สำนึกสาธารณะ

20150713_SocialResponsibility

สมัยผมยังทำงานอยู่ทีมซัพพอร์ต เราจะมีประชุมกันบ่อยๆ

เกือบทุกห้องประชุมจะมีไวท์บอร์ด เพื่อให้เราวาดรูปหรือระดมความคิดกันได้

ตรงด้านล่างของไวท์บอร์ดจะมีช่องไว้วางปากกาไวท์บอร์ดกับแปรงลบกระดาน

ปากกามักจะมีอยู่สองสามด้าม แต่บ่อยครั้งที่หยิบปากกาขึ้นมาเขียนแล้วพบว่าหมึกมันหมดไปแล้ว

สิ่งที่เรามักจะทำกัน ก็คือวางปากกาที่ไม่มีหมึกนั้นกลับที่เดิม แล้วหยิบอีกด้ามหนึ่งขึ้นมาเขียนแทน

สิ่งที่ผมจะบอกเพื่อนในทีมเสมอก็คือ ถ้าปากกาด้ามไหนหมึกหมดแล้วให้โยนทิ้งถังขยะไปเลย คนอื่นที่มาใช้ห้องต่อจากเราจะได้ไม่ต้องมาเสียเวลาลองผิดลองถูกอีก

—–

ตั้งแต่ใช้จักรยานปันปั่นมากว่า 1 ปี ผมน่าจะโทร.ไปที่ call center ของเขาไม่ต่ำกว่า 20 ครั้ง เพื่อแจ้งปัญหาอย่างเช่นระบบของสถานีขัดข้อง หรือจักรยานยางแบน

ในจำนวนยี่สิบครั้งนั้น น่าจะมีแค่ครั้งเดียวที่โทร.ไปแล้วเจ้าหน้าที่บอกว่ารู้ปัญหาแล้ว

ซึ่งมันก็สะท้อนให้เห็นอย่างหนึ่งว่า คนอื่นๆ ที่เจอปัญหามาก่อนผม ไม่ได้โทร.ไปแจ้งเจ้าหน้าที่เลย ทัั้งๆ ที่เบอร์ call center ก็มีเขียนเอาไว้ชัดเจนทุกสถานี

—–

เพื่อนสนิทผมบางคนเป็นคนขี้ร้อน

เวลาเราไปพักโรงแรมกัน ก่อนออกไปไหน เพื่อนจึงมักจะเปิดแอร์ทิ้งไว้ กลับมาถึงห้องจะได้เย็นฉ่ำ

ผมก็คิดว่าเข้าใจแนวคิดของเขานะ ว่าในเมื่อจ่ายค่าโรงแรมไปแล้ว ก็เป็น “สิทธิ์ของเขา” ที่จะใช้แอร์ให้เต็มที่ ให้คุ้มค่ากับเงินที่จ่ายไป

แต่ผมก็ยังไม่เห็นด้วยอยู่ดีที่เราจะเปิดแอร์หรือเปิดไฟทิ้งไว้โดยไม่มีใครอยู่ในห้อง

และการมองความคุ้มค่าในมิติทางการเงินอย่างเดียว (หรือความเย็นสบายเวลากลับถึงห้อง) ผมรู้สึกว่ามันเอาแต่ได้เกินไปหน่อย

—–

หลายคนชอบไปเที่ยวญี่ปุ่น เพราะอากาศดี อาหารอร่อย บ้านเมืองมีความเป็นระเบียบเรียบร้อย

ญี่ปุ่นเป็นระเบียบได้ขนาดนี้ ก็เพราะว่าคนของเขามีจิตสำนึกสาธารณะ

ถ้าเขาป่วย เขาจะใส่หน้ากากทันที เพื่อจะได้ไม่ไปแพร่เชื้อใส่ใคร

หรือเวลาขึ้นรถไฟใต้ดิน ก็จะไม่มีใครคุยโทรศัพท์เสียงดังรบกวนคนอื่น

ห้องน้ำสาธารณะส่วนใหญ่ ก็สะอาดน่าใช้ ไม่มีใครทำเลอะเทอะ

จะว่าไป สิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องที่คนชาติไหนก็ทำได้ ไม่จำเป็นต้องเป็นคนญี่ปุ่นซะหน่อย

แล้วทำไมคนไทยเราถึงไม่ค่อยทำกัน?

—–

การที่เราทิ้งปากกาที่หมึกหมดแล้วไว้ในราง หรือไม่โทร.แจ้งเจ้าหน้าที่จักรยานปันปั่นเวลาเจอปัญหา หรือเปิดแอร์ทิ้งไว้ ล้วนมาจากสาเหตุเดียวกัน

คือเราคิดถึงคนอื่นน้อยเกินไป

แน่นอน เรื่องพวกนี้จะว่าไปมันก็เรื่องเล็กๆ

แต่ปัญหาใหญ่ๆ ในประเทศเรา ก็เกิดมาจากวิธีการคิดแบบนี้ไม่ใช่หรือ?

ผมเชื่อว่าทุกคนที่กำลังอ่านบล็อกนี้อยู่ มีสติปัญญาพอที่จะรู้ดีอยู่แล้วว่าอะไรคือสิ่งที่ควรทำ

แต่ที่เรายังไม่ทำ อาจเป็นเพราะว่าลืมคิดถึง หรือขี้เกียจ หรือเห็นว่าธุระไม่ใช่ หรือเห็นว่าไม่ใช่หน้าที่

ถ้าเรายังคิดกันแบบนี้ ต่อให้รัฐธรรมนูญจะเขียนออกมาดีแค่ไหน ผมก็ไม่เห็นวี่แววว่าเราจะปฏิรูปประเทศได้สำเร็จเลย

ไม่ดีกว่าหรือที่จะลงมือทำในสิ่งที่ถูกต้อง อาจจะลำบากขึ้นอีกนิด หรือสบายน้อยลงอีกหน่อย แต่สุดท้ายแล้วมันจะส่งผลดีต่อคนที่มาทีหลัง ซึ่งก็เป็นเพื่อนร่วมบริษัท เพื่อนร่วมทาง หรือเพื่อนร่วมโลกของเราทั้งสิ้น

มาทำสิ่งที่ถูกต้องกันเถอะครับ ไม่ใช่เพราะโดนบังคับ หรือเพราะว่าจำเป็น

เราทำสิ่งที่ถูกต้อง เพราะว่าเราทำได้ครับ

Let’s do the right thing, not because we have to, but because we can.

—–

ป.ล. ประโยคที่ว่า “….not because we have to, but because we can.” ผมคิดว่าน่าจะได้มาจาก Seth Godin เรื่อง The Icarus Deception แต่เนื่องจากยังหาแหล่งที่มาที่ชัดเจนไม่ได้ เลยขออนุญาตยังไม่ใส่เครดิตก่อนนะครับ กลัวจะเป็น misattribution ครับ

—–

ขอบคุณภาพจาก Wikipedia

ขอบคุณ Quote พี่ก้อง จาก ASTV ผู้จัดการออนไลน์

—–

ดาวน์โหลดอีบุ๊ค “เกิดใหม่

อ่านตอนเก่าๆ ได้ที่ Archives

อ่านตอนใหม่ๆ ได้ทุกวันที่ Facebook Page Anontawong’s Musings

2 thoughts on “สำนึกสาธารณะ

  1. Pingback: ความเคารพ | Anontawong's Musings

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s