กินข้าวครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่?

20151028_LastMeal

วันนี้มีเหตุให้ผมต้องกินข้าวเที่ยงคนเดียว

ผมสั่งเส้นใหญ่ผัดซีอิ๊วหมูแล้วก็มานั่งรอพลางอ่านบทความในมือถือ พอผัดซีอิ๊วมาถึง ผมก็ลงมือใส่เครื่องปรุง แล้วก็ตั้งท่าจะใช้มือซ้ายเล่นมือถือและใช้มือขวาเสียบเส้นใส่ปาก

แต่พอนึกอะไรบางอย่างขึ้นได้ ก็เลยวางมือถือลง แล้วลองใส่ใจกับผัดซีอิ๊วที่วางอยู่ตรงหน้า

เส้นใหญ่เหนียวกำลังดี ส่วนหมูที่มีกลิ่นซีอิ๊วก็นุ่มๆ สากๆ ลิ้น ผมเคี้ยวไปได้หน่อยก็จะกลืนตามความเคยชิน แต่พอสังเกตได้ว่าหมูยังชิ้นใหญ่อยู่ก็เลยใช้เวลาเคี้ยวให้มากขึ้นอีกนิดนึง ผักคะน้าที่คละเคล้ามาด้วยก็แทบไม่มีรสขม ถูกจริตผมจริงๆ

ใช้เวลาประมาณ 10 นาที ผัดซีอิ๊วจานนี้ก็จบบริบูรณ์

—–

คุณผู้อ่านเคยถามตัวเองมั้ยครับว่ากินข้าวครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่?

กินข้าวในที่นี้หมายถึงการรับประทานอาหาร จึงหมายรวมถึงก๋วยเตี๋ยว สลัด ขนมหวาน หรืออาหารอะไรก็ได้

ผมรู้สึกว่า เราห่างเหินกับการ “กินข้าวจริงๆ” มากขึ้นทุกที

ถ้าไม่กินไปคุยไป ก็กินไปเล่นมือถือไป หรือไม่ก็กินไปดูทีวีไป

เรากินข้าวกันอย่างลืมเนื้อลืมตัว จนแทบไม่รู้ด้วยซ้ำว่ารสชาติอาหารเป็นยังไง เว้นแต่ว่ามันจะอร่อยหรือรสชาติแย่มากจริงๆ

ถามว่าการกินอาหารพร้อมกับทำกิจกรรมอื่นไปด้วยมันผิดตรงไหน?

ไม่ผิดหรอกครับ แต่บางทีมันก็น่าเสียดาย

เพราะการรับประทานอาหารน่าจะเป็นกิจกรรมที่สำคัญที่สุดต่อการดำรงอยู่ของชีวิตมนุษย์ เป็นรองก็แค่การหายใจเท่านั้น

แถมที่มาที่ไปของอาหารนั้นก็อัศจรรย์

กว่าจะมาเป็นผัดซีอิ๊วได้ ข้าวต้องถูกหว่าน หมูต้องถูกขุน และคะน้าต้องถูกเพาะ

พลังงานที่ทำให้ข้าวออกรวง หมูลงพุง และคะน้าผลิใบ ก็คือพลังงานที่ส่งตรงมาจากท้องฟ้าและมหาสมุทร

และเมื่อผัดซีอิ๊วเข้าสู่ท้อง พลังงานที่เคยไหลเวียนอยู่ในแดดและในน้ำก็กลายมาเป็นเลือดเนื้อของเรา

เพราะอาหารเป็นสิ่งที่จำเป็นต่อชีวิต และกระบวนการของมันก็อัศจรรย์ขนาดนี้ ผมเลยรู้สึกว่าบางทีเราก็ควรจะปฏิบัติต่ออาหารด้วยความเคารพ

และการกินอาหารอย่างรู้เนื้อรู้ตัวก็น่าจะเป็นวิธีที่ดีที่จะแสดงออกถึงความเคารพนั้น

