ห้าปียังเหมือนเดิม

20160830_fiveyears

“You will be the same person in five years as you are today except for the people you meet and the books you read.”

– Charlie “Tremendous” Jones

“You are the average of the five people you spend the most time with.”

– Jim Rohn


เคยถามตัวเองมั้ยครับว่าตัวเราวันนี้กับเมื่อวานนี้ต่างกันอย่างไร?

และตัวเราวันนี้กับตัวเราเมื่อปีที่แล้วต่างกันแค่ไหน?

แล้วตัวเราวันนี้กับเมื่อห้าปีที่แล้วล่ะ?

“ความต่าง” ในที่นี้ผมไม่ได้หมายถึงความมั่งคั่งหรือตำแหน่งหน้าที่นะครับ

แต่หมายถึงสิ่งที่อยู่ข้างในของเรา

ไม่ว่าจะเป็นความเชื่อบางอย่าง ความรู้สึกกับเรื่องบางเรื่อง หรือสภาวะจิตใจในแต่ละวัน

ถ้าเรายังรู้สึกว่าเป็นคนเดิมอยู่ ก็ตีความได้สองอย่าง

คือเราโตมานานแล้ว

หรือเราไม่ได้เติบโตขึ้นเลย


จิม รอห์นบอกว่า เราจะเป็นค่าเฉลี่ยของคนห้าคนที่เราใช้เวลาด้วยมากที่สุด

พวกนักธุรกิจฝรั่งจึงมักมี mastermind group หรือกลุ่มคนประมาณ  4-6 คนที่นัดจะเจอกันทุกสัปดาห์หรือทุกเดือน เพื่อแชร์ประสบการณ์ ปัญหา และหาทางแก้ร่วมกัน

ยิ่งเราใช้เวลากับคนที่ฉลาดกว่าเรามากเท่าไหร่ เราก็จะยิ่งฉลาดขึ้นเท่านั้น

ในทางกลับกัน ถ้าเราใช้เวลากับคนที่ความคิดความอ่านด้อยกว่าเรา เราอาจจะช่วยให้เขาดีขึ้นมาได้ แต่ตัวเราเองก็จะเคลื่อนที่ไปข้างหน้าได้ช้าหน่อย


ส่วนตัวผมเอง ผมไม่มี mastermind group และไม่ค่อยได้เจอคนใหม่ๆ เท่าไหร่

แต่นั่นก็ใช่ว่าจะใช้กฎค่าเฉลี่ยของคนห้าคนไม่ได้

เพราะแม้จะไม่ได้พบเจอพูดคุยกันตัวเป็นๆ ผมก็ยังพูดคุยกับเขาผ่านตัวหนังสือได้

หนังสือจึงเป็นเครื่องมือหลักที่ช่วยให้ตัวผมในวันนี้แตกต่างจากตัวผมเองในห้าปีก่อน

ถ้าจะให้พูดถึงนักเขียนซักห้าคนที่ผมได้คลุกคลีด้วย และเปลี่ยนความคิดความเชื่อของผมไป 180 องศา ก็น่าจะมีดังนี้

Marie Kondo ผู้เขียน The Life Changing Magic of Tidying up จงเก็บแต่ของที่ Spark Joy แล้วเราจะไม่รู้สึกว่าขาดสิ่งใดอีก เพราะการจัดบ้านไม่ใช่แค่การจัดบ้าน แต่มันคือการจัดวางความสัมพันธ์ระหว่างเราและสิ่งของที่เรามี

Charles Duhigg ผู้เขียน The Power of Habit – นิสัยของคนเรานั้นเกิดขึ้นจากสามปัจจัยที่เกื้อหนุนกันเป็นวงจร นั่นคือตัวกระตุ้น (Cue) – การกระทำ (Routine) – รางวัล (Reward) ถ้าอยากจะสร้างนิสัยใหม่ อย่าลืมหาตัวกระตุ้นและรางวัลมาใส่ด้วย ไม่อย่างนั้นจะไม่ครบวงจรและนิสัยใหม่จะเกิดยาก

นพ.โยะชิโนะริ นะงุโม ผู้เขียน ยิ่งหิว ยิ่งสุขภาพดี – ทัศนคติเกี่ยวกับความหิวของผมเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง เพราะธรรมดาเวลาหิวแล้วผมจะหงุดหงิด แต่ผู้เขียนบอกว่า การปล่อยให้ตัวเองหิวบ้าง คือการปล่อยให้ฮอร์โมนของความหนุ่มสาวทำงาน

Gary Keller ผู้เขียน The ONE Thing ที่แนะนำให้เราใช้เวลาจดจ่อกับเรื่องหนึ่งเรื่องให้เต็มที่ แล้วผลลัพธ์ทบต้นนั้นจะทำให้เราประหลาดใจ

Seth Godin ผู้เขียน The Icarus Deception ที่บอกว่า Comfort Zone และ Safety Zone นั้นเคยทับซ้อนกันอยู่ แต่ตอนนี้วงกลมสองวงนี้ไม่ได้ทับซ้อนกันอีกต่อไป ยิ่งเราปล่อยตัวเองให้อยู่ใน Comfort Zone นานเท่าไหร่ ความมั่นคงในชีวิตยิ่งน้อยลงเท่านั้น


“You will be the same person in five years as you are today except for the people you meet and the books you read.”

ตัวเราเองในวันนี้ เห็นตัวเราในอีกห้าปีข้างหน้าแตกต่างจากเดิมอย่างไรบ้าง?

ถ้าอยากจะเติบโต เราก็ควรออกไปพบคนใหม่ๆ เดี๋ยวนี้ Meetup.com ทำให้การพบเพื่อนใหม่ที่สนใจเรื่องเดียวกับเรานั้นง่ายขึ้นมาก

แต่ถ้าชีวิตไม่ได้เอื้อให้เราพบผู้คนขนาดนั้น เราก็ยังสามารถเติมความคิดและมุมมองใหม่ๆ ผ่านการอ่านหนังสือได้เสมอ เพียงใช้เวลากับมือถือ แท็บเบล็ต และทีวีให้น้อยลง ก็มีเวลาเพิ่มขึ้นไม่น้อยแล้ว

มาสนุกกับการเติบโตกันนะครับ


อ่านตอนใหม่ๆ ได้ทุกวันที่ Facebook Page Anontawong’s Musings (กดไลค์แล้วเลือก See First หรือ Get Notifications ก็จะไม่พลาดตอนใหม่ครับ)

อ่านตอนเก่าๆ ได้ที่ https://anontawong.com/archives/

ดาวน์โหลดอีบุ๊ค “เกิดใหม่

ขอบคุณภาพจาก Unsplash.com

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s