ทุกคนเป็นแม่

20160306_Sulak

“คนที่ลาดักซึ่งเป็นดินแดนเล็กๆ ในอินเดีย สถิติตามมาตรฐานของธนาคารโลกหรือสหรัฐอเมริกา บริเวณนั้นถือว่าจนที่สุด แต่พวกเขาถือว่ามีความสุขที่สุด เพราะเขาเอื้อาทรต่อคนอื่น ผมไปลาดักครั้งแรก เขาเรียกผมแม่ ผมก็ดีใจ คิดว่าเขาเรียกเพราะพุงเราใหญ่ (หัวเราะ) คิดว่า เออ นี่ ผมคงจะออกลูกได้แล้วมั้ง แต่จริงๆ แล้วเขาเรียกเพราะเขาเชื่อว่าถึงผมไม่ได้เป็นแม่เขาในชาตินี้ ชาติก่อนผมก็อาจจะเป็นแม่เขาก็ได้ ชาติต่อไปก็อาจจะเป็นแม่ ดังนั้น หลักของเขาคือ เมื่อเราเห็นทุกคนเป็นแม่ ความรัก ความเคารพมันจะเกิดขึ้น”

– สุลักษณ์ ศิวรักษ์
a day BULLETIN 100 Interview The Thinker
พฤษภาคม 2555 สัมภาษณ์โดยวิไลรัตน์ เอมเอี่ยม

—–

เป็นมุมมองที่น่าสนใจมาก

เพราะในศาสนาพุทธ ไม่มีคำว่าบังเอิญ

คนที่ผ่านเข้ามาในชีวิตเรา ล้วนแล้วแต่เป็นคนที่เราเคยเจอมาแล้วทั้งนั้น อาจจะในชาติอื่น ภพอื่น และบริบทอื่น

และถ้าต่างฝ่ายต่างยังไม่ได้บรรลุพระอรหันต์ ก็เป็นไปได้อย่างยิ่งที่จะได้เจอกันอีกหลายครั้งใน “อนาคต”

ดังนั้น ไม่ว่าจะพบเจอใครก็ตาม ไม่ว่าจะคนหรือสัตว์ เราก็ควรจะดีต่อเข้าไว้

วันหนึ่งเราจะได้มีแม่ที่ดี และลูกที่น่ารักครับ

—–

อ่านตอนเก่าๆ ได้ที่ https://anontawong.com/archives/

อ่านตอนใหม่ๆ ได้ทุกวันที่ Facebook Page Anontawong’s Musings (ที่ปุ่มไลค์จะมี drop down menu ให้เลือกได้ว่าอยากจะให้มี notifications หรืออยากเห็นโพสต์จากเพจนี้อยู่ต้นๆ ฟีดรึเปล่าครับ)

ดาวน์โหลดอีบุ๊ค “เกิดใหม่

—–

ขอบคุณข้อมูลจาก a day BULLETIN 100 Interview The Thinker

ขอบคุณภาพจาก Wikimedia 

เห็นแก่ตัว

20160304_LoveThyself

“รักตัวเองคือไม่เห็นแก่ตัว และจริงๆ แล้วการเห็นแก่ตัวคือไม่รักตัวเองต่างหาก”

– พระมิตซูโอะ เควสโก
a day BULLETIN 100 Interview The Observer
พฤษภาคม 2554 สัมภาษณ์โดยวิไลรัตน์ เอมเอี่ยม

—–

จำหนังสือเรื่องสนทนากับพระเจ้า ที่ผมเคยพูดถึงในตอนจะไปกระบี่(อย่า)ขึ้นรถที่หมอชิตได้มั้ยครับ?

ผมเอาหนังสือเล่มนี้ให้น้องที่ออฟฟิศชื่อเอ็มยืมไปอ่าน มันไปอ่านแล้วกลับมาบอกว่าชอบมาก แต่มีเรื่องหนึ่งที่มันไม่เข้าใจและรู้สึกว่าไม่เมคเซ้นส์เลย

นั่นคือเรื่องที่ “พระเจ้า” บอกว่า จงเอาตัวเองเป็นที่ตั้ง ทำเพื่อตัวเองก่อน แล้วทุกอย่างจะดีเอง

เอ็มบอกว่านี่เหมือนกับสอนให้เห็นแก่ตัวไม่ใช่เหรอ

วันนี้เผอิญได้อ่านเจอคำสัมภาษณ์ของอาจารย์มิตซูโอะ เควสโกพอดี ก็เลยคิดว่าน่าจะเขียนเรื่องนี้ซะหน่อย

ทำไมอาจารย์ถึงบอกว่า คนรักตัวเองจะไม่เห็นแก่ตัว และคนเห็นแก่ตัวนั้นไม่รักตัวเอง?