ถ้าที่แล้วมา คุณทานอาหารควบกับการทำอย่างอื่นเสมอ

มื้อต่อไป ลองวางมือถือ ปิดทีวี แล้วลองกินข้าวอย่างเดียวดูนะครับ

มันอาจจะไม่ได้ทำให้ชีวิตขึ้นกว่าเดิม

แต่ข้าวจานนั้นอาจอร่อยกว่าเดิมครับ

—–

ขอบคุณภาพจาก Flickr : Fortune Live Media 

อ่านตอนเก่าๆ ได้ที่ https://anontawong.com/archives/

อ่านตอนใหม่ๆ ได้ทุกวันที่ Facebook Page Anontawong’s Musings

ดาวน์โหลดอีบุ๊ค “เกิดใหม่

เก่งภาษาอังกฤษแถมยังได้บุญด้วย freerice.com

20151020_FreeRice

สวัสดีครับ

วันนี้มีเว็บไซต์ที่เจ๋งมากๆ มาป่าวประกาศครับ

เว็บนี้ชื่อว่า Free Rice ครับ – คลิ้กเลย! (แล้วค่อยกลับมาอ่านต่อ)

Free Rice เป็นเว็บที่สร้างมาด้วยจุดประสงค์สองข้อที่น่าชื่นชม:

1. ขจัดความหิวโหยให้หมดไปจากโลกใบนี้
2. ช่วยให้คนรู้ศัพท์ภาษาอังกฤษมากยิ่งขึ้น

กฎกติกาก็ง่ายๆ ครับ แค่คุณทายคำศัพท์ถูกหนึ่งคำ ทาง Free Rice ก็จะบริจาคข้าว 10 เม็ดผ่านโครงการอาหารโลกของสหประชาชาติ (UN World Food Programme)

วิธีการหาเงินของ freerice ก็เรียบง่ายมากๆ คือทุกๆ คำถามใหม่ จะมีแบนเนอร์ของสปอนเซอร์ขึ้นมาโชว์ และรายได้จากสปอนเซอร์นี่แหละครับที่ใช้ซื้อข้าวให้กับ World Food Programme  (ถ้าใครมี ad blocker อยู่ก็ต้อง disable นะครับ ไม่อย่างนั้นถึงเล่นไปเว็บไซต์ก็จะไม่ได้เงินจากสปอนเซอร์)

นี่คือการยิงปืนนัดเดียวได้นก 3 ตัว

  • ประชาชนอย่างเราๆ เก่งภาษาอังกฤษมากขึ้น (โดยไม่ต้องจ่ายตังค์)
  • โครงการอาหารโลกของสหประชาชาติ มีข้าวเพื่อนำไปแจกจ่ายเพื่อนร่วมโลกที่หิวโหย (ตอนนี้เขากำลังโฟกัสที่ชาวซีเรียที่อพยพเข้ายุโรปครับ)
  • สปอนเซอร์ได้โฆษณาสินค้าและบริการของตัวเอง (และอาจะได้เสริมสร้างภาพลักษณ์ที่มาสนับสนุนโครงการนี้ด้วย)

คนที่สร้างเว็บนี้ชื่อ John Breen  ครับ เขาทำ freerice.com ขึ้นมาเมื่อปี 2007 และพอปี 2009 ก็ตัดสินใจบริจาคเว็บนี้ให้กับ UN ครับ – หล่อมากอ่ะ

—–

สัปดาห์ที่แล้วผมเชิญชวนคนในบริษัทมาเล่นเกมนี้ด้วยกัน

เมื่อเช้านี้พอเช็คยอดก็พบว่าพนักงานช่วยกันหาข้าวมาได้กว่าเราได้ข้าวสารกว่า 500,000 เม็ดแล้ว

โดยคนที่ทำคะแนนได้สูงสุดหาข้าวมาได้กว่าหนึ่งแสนเม็ด (แสดงว่าต้องตอบคำถามถึง 10,000 ข้อได้ถูกต้อง!)

