9 สัญญาณที่บ่งบอกว่าคุณกำลังถูกลูกน้องนินทา

20150601_BossGossip

ลูกน้องกับการนินทาเจ้านายเป็นของคู่กัน

ลูกน้องที่ดีไม่ควรนินทาเจ้านาย

แต่ถ้าคุณเป็นเจ้านายที่ดี ลูกน้องส่วนใหญ่ก็คงไม่เอาไปนินทา จริงมั้ยครับ?

เพราะฉะนั้น ถ้าคุณมีลูกน้อง และกังวลว่าลูกน้องอาจจะกำลังนินทาคุณอยู่ ผมมีตัวชี้วัดง่ายๆ ว่าคุณกำลังถูกพูดถึงที่โต๊ะทานข้าวหรือกรุ๊ปลับในไลน์รึเปล่านะครับ

ลองดูนะครับว่า 9 อาการข้างล่างนี้ มีส่วนคล้ายคลึงกับสิ่งที่คุณทำอยู่ทุกวันรึเปล่า

1. คุณสั่งงานไม่เป็นเวล่ำเวลา
ถ้าคุณเป็นหัวหน้าประเภท “ยุ่งสุดๆ” คุณอาจจะกลายเป็นคอขวดสำหรับงานหลายๆ ชิ้น งานที่คุณควรจะสั่งตั้งแต่ต้นสัปดาห์ คุณเพิ่งจะมาสั่งลูกน้องตอนหกโมงของเย็นวันศุกร์ แถมคุณยังบอกว่าต้องเสร็จก่อน 10 โมงเช้าวันจันทร์อีกด้วย ลูกน้องเลยต้องอยู่ดึกหรือไม่ก็ต้องเข้ามาทำงานวันเสาร์-อาทิตย์เพื่อปั่นงานให้ทัน

2. คุณใช้เวลากับเรื่องไม่เป็นเรื่อง

ในมุมมองของผม หน้าที่หลักของหัวหน้ามีอยู่สี่อย่าง คือตัดสินใจว่าอะไรคือสิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับทีม สื่อสารให้ลูกน้องรับรู้ถึงเป้าหมาย มอบหมายงานให้เหมาะสมกับความสามารถและความถนัด และคอยช่วยเหลือเวลาลูกน้องมีปัญหา

แต่หัวหน้าบางคนเอาเวลาไปตรวจงานและแก้งานลูกน้อง (ทั้งๆ ที่อาจจะมอบหมายให้ลูกน้องที่ประสบการณ์สูงอีกคนช่วยทำแทนก็ได้) เข้าประชุมที่ไม่จำเป็นต้องเข้า หรือทำเรื่องอื่นๆ ให้ตัวเองยุ่งเข้าไว้ เพราะว่ามันง่ายกว่าการมานั่งขบคิดเรื่องการพัฒนาทีมให้ดีกว่าที่เป็นอยู่

3. คุณไม่เข้าใจเนื้องานที่ลูกน้องคุณทำ

ผมรู้จัก support manager คนหนึ่งที่ดูแล product ที่สำคัญขององค์กร แต่เขาไม่เคยลง product นั้นไว้ในเครื่องเลย

ถ้าคุณนั่งอยู่บนหอคอยงาช้างและสั่งงานลูกน้องโดยที่ไม่เคยรู้เลยว่าลูกน้องต้องเผชิญกับอะไรบ้าง ก็มีความเสี่ยงสูงมากที่คุณจะสั่งงานโดยที่ไม่รู้ว่างานที่คุณสั่งมันยากง่ายหรือใช้เวลามากน้อยแค่ไหน ซึ่งส่งผลให้ลูกน้องบางคนได้งานเยอะเกินไป ขณะที่บางคนก็สบายเกินไป จนอาจบานปลายไปจนลูกน้องคิดว่าคุณลำเอียง เลือกที่รักมักที่ชังได้เลยทีเดียว