ฟังดูแล้วช่างย้อนแย้ง แต่ผมก็เห็นด้วยกับอาจารย์นะครับ

เพราะเราไม่สามารถรักคนอื่นได้ โดยไม่รักตัวเองก่อน

และเราไม่สามารถทำร้ายคนอื่นได้ โดยไม่ทำร้ายตัวเองก่อน

การรักตัวเอง คือการฝึกว่ายน้ำให้แข็ง เพื่อที่ว่าวันหนึ่งเราจะช่วยคนที่จมน้ำได้

แต่ถ้าเราเองก็ยังว่ายน้ำไม่เป็น แถมยังทะลึ่งกระโดดลงไปช่วยคนที่จมน้ำอีก นอกจากเราจะช่วยเขาไม่ได้แล้ว ยังทำคนอื่นเดือดร้อนหนักกว่าเดิมอีก

ในทางกลับกัน คนที่เห็นแก่ตัว แม้จะดูเหมือนว่ารักตัวเอง แต่จริงๆ แล้วเป็นการรักตัวเองแบบไม่ฉลาด เพราะใช้พลังงานลบขับเคลื่อนการกระทำ ทรัพย์สินหรือชื่อเสียงที่ได้มาเทียบไม่ได้เลยกับความสงบสุขในจิตใจที่หายไป

ดังนั้น เราจึงควรรักตนเองอย่างมีปัญญา บ่มเพราะจิตใจของเราให้ผ่องใส พัฒนาสมองและความสามารถให้เเป็นคนรู้จริงทำจริง

เมื่อเรารักตัวเองจนเต็มที่แล้ว ความรักนั้นจะเอ่อล้นออกมาจนคนอื่นได้สัมผัสและรับประโยชน์จากความรักนั้นเช่นกันครับ

—–

อ่านตอนเก่าๆ ได้ที่ https://anontawong.com/archives/

อ่านตอนใหม่ๆ ได้ทุกวันที่ Facebook Page Anontawong’s Musings (ที่ปุ่มไลค์จะมี drop down menu ให้เลือกได้ว่าอยากจะให้มี notifications หรืออยากเห็นโพสต์จากเพจนี้อยู่ต้นๆ ฟีดรึเปล่าครับ)

ดาวน์โหลดอีบุ๊ค “เกิดใหม่

—–

ขอบคุณภาพจาก Dhammajak.net

ขอบคุณข้อมูลจาก a day BULLETIN 100 Interview The Master

นิทานดารา

20160302_Stars

วันนี้วันศุกร์ มาฟังนิทานกันนะครับ

วันหนึ่งชาวนาพาลูกที่เพิ่งจบปริญญาเอกจากเมืองนอกไปเที่ยวในอุทยานแห่งชาติ

ทั้งสองจุดกองไฟเล็กๆ ทำอาหารง่ายๆ กิน นั่งคุยกันนิดหน่อย ก่อนจะเข้าเต๊นท์ไปนอน

เที่ยงคืน คุณพ่อสะกิดลูกชายให้ตื่น ชี้ไปที่ท้องฟ้าแล้วถามว่า

“ลูกเห็นอะไรบ้าง”

“ท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยดวงดาวครับพ่อ”

“แปลว่าอะไร”

“แปลว่าช่วงนี้เป็นคืนเดือนแรม ดาวหลายๆ ดวงเรียงตัวกันเป็นกลุ่มดาวในจักรราศี อ้อตรงนั้นที่มีรอยจางๆ เป็นทางยาวน่าจะเพราะเพิ่งมีดาวตกไปครับ”

“แล้วมันบอกอะไรลูกอีก?”

“การศึกษาดวงดาวพวกนี้เรียกว่าวิชาดาราศาสตร์ ที่จะช่วยบอกเราว่าจักรวาลเกิดขึ้นได้อย่างไร หลุมดำมีลักษณะเป็นอย่างไร และวิวัฒนาการของกาแล๊กซี่ของเราตลอดหลายพันล้านปีที่ผ่านมาเป็นยังไงครับ”

คุณพ่อถอนใจเบาๆ

“พ่อถอนใจทำไมครับ?”