ผมเองได้เล่นไปไม่เยอะ เพิ่งได้ 1,210 เม็ดเอง (ดู My Totals ในรูปด้านบนได้) แต่ตั้งใจไว้แล้วว่าจะเล่นไปเรื่อยๆ จนกว่าจะได้ข้าวซัก 50,000 เม็ดครับ

ความสนุกอีกอย่างของเกมนี้คือคำศัพท์มันจะยากขึ้นเรื่อยๆ นะครับ มี 60 Level ผมเล่นถึง Level 17 ก็เริ่มตอบผิดๆ ถูกๆ บ้างแล้ว แต่ถ้าคำไหนเราตอบผิด ซักพักมันจะกลับมาถามเราอีกครั้งเพื่อให้เราจำศัพท์ใหม่นั้นได้

—–

เราสามารถสร้าง Group กันเองได้ด้วยนะครับ ผมลองค้นหากรุ๊ป Thailand ก็เจออยู่หลายกรุ๊ปอยู่ แต่ดูเงียบไปซักพักแล้ว ก็เลยสร้างกรุ๊ปใหม่ขึ้นมาซะเลย

ชื่อกรุ๊ปว่า Stronger Thailand 2015 ครับ

ตอนนี้มีสมาชิก 1 คนถ้วน!

ถ้าสนใจจะมาร่วมสนุก (และทำบุญร่วมกัน) ก็ขอเชิญสมัครเป็น user แล้วก็คลิ้กไปที่กรุ๊ป Stronger Thailand 2015 แล้วก็คลิ้ก Join นะครับ จากนั้นยอดเม็ดข้าวที่เราระดมมาได้ทั้งหมดก็จะมาโชว์อยู่ในกรุ๊ปนี้ด้วยครับ

(แุล้วเวลา login เข้ามาใหม่ หน้าแรกที่จะเห็นคือหน้า profile ของเรา มองไปข้างล่างจะมี group ที่เราเป็นสมาชิกอยู่  จากนั้นก็เลือกปุ่ม Play ครับ)

อ้อ แล้วถ้าลองเล่นแล้วเห็นว่าดี ก็อย่าลืมชวนพ่อแม่พี่น้องปู่ย่าน้าอามาเล่นด้วยกันนะครับ

รวมถึงชวนอาจารย์ นักเรียน และนักศึกษามาเล่นด้วย ให้สมศักดิ์ศรีผู้ส่งออกข้าวเบอร์หนึ่งของโลกซะหน่อย!

—–
ข้อมูลดิบจาก WFP

  • ทั่วโลกมีคนที่มีปัญหา “กินไม่อิ่มท้อง” ถึง 795 ล้านคน หรือ 12 เท่าของจำนวนประชากรประเทศไทย 
  • ความหิวโหยและโรคขาดสารอาหารเป็นภัยด้านสุขภาพที่ร้ายแรงที่สุด ยิ่งกว่าโรคเอดส์  มาเลเรีย และวัณโรค รวมกันเสียอีก
  • ข่าวดีคือปัญหาความหิวโหยนั้นเราสามารถขจัดได้ เพราะจริงๆ แล้วเรามีอาหารมากเพียงพอสำหรับทุกคนบนโลกใบนี้ เพียงแต่ต้องออกแรงกันหน่อย (และคุณก็มีส่วนช่วยได้)

—–

ขอบคุณข้อมูลจาก Freerice.com, World Food Programme 

ขอบคุณภาพจาก Freerice.com

อ่านตอนเก่าๆ ได้ที่ https://anontawong.com/archives/

อ่านตอนใหม่ๆ ได้ทุกวันที่ Facebook Page Anontawong’s Musings (ถ้ากด Get Notifications ใต้ปุ่ม Like หรือเลือก See First ใต้ปุ่ม Following ก็จะไม่พลาดตอนใหม่ครับ)

ดาวน์โหลดอีบุ๊ค “เกิดใหม่