เมื่อยอมรับได้ว่าลูกน้องเก่งกว่าเรา

20160901_betterthanme

เมื่อนั้นเราจะเหนื่อยน้อยลงเยอะเลย

คุณปาล์มเป็นหนึ่งในคนที่ตามอ่านบล็อกของผมมาซักพักแล้ว เคยมาขออนุญาตเอาบล็อกของผมตอน 10 สิ่งอำนวยความสะดวกของคนไทยที่ฝรั่งไม่มีไปช่วยเผยแพร่ในสื่อที่เขาดูแลอยู่ด้วย

เมื่อวานมีโอกาสได้คุยกับคุณปาล์มทางเฟซบุ๊ค ก็เจอประโยคโดนใจเมื่อคุณปาล์มบอกผมว่า

ตอนนี้ ผมมีลูกน้องที่เก่งกว่าผมทำงานให้ครับ

ตอนนี้ ผมป่วย หรือหายไปไหน งานก็ยัง flow ไปสบายๆ ครับ

มันทำให้ผมนึกถึงช่วงปี 2005-2007 ที่ตัวเองเคยทำงานเป็นซัพพอร์ต ดูแลซอฟท์แวร์ตัวหนึ่งที่ชื่อว่า DTS

มีเคสเคสหนึ่งที่ลูกค้าส่งเข้ามาว่าข้อมูลบางอย่างของ DTS นั้นผิด เพราะค่ามันเป็นเลขติดลบ

ผมใช้เวลาอยู่พอสมควรก็ยังหาสาเหตุไม่ได้ โชคดีที่ปัญหานี้ไม่สำคัญนัก ลูกค้าจึงไม่ได้ตามจิกเท่าไหร่

พอกลางปี 2007 ผมได้โปรโมตเป็นหัวหน้าทีม ผมจึงรับพนักงานมาใหม่หนึ่งคนชื่อเอก* เพื่อมาช่วยดู DTS ด้วยอีกแรง

ช่วงเดือนแรกผมก็ให้เอกเริ่มรับเคส DTS ที่เข้ามาใหม่ แต่เคส DTS ที่ข้อมูลติดลบนั้นผมก็ยังถือไว้อยู่

จนเข้าเดือนที่สองแล้วนั่นแหละ ผมก็รู้สึกว่าเคสตัวเลขติดลบนี้ยังไปไม่ถึงไหนซักที ก็เลยถามเอกว่าอยากจะลองเอาเคสนี้ไปแก้ดูมั้ย

ปรากฎว่า ใช้เวลาเพียงไม่กี่วันเอกก็พบต้นตอของปัญหา

ณ จุดนั้นผมรู้เลยว่าตอนนี้เอกเก่ง DTS กว่าผมแล้ว

อารมณ์แรกคือจ๋อยเล็กน้อย ที่คนอยู่มาสองเดือนสามารถแก้เคสที่คนอยู่มาสองปีทำไม่ได้

แต่อารมณ์ที่ตามมาก็คือรู้สึกโล่งอก

โล่งอกที่รู้ตัวว่า จากนี้ไปสามารถปล่อยเคส DTS ให้เอกดูแลได้เลย ผมจะได้เอาเวลามาใส่ใจกับการทำทีม


การเป็นหัวหน้านี่มันก็ยากเหมือนกัน

เพราะหัวหน้ามักจะถูกโปรโมตจากคนที่ทำงานดี

พอขึ้นมาดูแลทีม บางครั้งเราก็ยังเผลอที่จะลงไปลุยงานเดิมๆ เพราะมันสนุกดี ซึ่งนั่นก็เป็นสาเหตุให้เราเหนื่อยเป็นสองเท่า เพราะงานเดิมก็ต้องทำ แถมยังต้องมาดูแลลูกน้องอีก จนแทบจะไม่มีเวลามานั่งดูภาพใหญ่เลยว่า จะทำยังไงให้ทีมมีประสิทธิภาพสูงสุด

คงเป็นการดีกว่าที่จะวางอีโก้ตัวเองลง ยอมทำงานที่ตัวเองยังไม่เก่งอย่างการดูแลทีม และยอมปล่อยงานเดิมของเราให้ลูกทีมได้ลองทำดู

และแม้ว่าเขาจะผิดพลาดบ้างก็คงไม่ใช่เรื่องคอขาดบาดตาย ถือซะว่ามันคือราคาที่ต้องจ่ายเพื่อให้ทีมแข็งแกร่งขึ้น

ผมเชื่อว่าจุดมุ่งหมายที่หัวหน้าทุกคนควรมุ่งไป คือการทำให้ทีมอยู่ได้โดยไม่มีเรา

และขั้นตอนแรกสำหรับการบรรลุเป้าหมายนี้ คือการยอมรับให้ได้เสียก่อนว่า วันหนึ่งลูกน้องในทีมทุกคนจะเก่งกว่าเรา อย่างน้อยก็ในบางเรื่อง

เมื่อไหร่ที่ยอมรับความจริงข้อนี้ได้ เมื่อนั้นเราถึงจะเริ่มเป็นหัวหน้าที่ดีได้ครับ


* คนละคนกับเอกที่คิดวิธีการทำให้พวกเราพูดภาษาอังกฤษในที่ทำงานนะครับ

อ่านตอนใหม่ๆ ได้ทุกวันที่ Facebook Page Anontawong’s Musings (กดไลค์แล้วเลือก See First หรือ Get Notifications ก็จะไม่พลาดตอนใหม่ครับ)

อ่านตอนเก่าๆ ได้ที่ https://anontawong.com/archives/

ดาวน์โหลดอีบุ๊ค “เกิดใหม่

ขอบคุณภาพจาก LifeOfPix.com

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s