“พ่อแค่อยากจะบอกว่า การที่เราตื่นมาแล้วเห็นท้องฟ้า แสดงว่าเต๊นท์ของเราถูกโขมยไปแล้วล่ะ”

—–

อ่านตอนเก่าๆ ได้ที่ https://anontawong.com/archives/

อ่านตอนใหม่ๆ ได้ทุกวันที่ Facebook Page Anontawong’s Musings (ที่ปุ่มไลค์จะมี drop down menu ให้เลือกได้ว่าอยากจะให้มี notifications หรืออยากเห็นโพสต์จากเพจนี้อยู่ต้นๆ ฟีดรึเปล่าครับ)

ดาวน์โหลดอีบุ๊ค “เกิดใหม่

—–

ขอบคุณภาพจาก Pixabay.com

 

1 นาที = 2 นาที

20160302_1Equal2

สังเกตตัวเองมาหลายครั้งแล้วว่า เวลาที่เสียไปตอนกลางคืนหนึ่งนาที จะมีค่าเท่ากับเวลาในตอนเช้าสองนาที

ผมเชื่อว่าคนส่วนใหญ่มีนาฬิกาชีวิตที่กำหนดว่า เวลาที่ดีที่สุดสำหรับการเข้านอนคือสี่ทุ่ม อย่างมากไม่เกินห้าทุ่ม

ถ้าเข้านอนช้ากว่านี้ การหลับของเราจะด้อยประสิทธิภาพลง

นอนสี่ทุ่มตื่นตีห้า กับ นอนเที่ยงคืนตื่นเจ็ดโมง เวลานอนอาจเท่ากัน แต่นอนสี่ทุ่มนั้นหลับเต็มอิ่มกว่ากันเยอะ

เมื่อได้พักผ่อนอย่างมีคุณภาพ พลังงานเราก็เต็มปรี่ สามารถทำงานให้เสร็จโดยใช้เวลาน้อยกว่าวันที่เราได้พักผ่อนมาไม่เต็มที่

(1 นาที ที่ทำงานหลังจากได้พักผ่อนเพียงพอ เท่ากับ 2 นาทีที่ทำงานหลังจากได้พักผ่อนไม่เพียงพอ)

ยิ่งไปกว่านั้น พอเราตื่นเช้า ก็ไม่ต้องฝ่ารถติด ไม่ต้องเสียสุขภาพจิต ประหยัดเวลาและประหยัดอารมณ์ไปได้เยอะเลย

(1 นาทีที่ใช้สำหรับการเดินทางช่วง 6 โมงเช้า ได้ระยะทางเท่ากับการเดินทาง 2 นาทีช่วง 7 โมงเช้า)

เมื่อตระหนักว่า 1 นาทีในแต่ละช่วงของวันมีคุณค่าไม่เท่ากัน

เราอาจจะใช้เวลาที่มีอย่างจำกัดได้อย่างมีสติยิ่งขึ้นครับ

—–

ป.ล. บางคนอาจเป็น “คนกลางคืน” โดยธรรมชาติอยู่แล้ว ดังนั้นสถานการณ์ก็อาจจะกลับกัน คือนอนดึกแล้วได้น้ำได้เนื้อกว่าครับ

—–

อ่านตอนเก่าๆ ได้ที่ https://anontawong.com/archives/

อ่านตอนใหม่ๆ ได้ทุกวันที่ Facebook Page Anontawong’s Musings (ที่ปุ่มไลค์จะมี drop down menu ให้เลือกได้ว่าอยากจะให้มี notifications หรืออยากเห็นโพสต์จากเพจนี้อยู่ต้นๆ ฟีดรึเปล่าครับ)

ดาวน์โหลดอีบุ๊ค “เกิดใหม่

—–

ขอบคุณภาพจาก Pixabay.com

 

นกหลงทาง

20160301_LostBird

เดือนที่่แล้ว ผมได้ไปแข่งบอลทัวร์นาเม้นต์แบบวันเดียวจบกับศิษย์เก่าเตรียมพัฒน์

ทีมงานประกาศว่าจะมีน้องๆ พริตตี้มาให้กำลังใจเพื่อให้พี่ๆ นักบอลกระชุ่มกระชวยด้วย

สิบโมงกว่าๆ น้องๆ พริตตี้เพิ่งมาถึงสนาม แม้จะยังไม่ได้แต่งองค์ทรงเครื่องอะไร แต่เดินผ่านทางไหน เหล่าบรรดานักฟุตบอล (รุ่นอาวุโส) ก็เหลียวมองและกระซิบกระซาบ ส่วนพวกเธอก็ทำเป็นไม่สนใจ เดินเข้าห้องแต่งตัวไปแบบสวยๆ

ผมเห็นแล้วก็อดสงสัยไม่ได้ ว่าแม้จะถูกมองด้วยสายตาสิเน่หาอยู่ทุกวัน และเธอต้องทำเป็นเชิดๆ ไม่รู้ร้อนรู้หนาว

