เปล่งแสง

20150920_Geniuses

Thousands of geniuses live and die undiscovered – either by themselves or by others.

อัจฉริยะหลายพันคนใช้ชีวิตและตายไปโดยไม่มีใครรู้เลยว่าเป็นอัจฉริยะ (รวมถึงตัวเขาเองด้วย)

– Mark Twain

—–

อ่านประโยคนี้ของมาร์ค ทเวนแล้วผมนึกถึง “เราต่างมีแสงสว่างในตัวเอง” หนังสือรวบรวมบทสัมภาษณ์โดยวรพจน์ พันธุ์พงศ์ นักสัมภาษณ์ที่ผมชื่นชอบที่สุด

สารภาพตรงนี้ว่าผมจำเนื้อหาในหนังสือไม่ได้แล้ว แต่ชอบชื่อหนังสือมาก

ผมเชื่อว่าเราทุกคนมีความเป็นอัจฉริยภาพในด้านใดด้านหนึ่ง

และถ้าเราใช้มันถูกที่ถูกเวลาเราก็ย่อม “เปล่งแสง” ออกมา

เปล่งแสง มิใช่เพื่อให้เราดูดี แต่เพื่อเป็นประโยชน์ต่อคนอื่นๆ

ใครที่ทำงานมานานจนเคยชินกับโหมด Comfort Zone อาจจะลืมไปแล้วก็ได้ว่าเรามีความเก่งกาจทางด้านไหน

หรือบางคนอาจจะเจอสถานการณ์บีบบังคับให้จำใจต้อง “วาง” สิ่งที่ตัวเองเคยทำได้ดีที่สุดเอาไว้ก่อน เพื่อมาเอาตัวรอดกับชีวิตในแต่ละวัน

แต่ถ้าเราสามารถแบ่งเวลาสักวันละห้านาทีสิบนาที เพื่อมาทำสิ่งที่เราถนัดและทำให้เรามีความสุข กิจกรรมนั้นอาจจะช่วยให้เรา “รับมือชีวิต” ได้ดีขึ้นกว่าเดิมก็ได้นะครับ

—–

เคยมีวิทยากรท่านหนึ่งมาบรรยายที่บริษัทผม เขาเล่าให้ฟังถึงช่วงที่ยังเป็นพนักงานประจำอยู่บริษัทโฆษณายักษ์ใหญ่ซึ่งต้องงานหนักมาก แต่ก็ยังเจียดเวลามานั่งขีดๆ เขียนๆ

เขาบอกว่าการได้เขียนหนังสือตอนกลางคืน คือน้ำหล่อเลี้ยงให้เขามีแรงทำงานในวันรุ่งขึ้น

และกลับกัน สิ่งที่เขาได้พบได้เห็นจากที่ทำงาน ก็เป็นเชื้อเพลิงอย่างดีสำหรับการเขียนหนังสือ

ถ้าตอนนั้นผู้ชายคนนี้คิดว่า ทำงานโฆษณาก็เหนื่อยมากอยู่แล้ว จะเอาแรงเอาเวลาที่ไหนมาเขียนหนังสือ

ประเทศไทยคงไม่ได้รู้จักนักคิดนักเขียนนามว่า “นิ้วกลม”

—–

หากวันนี้งานที่คุณทำอยู่ไม่ได้เอื้อให้คุณได้ใช้ศักยภาพเต็มที่

กลับถึงบ้านวันนี้ ไม่ลองขุดเอาสิ่งที่ตัวเองเคยหลงใหลออกมาทำอีกสักครั้งล่ะครับ?

อาจจะต้องยอมเสียเวลาเล่นเฟซบุ๊คไปบ้าง หรืออาจต้องตื่นเช้าขึ้นอีกหน่อย

แต่แลกกับการได้ “เปล่งแสง”

ผมว่ามันคุ้มนะ

—-

ขอบคุณภาพจาก Pixabay.com

อ่านตอนเก่าๆ ได้ที่ https://anontawong.com/archives/

อ่านตอนใหม่ๆ ได้ทุกวันที่ Facebook Page Anontawong’s Musings (ถ้ากด Get Notifications ใต้ปุ่ม Like หรือเลือก See First ใต้ปุ่ม Following ก็จะไม่พลาดตอนใหม่ครับ)

ดาวน์โหลดอีบุ๊ค “เกิดใหม่

ยังมีหวัง

20150428_EndlessHope
Some see a hopeless end while others see an endless hope

บางคนมองเห็นจุดจบที่สิ้นหวัง บางคนมีความหวังไม่รู้จบ

– Unknown

——

บางทีเมล์สองฉบับก็มีพลังมากกว่าที่คิด

เมื่อวานนี้ผมส่งเมล์หาเพื่อนพนักงานทอมสันรอยเตอร์ว่าเราจะรับบริจาคเงินให้กับเนปาล ใครสนใจให้ลงชื่อและแจ้งยอดที่คิดจะบริจาคไว้ได้เลย (ผมใช้ surveymonkey.com ในการเก็บข้อมูล)

ตอนเย็นๆ ผมเช็คยอด ได้มาเกิน 70,000 บาทแล้ว เลยโพสต์บนวอลล์ Facebook ของผม เผื่อคนอื่นนอกบริษัทจะร่วมด้วย โดยตั้งเป้าว่าน่าจะได้ถึง 100,000 บาท

เมื่อเช้านี้มาถึงออฟฟิศ มีคนลงชื่อไว้ 96 คนและยอดบริจาครวม 95,000 บาทแล้ว!

ผมเลยส่งเมล์ฉบับที่สองออกไป ว่าวันนี้เราจะปิดรับเงินบริจาคแล้วนะ

สุดท้ายวันนี้ผมได้ผู้บริจาค 315 คน มีทั้งคนที่บริจาค 100 บาท ถึงคนที่บริจาค 5000 บาท

ผมเปิดโต๊ะรับบริจาคช่วงบ่ายสองถึงบ่ายสาม มีคนถือเงินสดมาบริจาคถึง 265,300 บาท

ส่วนเพื่อนที่เคยทำงานที่ทอมสันรอยเตอร์อีก 8 คนก็โอนเงินมาให้อีก 18,000  หลังจากได้อ่านโพสต์ใน FB ของผม

สรุปเราจึงได้รับเงินบริจาครวม 283,300 บาท!

และเมื่อได้เงินสมทบทุนจาก Thomson Reuters Matching Gifts แล้วก็จะได้เงินเกินครึ่งล้านเพื่อมอบให้สภากาชาดไทยไปช่วยเหลือเนปาลต่อไป

ดีใจและภูมิใจที่เกิดเป็นคนไทยครับ

—–

ทราบมั้ยครับว่าโปรแกรม LINE ที่ฮิตทั่วบ้านทั่วเมืองนั้น มีต้นกำเนิดมาจากแผ่นดินไหวที่ญี่ปุ่น?

และล่าสุด Facebook ก็ออก feature ใหม่ชื่อ Safety Check เพื่อให้ Facebook users ที่อยู่ในเนปาลสามารถส่งข่าวบอกญาติพี่น้องได้ว่า ตอนนี้เขาปลอดภัยแล้วนะ

โศกนาฎกรรมอาจนำพาความปวดร้าวมาให้

แต่มันก็นำพาแสงสว่างมาด้วยเช่นกันครับ