โปสเตอร์ล่องหน

20160805_Poster

ไม่แน่ใจว่าผมเคยเล่าให้ฟังรึยังว่าผมทำงานด้านสื่อสารองค์กร (อ่านประวัติผมได้ที่นี่ครับ)

ส่วนหนึ่งของงานสื่อสารองค์กรคือการจัดกิจกรรม และประชาสัมพันธ์งานนั้นให้เพื่อนพนักงานรับทราบ

ช่องทางประชาสัมพันธ์ที่ใช้ก็คือการส่งอีเมล์, แชร์ลงในอินทราเน็ตของบริษัท, แปะโปสเตอร์, บอกผ่าน directors หรือ managers ให้ไปกระจายให้น้องๆ ในทีมต่อ

การแปะโปสเตอร์เป็นสื่อที่ผมไม่ค่อยได้ใช้บ่อยนัก เพราะไม่ค่อยเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และบริษัทก็มีโปสเตอร์เรื่องอื่นๆ เยอะพอสมควรแล้ว

แต่สำหรับบางงานที่ใช้วิธีแปะโปสเตอร์ ผมจะมีกฎอยู่ข้อหนึ่งคือ จะแปะโปสเตอร์แค่หนึ่งสัปดาห์ก่อนวันงาน (ในกรณีที่ผู้เข้าร่วมไม่ต้องลงทะเบียนอะไรก่อนนะครับ ถ้าต้องลงทะเบียนก่อนก็อาจจะแปะล่วงหนัานานกว่านั้น)

ที่ผมแปะโปสเตอร์แค่หนึ่งสัปดาห์ก่อนวันงาน เพราะรู้ว่าหลังจากที่คนเห็นโปสเตอร์นั้นซักหนึ่งสัปดาห์แล้ว โปสเตอร์นั้นจะค่อยๆ “จางลง” จนกลายเป็น โปสเตอร์ล่องหน” ไปในที่สุด

“โปสเตอร์ล่องหน” ที่ว่า จริงๆ แล้วก็ยังแปะอยู่ที่เดิม เพียงแต่พนักงานจะ “มองไม่เห็น” โปสเตอร์นี้อีกต่อไป เพราะชินตาจนสมองได้คัดมันทิ้งไปเรียบร้อยแล้ว

ดังนั้นถ้าแปะโปสเตอร์ก่อนงานเร็วเกินไป พอใกล้วันงานจริง คนก็จะลืมสนิทเพราะไม่เคยกลับไปตั้งใจอ่านโปสเตอร์เหล่านั้นเลย

วันนี้ตอนเข้าออฟฟิศลองดูก็ได้ครับว่า โปสเตอร์ที่แปะๆ กันอยู่นั้น เราให้ความสนใจกับมันครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่


สมองของคนเราเก่งมากเรื่องการคัดสิ่งที่เราเห็นอยู่ประจำออกไปจากสมอง

เช่นถ้าคุณเข้าเว็บไซต์ที่มีแบนเนอร์โฆณาหนักๆ เราจะ “ตาบอด” กับแบนเนอร์เหล่านั้นทันที ต่อให้มันจะกะพริบ จะโฉบไปโฉบมา หรือจะป๊อปอัพขึ้นมาทิ่มตาแค่ไหนก็เถอะ

เพราะเรารู้อยู่แล้วว่าต้องเจอแน่ๆ เราจึงแทบไม่เคยอ่านข้อความในโฆษณาเลย

ในทางกลับกัน ถ้าเราเข้าเว็บสารานุกรมอย่าง Wikipedia แล้วเจอป๊อปอัพข้อความ เราจะสนใจทันที เพราะเราไม่เคยเห็นป๊อปอัพใน Wikipedia มาก่อน

สรุปก็คือ อะไรก็ตามที่เราคุ้นชิน เราจะตาบอดกับสิ่งเหล่านั้นโดยเราไม่รู้ตัว

ซึ่งก็นำมาสู่ประเด็นของผมในวันนี้ (อ้าว อ่านมาตั้งนานเพิ่งเข้าประเด็นเหรอเนี่ย)

ประเด็นของผมก็คือ ความดีของคนใกล้ตัวเรานั้น ไม่ต่างอะไรกับโปสเตอร์

เราเห็นความดีนั้นทุกวัน จนเราหยุดเห็นมันไปเรียบร้อยแล้ว

ไม่ว่าจะเป็นแฟนหนุ่มที่ขับรถมารับมาส่ง มานั่งรอเราจนดึกดื่น และฟังเราบ่นเรื่องที่ทำงานโดยไม่ขัดจังหวะเราซักคำ

หรือจะเป็นแฟนสาวที่ซื้อขนมมาฝาก พูดจาหวานหู และทำตัวติ๊งต๊องให้เรายิ้มได้

หรือจะเป็นแม่ที่คอยโอบอุ้มคนทั้งบ้าน ควบคุมรายรับรายจ่าย และหุงข้าวปลาอาหารให้พ่อและลูกๆ

เรามองไม่เห็น เพราะว่าเราคุ้นชินและคิดว่ามันเป็นสิ่งที่เราต้องได้รับอยู่แล้ว

ในทางกลับกัน ถ้าเขาทำอะไรที่ไม่ได้ดั่งใจเรานิดหน่อย เราจะมองเห็นมันทันที เหมือนที่เรามองเห็นป๊อปอัพใน Wikipedia

พอความดีกลายเป็นโปสเตอร์ล่องหน เราก็เลยอาจหลงลืมไปว่า เราโชคดีแค่ไหนที่มีคนเหล่านี้ในชีวิต

คนกับโปสเตอร์แตกต่างกันที่โปสเตอร์นั้นหาใหม่ได้เรื่อยๆ

ถ้าไม่เห็นความดีของคนใกล้ตัวในวันนี้

ถึงวันที่เขาต้อง “ล่องหน” ไปจริงๆ

เราอาจหาใครใหม่มาแทนไม่ได้อีกแล้วนะครับ


อ่านตอนเก่าๆ ได้ที่ https://anontawong.com/archives/

อ่านตอนใหม่ๆ ได้ทุกวันที่ Facebook Page Anontawong’s Musings (ที่ปุ่มไลค์จะมี drop down menu ให้เลือกได้ว่าอยากจะให้มี notifications หรืออยากเห็นโพสต์จากเพจนี้อยู่ต้นๆ ฟีดรึเปล่าครับ)

ดาวน์โหลดอีบุ๊ค “เกิดใหม่

ขอบคุณภาพจาก Pixabay.com

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s