แต่เวลาที่เธอกลับถึงบ้าน ล้างเมคอัพออก ใส่เสื้อยืดและกางเกงขาสั้น เธอจะมีใครซักคนที่รักเธอ และพร้อมจะพูดคุยและเข้าใจพวกเธอรึเปล่า

—–

สัปดาห์ที่แล้ว ผมได้คุยกับเพื่อนผู้หญิงคนหนึ่งที่ผิดหวังจากความรักแบบ #ร้องไห้หนักมาก

เราไม่ค่อยได้เจอกัน ซักสองสามปีถึงจะมีโอกาสได้คุยเป็นเรื่องเป็นราวซักครั้ง และแต่ละครั้งหัวข้อหลักก็มักจะเป็นเรื่องปัญหาหัวใจเสียด้วย

จากคนนอกมองเข้ามา ชีวิตเธอดูสมบูรณ์แบบ เพราะหน้าตาดี ทำงานบริษัทอินเตอร์ เงินเดือนก็เยอะ แถมแฟนก็หล่อ

ใครจะไปคิดว่าเธอต้องแบกความทุกข์มากมายจนกินไม่ได้นอนไม่หลับ

—–

เมื่อวานซืน แม่เล่าให้ฟังถึงเพื่อนนักธุรกิจคนหนึ่ง เป็นเจ้าของบริษัทในตลาดหลักทรัพย์ จิตใจดี ชอบช่วยเหลือเพื่อนฝูงและคนที่เคลื่อนไหวเพื่อส่วนรวมเป็นประจำ

แม้จะมีทร้พย์สินเป็นพันล้าน แต่คุณอาคนนี้เคยป่วยหนักถึงขนาดต้องทำบายพาสหัวใจ เปลี่ยนไต และขาข้างหนึ่งก็เริ่มไม่มีแรง ซึ่งอาจเป็นอาการเริ่มต้นของอัมพฤกษ์

—–

อดคิดไม่ได้ว่า คนเหล่านี้จะรู้สึกเหมือน “นกหลงทาง” บ้างมั้ย

ภายนอกอาจดูดี มีชีวิตที่ใครต่อใครอิจฉาทั้งเรื่อง หน้าตา หน้าที่การงาน หรือฐานะ

แต่ลึกๆ แล้วเขาก็อาจรู้สึกว่ากำลังบินอย่างเคว้งคว้างในท้องฟ้าแห่งชีวิตที่กว้างใหญ่นี้ก็ได้

ที่คิดอย่างนั้นเพราะบางครั้งผมเองก็รู้สึกอย่างนี้

แฟนผมก็อาจรู้สึกอย่างนี้

เพื่อนผมก็อาจรู้สึกอย่างนี้

หัวหน้าผมก็อาจรู้สึกอย่างนี้

CEO บางคนก็อาจรู้สึกอย่างนี้

คนที่เรียกตัวเองว่า “โค้ช” หรือ “นักสร้างแรงบันดาลใจ” ก็อาจรู้สึกอย่างนี้

เน็ตไอดอลที่มีคนฟอลโล่ว์เป็นแสนก็อาจรู้สึกอย่างนี้

นายกฯ บางคนก็อาจรู้สึกอย่างนี้

เมื่อคิดได้ว่า เราทุกคนต่างเป็นนกหลงทางไม่ต่างกัน สายตาที่เรามองคนอื่นก็อาจเปลี่ยนไป

จากสายตาแห่งความเชิดชูหรือบูชา อิจฉาหรือหมั่นไส้ อาจเปลี่ยนเป็นสายตาแห่งความเห็นใจและเอื้ออาทร

อาทรกับนกที่ยังหาบ้านไม่เจอ

และภาวนาว่า อย่างน้อยขอให้มันได้เจอเพื่อนซักตัวที่พร้อมจะบินไปกับมัน

แม้จะยังหลงทาง แต่ก็คงไม่อ้างว้างเกินไปนัก

—–

อ่านตอนเก่าๆ ได้ที่ https://anontawong.com/archives/

อ่านตอนใหม่ๆ ได้ทุกวันที่ Facebook Page Anontawong’s Musings (ที่ปุ่มไลค์จะมี drop down menu ให้เลือกได้ว่าอยากจะให้มี notifications หรืออยากเห็นโพสต์จากเพจนี้อยู่ต้นๆ ฟีดรึเปล่าครับ)

ดาวน์โหลดอีบุ๊ค “เกิดใหม่

—–

ขอบคุณภาพจาก Pixabay.com