สิงคโปร์ 29 ชั่วโมงพอดี (ผมมาสิงคโปร์ครั้งแรกก็ 29 ปีที่แล้ว หรือผมควรจะซื้อหวย?)

ขอบคุณเอก หยก โบ๊ท ปลา ที่ดูแลต้อนรับขับสู้เป็นอย่างดี หวังว่าจะได้เจอกันอีกในเร็วๆ นี้

ขอจบการบันทึกการเยี่ยมเยียนเมืองสิงห์บุรีแต่เพียงเท่านี้ครับ!


ตอนใหม่ facebook.com/anontawongblog
ตอนเก่า anontawong.com/archives
ดาวน์โหลด eBook – เกิดใหม่

ขอบคุณภาพจาก Pexels.com

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s