ดีเกินดีคือไม่ดี

20150416_TooMuchOfAGoodThing - Copy

ฝรั่งมีคำพูดหนึ่งที่ว่า There is no such thing as too much of a good thing: ไม่มีคำว่า “เยอะเกินไป” สำหรับของดีๆ

ผมว่าไม่แน่เสมอไปนะครับ

สมัยที่ผมเรียนอยู่ที่เอเชี่ยนยู ครั้งหนึ่งเคยมีรายการทีวี “ตามหาแก่นธรรม” ที่ดำเนินรายการโดยดร.เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง มาถ่ายทำที่นี่

ผมได้เข้าไปนั่งใน “ห้องส่ง” ซึ่งก็คือลานกว้างใต้ต้นไม้ใหญ่ระหว่างหอพักกับอาคารเรียน

แขกรับเชิญคราวนั้นมีสามท่าน ท่านแรกคือดร.วิพรรธ์ เริงพิทยา อธิการบดีและผู้ก่อตั้งเอเชี่ยนยู อีกท่านหนึ่งเป็นพระซึ่งผมจำชื่อท่านไม่ได้แล้ว ส่วนอีกท่านหนึ่งเป็นผู้หญิงวัยห้าสิบปลายๆ หรือหกสิบต้นๆ วิธีการพูดการจาแบบชาวบ้านๆ จริงใจไม่อ้อมค้อม

จำได้ว่ารายการวันนั้นสนุกมากครับ

ผมกับเพื่อนชื่อโอส่งคำถามขึ้นไปหาผู้ดำเนินรายการว่า ทำไมฆ่าวัวถึงบาปกว่าฆ่าปลา? เพราะล้มวัวตัวเดียวเลี้ยงคนได้ทั้งหมู่บ้าน ในขณะที่ถ้าเราต้องการอาหารปริมาณเดียวกันจากปลา เราต้องฆ่าปลาตั้งหลายร้อยตัว ตกลงชีวิตสัตว์มีคุณค่าไม่เท่ากันใช่มั้ย?

พระท่านตอบประมาณว่า กรรมจะหนักหรือจะเบา ขึ้นอยู่กับเจตนาด้วย ยิ่งเจตนาจะฆ่าแรงเท่าไหร่ กรรมก็หนักเท่านั้น เทียบให้เห็นภาพง่ายๆ

เช่นการฆ่ายุงกับฆ่าวัว เวลาเราฆ่ายุง เจตนาเราอ่อนมาก บางทีไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ แค่รู้สึกคันๆ เราก็เผลอตบซะแล้ว แต่การฆ่าวัวทีนึงเราต้องใช้ความพยายามมหาศาล ดังนั้นกรรมจึงหนักกว่า

ดร.วิปก็เลยถามติดตลกว่า อ้าว แล้วถ้าสมมติใช้ปืนล่ะ? เอาปืนยิงวัวโป้งเดียวก็ตายแล้ว แต่ถ้าเอาปืนยิงยุงนี่ต้องใช้ความพยายามสูงกว่าเยอะเลยนะ

คุณป้าชาวบ้านก็เลยช่วยตอบว่า คนที่เอาปืนยิงวัวเค้าเรียกว่าคนบาป ส่วนคนที่เอาปืนยิงยุงเค้าเรียกว่าคนบ้าค่ะ! (คนเฮ! ดร.วิปหัวเราะชอบใจ)

แต่สาระจริงๆ ที่ผมได้ในวันนั้นและติดตัวมาจนถึงวันนี้คือคำพูดของพระรูปนั้นว่า

“ดีเกินดีคือไม่ดี”

ถามว่าดื่มน้ำดีมั้ย? ดี เพราะเป็นสิ่งจำเป็นกับร่างกาย และหากขาดน้ำเกินสามวันเราก็อยู่ไม่ได้ แต่ถ้าคุณลองดื่มน้ำเข้าไปซัก 5 ลิตร รับรองว่าไม่ดีต่อร่างกายของคุณแน่ๆ

ถ้าไปถามเกษตกรว่าฝนตกดีมั้ย? เขาย่อมตอบว่าดีเพราะช่วยให้พืชผักเขาเติบโต แต่ถ้าฝนตกมากไปจนน้ำท่วม ก็อาจทำให้เกษตกรหมดตัวได้

พักผ่อนดีมั้ย? คนเราควรจะนอนวันละ 7-8 ชั่วโมง แต่ถ้านอนมากกว่านี้ร่างกายจะเริ่มไม่โอเคแล้ว

ผมว่าถ้าให้พล็อตกราฟโดยให้แกนตั้งเป็นระดับของความสุข และแกนนอนเป็นปริมาณของ “สิ่งดีๆ” เราจะได้เป็นรูประฆังคว่ำ

แม้กระทั่งสิ่งที่เราคิดว่ายิ่งมีเยอะยิ่งดีอย่าง “เงิน” ก็อาจจะเป็นรูประฆังคว่ำได้

Malcolm Gladwell เขียนไว้ในหนังสือ David & Goliath ว่า “ฐานะของพ่อแม่” กับ “ประสิทธิภาพในการเลี้ยงดูลูก” ก็มีความสัมพันธ์กันเป็นรูประฆังคว่ำ (Inverted U-shape)

ถ้าพ่อแม่ยากจน ย่อมมอบสิ่งดีๆ ให้กับลูกได้ไม่เต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอาหาร ความอบอุ่น หรือการศึกษา

แต่ถ้าพ่อแม่รวยเกินไป ก็จะทำให้เลี้ยงลูกได้ยากขึ้น เพราะลูกจะรู้จักคุณค่าของเงินได้อย่างไร ถ้ายังเห็นพ่อขับแลมโบกินี่และแม่ใช้กระเป๋าแอร์เมส

ดีเกินดีคือไม่ดี…แล้วยังไงถึงจะดี?

Gladwell บอกไว้ว่ามันจะมี Desirable Income หรือรายได้ที่เหมาะสมอยู่ เป็นจุดที่ Optimized ที่สุดที่จะช่วยให้ลูกมีกินมีใช้ไม่ขัดสนแต่ในขณะเดียวกันก็ไม่ฟุ้งเฟ้อจนเสียคน

เพราะฉะนั้น ทุกๆ อย่างมีจุดสมดุลของมันเสมอ

ถ้าเราหาจุดสมดุลหรือ “ทางสายกลาง” เจอ ชีวิตของเราก็จะ Optimized เช่นกันครับ

—–

Credits

Deseret News: What Malcolm Gladwell’s new book has to say about family finance 

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s