4. คุณสั่งงานไม่เคลียร์
เพราะว่าคุณรีบตลอดเวลา คุณจึงไม่ได้คิดให้ละเอียดรอบคอบก่อนจะก่อนสั่งงานลูกน้อง ผลที่ตามมาคือลูกน้องต้องเสียเวลาเดาใจเจ้านายว่าต้องการอะไรกันแน่ จะเอาข้อมูลจากที่ไหน รูปแบบควรจะเป็นอย่างไร

พอลูกน้องเอางานมาส่งก็ไม่ตรงใจ ไล่ให้กลับไปแก้ใหม่เกิน พอลูกน้องแก้เสร็จก็ให้แก้ใหม่อีกหลายรอบ

ถ้างานบางงานต้องแก้เกินสามรอบ ผมถือว่าใช้ไม่ได้ทั้งเจ้านายและลูกน้อง แต่เจ้านายผิดมากกว่า

ผมเห็นบางบริษัทอาการหนักมากขนาดที่ว่าลูกน้องไม่ยอมส่งงานก่อน รอให้ถึงเดดไลน์จริงๆ แล้วค่อยส่ง จะได้ไม่ต้องแก้เยอะ

5. คุณเหวี่ยงใส่ลูกน้อง

พองานไม่ได้ดั่งใจหรือเลยเส้นตายแล้วลูกน้องก็ยังไม่ส่งงาน คุณก็วีนใส่ลูกน้อง อาจถึงขั้นขึ้นเสียงหรือใช้คำพูดคำจาให้เจ็บช้ำน้ำใจกันเลยทีเดียว

และผลลัพธ์จะแย่ขึ้นอีกเป็นเท่าตัวถ้าคุณตำหนิลูกน้องต่อหน้าคนอื่น เขาจะจำฝังใจเพราะคุณได้ทำให้ลูกน้องเสียหน้าอย่างจัง

6. คุณพูดคำว่า “ขอโทษ” ไม่เป็น

ด้วยความที่เราเป็นหัวหน้า การพูดคำว่า “ขอโทษ” จึงเหมือนเป็นการเสียฟอร์มอย่างยิ่ง เพราะฉะนั้นแม้คุณจะรู้สึกว่าได้ทำผิดกับลูกน้อง คุณก็จะทำเป็นลืมๆ ไปซะ โดยหวังว่าลูกน้องจะ “ลืมๆ ไปซะ” เหมือนกัน

หนักกว่านั้น คุณอาจจะคิดว่าตำแหน่งหัวหน้าของคุณได้มอบอภิสิทธิ์ที่จะทำอะไรกับลูกน้องก็ได้

ระลึกไว้เสมอนะครับว่าการที่คุณไม่ยอมขอโทษนั้นเป็นเพราะว่า “อัตตา” มันหลอกล่อคุณอยู่

และคนที่แข็งแกร่งกว่าคือคนที่พร้อมจะเอ่ยคำว่า “ขอโทษ” ก่อน

7.คุณ “ฟัง” แต่ “ไม่ได้ยิน”

ถ้าคุณเคยให้ลูกน้องเก็บฟีดแบ็คจากในทีมมาว่าต้องการเห็นอะไรดีขึ้นบ้าง แต่พออ่านฟีดแบ็คแล้วคุณรู้สึกเหมือนถูกตำหนิ และอธิบายเหตุผลเพื่อปกป้องตัวเอง สุดท้ายฟีดแบ็คที่ได้มาก็ถูกดองไว้อย่างนั้น

หรือถ้าลูกน้องเอาไอเดียอะไมานำเสนอ แล้วคุณตอบไปว่า “อืม…พี่คิดว่าไม่เวิร์คนะ” หรือ “อ้อ เรื่องนี้พี่รู้แล้ว”

สารที่คุณกำลังส่งออกไปแม้จะไม่ได้เอื้อนเอ่ยออกมาเป็นคำพูดก็คือ “ผม/ชั้น คือเจ้านายที่เก่งที่สุดในปฐพี คำแนะนำอะไรพวกนี้ไม่มีประโยชน์อะไรหรอกนะ”

ดังนั้นจงอย่าประหลาดใจนะครับที่ระยะหลังๆ จะไม่ค่อยมีลูกน้องคนไหนเข้ามาคุยด้วย

8. คุณไม่ปกป้องลูกน้องเวลางานมีปัญหาและไม่ให้เครดิตลูกน้องเวลางานออกมาดี

เวลาที่ลูกน้องกำลังโดนรุมสกรัมจากฝ่ายอื่นๆ แล้วคุณลอยตัวหนีปัญหา

หรือเวลาที่ CEO เอ่ยปากชมว่า Presentation ของคุณดีเยี่ยม แต่คุณไม่บอก CEO ซักนิดว่าใครเป็นคนทำสไลด์ชุดนี้

เท่านี้คุณเองก็น่าจะคิดได้ว่าลูกน้องจะมองคุณเป็นคนประเภทไหน

9. คุณไม่ให้ความเคารพลูกน้องในฐานะมนุษย์ที่เท่าเทียมกัน

ฟังดูแรง แต่ผมคิดว่านี่เป็นมูลเหตุของทั้งแปดอาการที่ได้กล่าวมาแล้ว

เจ้านายไม่ใช่เจ้าชีวิตนะครับ

เจ้านายก็เป็นพนักงานบริษัทคนหนึ่ง กินเงินเดือนเหมือนๆ กัน ผิดพลาดได้เหมือนกัน และถูกไล่ออกได้เหมือนกัน

หัวหน้าเก่าของผมคนหนึ่งชื่อซุปปี้เคยพูดกับผมว่า ถึงเขาจะเป็นผู้จัดการแต่เขาก็ไม่ได้มองว่าตัวเองอยู่เหนือกว่าลูกน้อง มองแค่ว่าหน้าที่ของเขาแตกต่างออกไปเท่านั้นเอง

ลูกน้องมีหน้าที่ทำงานที่ได้รับมอบหมายให้สำเร็จลุล่วง

ส่วนเจ้านายอย่างเขามีหน้าที่รับใช้ลูกน้อง เพื่อให้ลูกน้องทำงานอย่างมีความสุขและได้เติบโตในองค์กร

———–

ถือว่าเป็นโพสต์ที่ยาวเอาการ ถ้าหัวหน้าของผม (ทั้งในปัจจุบันและในอดีต) มาอ่านโพสต์นี้เข้า ขอให้เข้าใจนะครับว่าผมไม่ได้พูดถึงหัวหน้า ผมโชคดีมากที่ตลอดการทำงาน 12 ปีที่ผ่านมา ผมเจอเจ้านายที่ดีถึงดีมากมาโดยตลอด

ส่วน 9 ข้อที่ผมเขียนข้างต้นอย่างมีอารมณ์ร่วมนั้น มาจากการฟังเอาจากเพื่อนๆ ล้วนๆ!

อ่านโพสต์นี้แล้วชอบข้อไหนก็บอกกัน หรือขาดข้อไหนก็เม้นท์มา

และถ้าช่วยกันแชร์ต่อ บทความนี้มันอาจจะไปผ่านตาหัวหน้าคนที่คุณแอบนึกถึงบ้าง

ไม่แน่นะ เค้าอ่านเสร็จแล้วอาจจะอยากปรับปรุงเปลี่ยนแปลงอะไรไปในทางที่ดี

เพราะเอาเข้าจริงทุกคนก็อยากจะเป็นที่รักทั้งนั้นแหละ ว่ามั้ยครับ?

One thought on “9 สัญญาณที่บ่งบอกว่าคุณกำลังถูกลูกน้องนินทา

  1. Pingback: จอยสติ๊ก | Anontawong's Musings

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s